นายกรัฐมนตรีลาวส่งสารแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่

  สำนักข่าว Fresh News รายงานเมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เนื่องในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ โดยระบุว่า ลาวพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ผลประโยชน์ระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างลาว-กัมพูชาในระยะยาว

สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับจีน

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน (U.S.-China Science and Technology Agreement-STA) ซึ่งกำหนดสิ้นสุดใน 27 ส.ค.66 อีก 6 เดือน เพื่อให้ข้อตกลง STA มีผลบังคับใช้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุการเจรจาเพื่อปรับปรุงข้อตกลง STA กับจีน ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ห่วงกังวลว่า จีนแสวงประโยชน์จากข้อตกลง STA เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจัดทำข้อตกลง STA เมื่อปี 2522เพื่อเป็นส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิชาการ โดยมีการต่ออายุข้อตกลงทุก 5 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561

นรม.เวียดนามเชิญนายฮุน มาเนต นรม.กัมพูชาคนใหม่ เยือนเวียดนาม

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ชุดที่ 7 และเชิญให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางเยือนเวียดนามในห้วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากัมพูชาและเวียดนามที่มีพื้นฐานความสัมพันธ์เชิงบวก โดยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรดั้งเดิม มีความร่วมมืออย่างรอบด้านอย่างมีเสถียรภาพ จะร่วมกันเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่งคั่ง และการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

UNSC ประณามการสังหารพลเรือนของรัฐบาลทหารเมียนมา

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) 13 ประเทศจาก 15 ประเทศ (ยกเว้นจีนและรัสเซีย) เห็นชอบในแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 23 ส.ค.66 ประณามรัฐบาลทหารเมียนมาที่ยังคงสังหารพลเรือนอย่างต่อเนื่อง และไม่ปฏิบัติตามมติ UNSC เมื่อ ธ.ค.65 ที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองรวมถึงอองซานซูจี นอกจากนี้ UNSC ยังเรียกร้องให้อาเซียนเร่งผลักดันให้เมียนมาดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ (5 Point Consensus-5PC) ให้สำเร็จ ทั้งนี้ในแถลงการณ์ยังระบุว่า ประชาชนในเมียนมาราว 18 ล้านคนต้องได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในจำนวนนี้กว่า 15 ล้านคนประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นถึงราว 2 ล้านคน

ญี่ปุ่นส่งกำลังพลฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า JGSDF จะส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสที่ดินแดนนิวแคลิโดเนียของฝรั่งเศสประจำปี 2566 ภายใต้รหัส Brunet-Takamori23 ระหว่าง 10-29 ก.ย.66 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมระดับทวิภาคีเป็นครั้งแรกระหว่าง JGSDF กับกองทัพบกฝรั่งเศส เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และยกระดับขีดความสามารถทางยุทธวิธี เช่น การจัดกำลังทำการรบขนาดเล็กกว่ากองร้อย การปฏิบัติการพิเศษ และการยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยมีกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น กรมทหารราบที่ 5 กองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ JGSDF และกองพันทหารราบนาวิกโยธินนิวแคลิโดเนีย กองทัพฝรั่งเศสในนิวแคลิโดเนีย (French Armed Forces in New Caledonia-FANC)

ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายพัก จิน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธในภารกิจนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 24 ส.ค.66 ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่า ทั้งสามประเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือให้สำเร็จตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) รวมถึงยกระดับการดำเนินมาตรการป้องปรามในภูมิภาคผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับไตรภาคีระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ การตอบโต้ภายใต้กรอบ UNSC และความร่วมมือกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกัน

กองทัพเรืออินเดียฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเล Malabar ครั้งที่ 27 กับสมาชิก QUAD

สำนักข่าว India Today รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า กองทัพเรืออินเดียกับกองทัพเรือประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) ฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเลภายใต้รหัส Malabar ครั้งที่ 27 โดยออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพจัดฝึกบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย มีกำหนดฝึก 10 วัน แบ่งเป็น 2 ห้วงฝึก คือ 1) การฝึกซ้อมบนชายฝั่ง ห้วง 11-15 ส.ค.66 และ 2) การฝึกซ้อมทางทะเล ห้วง 16-21 ส.ค.66 วัตถุประสงค์ของการฝึกดังกล่าวเพื่อเน้นย้ำศักยภาพของกองทัพเรือทั้ง 4 ประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม และแสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งเสถียรภาพของภูมิภาคภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี การฝึกครั้งนี้กองทัพเรืออินเดียนำเรือพิฆาต INS Kolkata เรือฟริเกต INS Sahyadri และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P8I ซึ่งผลิตขึ้นเองภายในประเทศเข้าร่วมฝึกด้วย

จีนยินดีที่รัฐสภาอเมริกากลางตั้งจีนเป็นผู้สังเกตการณ์ถาวรแทนไต้หวัน

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 อ้างนายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงความยินดีที่รัฐสภาอเมริกากลาง (The Central American Parliament-PARLACEN) มีมติตั้งจีนเป็นผู้สังเกตการณ์ถาวรแทนไต้หวันว่า จีนพร้อมเพิ่มความร่วมมือกับ PARLACEN และชาติที่ยอมรับหลักการจีนเดียวของจีน ทั้งนี้ ผู้แทนจากนิการากัวเป็นผู้เสนอวาระดังกล่าว และได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมทันที อนึ่ง ปัจจุบัน ในอเมริกากลางมีเพียงเบลีซกับกัวเตมาลาที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเยือนจีนใน 27-30 ส.ค.66

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า นางจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเยือนกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ ระหว่าง 27-30 ส.ค.66 เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีน และคณะนักธุรกิจชั้นนำของสหรัฐฯ ในจีน ประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ ความท้าทายจากจีนที่ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ต้องเผชิญ และการแสวงความร่วมมือเพิ่มเติมอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาช่องทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ในวันเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังได้พบหารือกับนายเซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ก่อนการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

ฝรั่งเศสเรียกร้องให้จีนทำทุกวิถีทางให้รัสเซียยุติการรุกราน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก

เว็บไซต์ Euractiv รายงานเมื่อ 21 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาง Catherine Colonna รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์กับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า ฝรั่งเศสได้เรียกร้องให้จีนทำทุกวิถีทางให้รัสเซียยุติการรุกราน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก โดยฝรั่งเศสเน้นย้ำว่า จีนต้องมีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้รัสเซียยุติการรุกรานยูเครน และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสานต่อข้อริเริ่มว่าด้วยการขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำ (Black Sea Grain Initiative-BSGI) นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายยังแสดงความยินดีกับการฟื้นฟูการค้าทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมกับได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสานต่อโมเมนตัมเชิงบวกของการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการทูตระหว่างฝรั่งเศสและจีน ซึ่งกําลังพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในห้วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา