สหรัฐฯ ประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาค ตอ.กลาง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 อ้างแถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command-CENTCOM) ผ่านแอปพลิเคชัน  X (ทวิตเตอร์) พร้อมภาพประกอบเรือดำน้ำกำลังลอยขึ้นสู่ผิวน้ำในคลองสุเอซ ว่า สหรัฐฯ ประจำการเรือดำน้ำติดขีปนาวุธนำวิถีพลังงานนิวเคลียร์ชั้นโอไฮโอ (SSGN) ที่คลองสุเอซ อียิปต์  โดยไม่ระบุรายละเอียดการบรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์และภารกิจในการปฏิบัติการ รวมถึงเพิ่มประจำการเครื่องบินรบทิ้งระเบิด B-1 ในภูมิภาค ตะวันออกกลางเพื่อป้องปรามการกระทำที่อาจเป็นการขยายความขัดแย้งของคู่ขัดแย้งในภูมิภาค จากการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส

ผอ.CIA เยือนภูมิภาค ตอ.กลางเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (Central Intelligence Agency -CIA) เดินทางเยือนอิสราเอล เมื่อ 5 พ.ย.66 เพื่อหารือกับผู้นำและหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล โดยอาจมุ่งโน้มน้าวอิสราเอลให้ปรับการปฏิบัติการทางทหารเป็นการมุ่งโจมตีเฉพาะกลุ่มฮะมาส เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในฉนวนกาซา และอนุญาตให้ยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมทั้งยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับอิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบ และการระบุพื้นที่ที่ตัวประกันถูกจับกุม นอกจากนี้ ผอ.CIA จะเดินทางไปกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และอียิปต์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกัน และการป้องปรามความขัดแย้งไม่ให้ขยายตัว

หน.พรรค JI ในปากีสถาน เรียกร้องให้ประเทศมุสลิมระงับการจัดส่งน้ำมันให้อิสราเอล

เว็บไซต์ The Nation ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า นาย Hafiz Naeem ur Rehman หัวหน้าพรรค Jamaat-e-Islami (JI) ในนครการาจี เรียกร้องให้ประเทศมุสลิมทั่วโลกใช้ Oil Card และระงับการจัดส่งน้ำมันให้อิสราเอลไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการชุมนุมเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ ครั้งที่ 7 เมื่อ 4 พ.ย.66 ในพื้นที่ Orangi Town ซึ่งจัดโดย Jamaat-e-Islami Karachi Women Wing โดยมีผู้หญิงจํานวนมากจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมเดินขบวน ถือป้าย และร้องเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านความโหดร้ายของอิสราเอล เฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้ายในกรุงเทลอาวีฟ

รมว.กต.สหรัฐฯ จะเยือนภูมิภาค ตอ.กลางและอินโด-แปซิฟิก

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 2 พ.ย.66 ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง และอินโด-แปซิฟิกระหว่าง 2-10 พ.ย.66 โดยจะเยือนกรุงเทล อาวีฟ อิสราเอล เพื่อหารือสถานการณ์ในฉนวนกาซา การช่วยเหลือตัวประกัน รวมทั้งอาจเรียกร้องอิสราเอลให้ยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว เพื่อเพิ่มการจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และปกป้องประชาชนในฉนวนกาซา ต่อจากนั้นจะเยือนจอร์แดน เพื่อหารือประเด็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แนวทางป้องกันไม่ให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากฉนวนกาซา  การส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค  รวมทั้งการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ สำหรับการเยือนประเทศในเอเชีย มีวัตถุประสงค์เพื่อย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยจะเข้าร่วมประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศ G7 ที่ญี่ปุ่นใน 7-8 พ.ย.66 เยือนเกาหลีใต้ใน 9 พ.ย.66 และเยือนอินเดีย เพื่อเข้าร่วมประชุมเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดีย

HRW เรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันที

นาง Elaine Pearson ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ Human Rights Watch (HRW) แถลงเมื่อ 3 พ.ย.66 เรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสรวมถึงกลุ่มอิสลามญิฮาด ปล่อยตัวพลเรือนที่ถูกจับเป็นตัวประกันทั้งหมดทันทีโดยปลอดภัย รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มฮะมาสกดดันให้ปล่อยตัวประกันชาวต่างชาติโดยไม่มีเงื่อนไข และปฏิบัติต่อกลุ่มคนดังกล่าวอย่างมีมนุษยธรรม ทั้งนี้ นาง Elaine Pearson ระบุด้วยว่ามนุษย์ทุกคนต้องไม่ถูกปฏิบัติเสมือนเป็นเครื่องมือในการต่อรองของฝ่ายใด และการสังหารพลเรือนรวมถึงจับตัวประกันถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

ศรีลังกาให้สัมปทานสร้างโรงกลั่นน้ำมันแก่บริษัท Sinopec ของจีน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Daily Mirror ของศรีลังการายงานเมื่อ 2 พ.ย.66 ว่า บริษัท Sinopec ของจีนได้รับสัมปทานจากรัฐบาลศรีลังกา เพื่อก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ท่าเรือ Hambantota หลังบริษัท Vitol ของสิงคโปร์ ถอนตัว เบื้องต้น บริษัท Sinopec จะลงทุนเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีการลงนามข้อตกลงภายใน ธ.ค.66 ก่อนหน้านี้ บริษัท Sinopec เข้าไปทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในศรีลังกา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีนที่เข้าไปลงทุนในศรีลังกา

ญี่ปุ่นปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะเป็นครั้งที่ 3

บริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO) ของญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 2 พ.ย.66 ว่า บริษัทปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 ลงทะเลเป็นครั้งที่ 3 เมื่อ 10.21 น. ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 17 วัน ก่อนหน้านี้บริษัทตรวจสอบตัวอย่าง ALPS ก่อนปล่อยลงทะเลแล้วเมื่อ 31 ต.ค.66 โดยตรวจพบสารทริเทียมปนเปื้อนเพียง 189 เบคเคอเรล (Becquerel-Bq) ต่อลิตร ซึ่งอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่ทางการญี่ปุ่นกำหนดไว้ไม่เกิน 1,500 Bq ต่อลิตร (ขณะที่น้ำที่ยังไม่ผ่านการบำบัดมีสารทริเทียมปนเปื้อนประมาณ 130,000 Bq ต่อลิตร) ทั้งนี้ บริษัท TEPCO มีแผนปล่อย ALPS ลงทะเล 4 ครั้ง ในปีงบประมาณ 2566…

ทางการเกาหลีใต้ชี้แจงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองหลังเกิดกระแสแบนเกาหลีในสื่อออนไลน์ของไทย

หนังสือพิมพ์โคเรียไทม์ และเว็บไซต์ข่าว Donga ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 พ.ย.66 ว่ากระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้ที่กำกับดูแลฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกรณีสื่อมวลชนของไทยและเกาหลีใต้รายงานประเด็นชาวไทยบางส่วนไม่พอใจมาตรการเข้มงวดของ ตม.เกาหลีใต้ต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใน #แบนเกาหลี และ #แบนเที่ยวเกาหลี บนสื่อสังคมออนไลน์ของไทย โดย ยธ.เกาหลีใต้ชี้แจงขั้นตอนการคัดกรองผู้ยื่นความจำนงเดินทางเข้าเกาหลีใต้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ K-ETA ได้แก่ การตรวจสอบประวัติการอยู่เกินกำหนดในประเทศอื่น เป้าประสงค์การเดินทาง และเจตนามาทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตม.เกาหลีใต้อาจปฎิเสธการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ที่จุดตรวจเข้าประเทศแม้ผู้เดินทางได้รับการอนุญาตผ่าน K-ETA หากมีการประเมินว่า ผู้เดินทางมีแนวโน้มจะอยู่เกินกำหนด ยธ.เกาหลีใต้ย้ำความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเข้มงวดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและป้องกันชาวต่างชาติอยู่เกินกำหนด ซึ่งชาวไทยที่พำนักอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้มีจำนวน 157,000 คน เมื่อ ก.ย.66 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78 ของชาวไทยที่พำนักในเกาหลีใต้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี ทางการเกาหลีใต้จะเพิ่มความระมัดระวังขั้นตอนคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้กระทบผู้เดินทางที่มีจุดประสงค์ท่องเที่ยว และส่งเสริมความร่วมมือทางการทูตระหว่างกัน

เลขาธิการ UN ระบุว่าเทคโนโลยี AI มีความเสี่ยงหากไม่มีกลไกระหว่างประเทศกำกับดูแล

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงในการประชุม AI Safety Summit 2023 ที่สหราชอาณาจักร เมื่อ 2 พ.ย.66 แสดงความกังวลต่อผลกระทบเชิงลบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence-AI) ต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสาร (information integrity) จากการทำงานของระบบ algorithms ที่อาจทำให้เกิดอคติ รวมถึงการกระจุกตัวของบริษัท AI ในบางประเทศอาจเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ใช้โอกาสดังกล่าวแนะนำหน่วย Multistakeholder Advisory Body on Artificial Intelligence ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้าน AI ของ UN ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ธุรกิจ ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา โดยหน่วยดังกล่าวจะประสานงานกับประชาคมระหว่างประเทศต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป (EU) และ G7 เพื่อหาแนวทางการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI และคาดว่าจะนำเสนอให้ผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมพิจารณาในที่ประชุม Summit of…

อิสราเอลยืนยันตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัว เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel และ Haaretz ของอิสราเอล รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 อ้างโฆษกกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า การสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตนผู้สูญหายและผู้ถูกกลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 IDF สามารถยืนยันตัวตนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันได้เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผู้สูญหายที่มีจำนวนมากยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตน โดยจำนวนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันดังกล่าวไม่รวมตัวประกันสตรี 4 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านี้ และพลทหารหญิงอิสราเอล 1 นาย ที่ IDF ช่วยเหลือได้ระหว่างปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเมื่อ 29 ต.ค.66 ขณะที่ ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ถึงปัจจุบัน มีสมาชิก IDF เสียชีวิตจากการสู้รบกับกลุ่มฮะมาส  รวม 315 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลเสียชีวิต 58 คน