มาเลเซียส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สนข.The Star ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 30 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ ดาตุ๊ก เซอรี มูฮัมมัด ซาบู รมว.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย ว่า มาเลเซียส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีมูลค่าการส่งออกรวมเพิ่มจากปี 2563 ที่ 570.8 ล้านริงกิต (4,416 ล้านบาท) เป็น 1,510 ริงกิต (11,683 ล้านบาท) เมื่อปี 2566 แต่ลดลงเล็กน้อยเมื่อปี 2567 อยู่ที่ 1,180 ล้านริงกิต (9,136 ล้านบาท) โดยส่งออกไปยังยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 162 อเมริกาเหนือและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 และ 8.8 ตามลำดับ การส่งออกทุเรียนของมาเลเซียเติบโตขึ้นจากความพยายามขยายตลาดและการส่งเสริมการปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิง และการสนับสนุนเกษตรกรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสำหรับส่งออก รวมทั้งจัดสรรงบประมาณมูลค่า 45 ล้านริงกิต (347 ล้านบาท) ภายใต้แผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 12 เพื่อสนับสนุนการผลิตผลไม้ในระยะยาว และเร่งเชื่อมโยงตลาดส่งออกในต่างประเทศเพิ่มเติม อาทิ…

คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 40

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,018 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน +/- 3) จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 24 – 26 ต.ค.68 ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 40  ซึ่งลดลงจากการสำรวจเมื่อห้วง 15 – 20 ต.ค.68 ที่อญุ่ในระดับร้อยละ 42 เนื่องจากความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อการจัดการปัญหาค่าครองชีพ และไม่เห็นด้วยกับมาตรการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ถึงร้อยละ 63  ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 ของการสำรวจก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ชาวอเมริกันมีความกังวลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับภาวะ government shutdown  ซึ่งยาวนานเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยร้อยละ 29  ไม่สนใจหรือดีใจกับภาวะดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 20 รู้สึกโกรธ และประมาณร้อยละ 50 รู้สึกหงุดหงิด โดยส่วนใหญ่เห็นว่าภาวะดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ไทยและสิงคโปร์ส่งออกพลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือมาเลเซีย

Bernama และ Malay Mail รายงานอ้าง Datuk Seri Fadillah Yusof รอง นรม.และ รมว.เปลี่ยนผ่านพลังงานและทรัพยากรน้ำของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ไทยและสิงคโปร์ได้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารวม 800 เมกะวัตต์ ให้แก่มาเลเซียช่วงที่มาเลเซียเผชิญกับเหตุไฟดับเป็นวงกว้างใน 15 ต.ค.68 และสถานการณ์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรอบความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid-APG) ในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเห็นชอบหลักการเรื่องการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศ และเตรียมเริ่มดำเนินโครงการ Large Scale Solar 6 ภายในต้นปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของมาเลเซียด้วย

ข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาอาจไม่ยั่งยืน

SCMP รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา มองว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์เพียงชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่ทางออกระยะยาว เนื่องจากยังไม่ได้แก้ไขสาเหตุหลักจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับแผนที่ที่ใช้ปักปันเขตแดน และแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท ซึ่งไทยต้องการเจรจาทวิภาคี ขณะที่กัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นอกจากนี้ ข้อตกลงยังไม่ใช่สนธิสัญญาทางกฎหมายที่มีข้อกำหนดในการบังคับใช้ หรือผลที่ตามมาหากมีการละเมิด ซึ่งอาจยากที่จะรักษาข้อตกลงไว้ได้ เมื่อพิจารณาจากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เคยเกิดขึ้น และความตึงเครียดอาจปะทุขึ้นอีกจากกระแสชาตินิยมในทั้งสองประเทศ พร้อมเสนอให้ขยายคณะผู้สังเกตการณ์ให้มีทหารเข้าร่วมมากขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์และบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของจีนที่ลดลง ทั้งที่จีนพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาค และสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในอาเซียน

การที่จีนลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม

  Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ปัจจุบันเงินทุนจากจีนกำลังครองตลาด ทั้งการเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงการเข้ามาดำเนินกิจการร้านค้า และร้านอาหาร จนบางพื้นที่เกิดเป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ โดยมีการใช้นอมินีในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ที่ยากต่อการตรวจสอบและควบคุม ขณะที่กิจการที่ดำเนินการโดยชาวจีนมีการจ้างงานคนท้องถิ่นและกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจให้ไทยเพียงเล็กน้อย จึงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการบิดเบือนโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของไทย เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร ซึ่งผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ไทยต้องกำหนดกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ประธานาธิบดีจีนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 จะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้  อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ เชื่อว่า  ประธานาธิบดีสี จะพิจารณาเยือนฟิลิปปินส์หากการเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-COC) มีความคืบหน้าไปมากแล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำให้ COC สำเร็จตามเป้าหมาย ในวาระที่ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะแสวงหาหนทางอื่นในการจัดการข้อพิพาท และจำกำหนดความสัมพันธ์กับจีนใหม่ในมิติอื่น นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้   เช่น การค้า การแลกเปลื่ยน การเกี่ยวพันในประเด็นอื่นๆ

อินโดนีเซียระบุกัมพูชายังไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงาน

นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Abdul Muhaimin Iskandar รมว.ประสานงานด้านเสริมสร้างศักยภาพประชาชนของอินโดนีเซีย เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังตอบรับข้อเสนอจากกัมพูชา ซึ่งยังเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงานข้ามชาติ   เนื่องจากไม่มีข้อตกลงทวีภาคีที่เป็นกลไกการปกป้องแรงงาน ปัจจุบัน มีแรงงานอินโดนีเซียในกัมพูชามากกว่า 100,000 คน รวมทั้งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการ ซึ่งรองรับชุมชนชาวอินโดนีเซียที่ขยายตัว ที่ผ่านมาทางการอินโดนีเซียออกคำเตือนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เลือกกัมพูชาเป็นปลายทางในการทำงาน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ามีชาวอินโดนีเซียเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชาจำนวนมาก

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสริมสร้างความมั่นคงและการทหารในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 29 ต.ค.68 ว่านายปีเตอร์ เฮ็กเซ็ธ รมว.กห.สหรัฐฯ พบหารือกับนายชินจิโร่ โคอิซุมิ รมว.กห.ญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมทั้งแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบสนองของพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการส่งเสริมกิจการทางการทหาร อาทิ การซ้อมรบ การใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถทางความมั่นคงผ่านการลงทุน และสนับสนุนระบบการป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่นและขีดความสามารถทางความมั่นคงทางทะเลในมิติน่านฟ้าเหนือทะเล พื้นทะเลใต้น้ำ และการรบใต้น้ำ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจากจีน

สิงคโปร์ชื่นชมผลการหารือกับ นรม.ไทยนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นรม.สิงคโปร์ระบุผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อ 27 ต.ค.68 ว่าได้พบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยที่มีมามากกว่า 60 ปี บนพื้นฐานของความไว้วางใจและเคารพกันและกัน โดยความร่วมมือมีความเข้มแข็งและหลากหลาย ครอบคลุมด้านการเงินดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะสานต่อความเป็นพันธมิตรผู้บุกเบิกในภาคส่วนใหม่ๆ และจะได้หารือมากขึ้นในโอกาสที่ นรม.อนุทินจะเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการต่อไป ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์ยินดีที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่ นรม.มีดำริจะจัดขึ้น ขณะที่ นรม.อนุทินตอบรับคำเชิญเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการใน 7 พ.ย.68  โดยสองฝ่ายเตรียมจะลงนาม MOU ระหว่างกันในเรื่องการค้าข้าวระหว่างการเยือนด้วย

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและแร่หายาก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับและประชุมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 28 ต.ค.68 ที่กรุงโตเกียว และได้ลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงการมุ่งสู่ยุคทองใหม่แห่งความเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนที่ตกลงก่อนหน้านี้  และ 2) กรอบความร่วมมือด้านการจัดหาแร่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Minerals) และแร่หายาก (Rare Earths)  โดยอาศัยเครื่องมือทางนโยบาย เช่น กลไกสนับสนุนทางการเงิน มาตรการทางการค้า และการสำรองแร่   ทั้งนี้ นรม.ญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะสร้างยุคทองใหม่แห่งพันธมิตรญี่ปุ่น–สหรัฐฯ ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ  และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่ายในขณะนี้เป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก