AICHR และ SOMRI หารือประเด็นสิทธิมนุษยชนและข้อมูลสารสนเทศในอาเซียน

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights-AICHR) หารือร่วมกับที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสนเทศ (ASEAN Senior Officials Meeting Responsible for Information-SOMRI) ครั้งที่ 2 ผ่านระบบออนไลน์ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ภายใต้แผนงาน 5 ปี ห้วงปี 2564-2568 ของ AICHR และแผนยุทธศาสตร์ด้านสื่อและสนเทศอาเซียน ห้วงปี 2559-2568 ของ SOMRI โอกาศนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ความร่วมมือในการต่อต้านข้อมูลที่บิดเบือน (disinformation) และข้อมูลผิดพลาด (misinformation) การคุ้มครองสิทธิของเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน

สส.สหรัฐฯ เรียกร้องให้ขึ้นบัญชีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของจีน เพื่อตอบโต้กรณีจีนคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า นาย Mike Gallagher สมาชิกสภาผู้แทนสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน ประธานคณะกรรมาธิการด้านการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Changxin Memory Technologies Inc. (CXMT) ของจีนเพื่อเป็นการตอบโต้กรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของจีน (Cyberspace Administration of China-CAC) ประกาศคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Micron ของสหรัฐฯ เมื่อ 21 พ.ค.66 ทั้งยังเรียกร้องให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Samsung Electronics และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ ร่วมมือกับสหรัฐฯ จำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน

จีนแต่งตั้งนายเซี่ย เฟิง รมช.กต.เป็น ออท.จีน/สหรัฐฯ คนใหม่

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 23 พ.ค.66 ว่า ในวันเดียวกัน นายเซี่ย เฟิง ( 59 ปี/ปี 2566) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตจีน/สหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งนายเซี่ยได้แถลงในโอกาสรับตำแหน่งว่าจะขยายความร่วมมือกับสหรัฐฯ และจัดการประเด็นที่ละเอียดอ่อนระหว่างกัน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของจีนในสหรัฐฯ ทั้งนี้ นายเซี่ย เฟิง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตจีน ต่อจากนายฉิน กัง ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐ เมื่อ ธ.ค.65 โดยรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศนาน 37 ปี กับทั้งดำรงตำแหน่งสำคัญเกี่ยวกับสหรัฐฯ ได้แก่ โฆษกและที่ปรึกษากระทรวงประจำสถานเอกอัครราชทูตจีน/สหรัฐฯ ระหว่างปี 2543-2546 อัครราชทูตกรุงวอชิงตัน.ดีซี ระหว่างปี 2551-2553 และผู้อำนวยการสำนักงานอเมริกาเหนือและโอเชียเนียระหว่างปี 2553-2556

ประธานาธิบดีรัสเซียเตรียมกล่าวปราศรัยในห้วงการประชุม SPIEF ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระหว่าง14 -17 มิ.ย.66

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะกล่าวปราศรัยในห้วงเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) ของการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 14 -17 มิ.ย.66 ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่วนประเด็นการหารือในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีปูติน เคยระบุว่าจะหารือในประเด็นตลาดแรงงาน รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ทั้งนี้ รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม SPIEF เวทีสำคัญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 26 (เมื่อปี 2563 งดจัด เนื่องจากวิกฤติโรค COVID-19)

กัมพูชาและญี่ปุ่นลงนามว่าด้วยญี่ปุ่นขยายวงเงินกู้และเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาให้กัมพูชา

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานอ้างข่าวสารนิเทศของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า นายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และนาย UENO Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/กัมพูชา ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนและเอกสารประกอบการขยายวงเงินกู้และเงินช่วยเหลือให้กัมพูชามากกว่า 7,571 ล้านเยน (ประมาณ 55.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในกัมพูชา แบ่งเป็นเงินกู้สำหรับโครงการปรับปรุงทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 5 ช่วง Prek Kdam จ.กังดาล – Thlea Ma`am จ.โพธิสัต และเงินช่วยเหลือสำหรับทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จำนวน 52.6 และ 2.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ทั้งนี้ นายปร๊ะ สุคน กล่าวขอบคุณรัฐบาลและชาวญี่ปุ่นที่สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข การศึกษา ความมั่นคงและการทหาร ภารกิจรักษาสันติภาพ และความร่วมมือระดับประชาชนกับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง   Image Credit : Kingdom of Cambodia Ministry…

รมว.กต.ปากีสถานขอบคุณจีนและประเทศที่ไม่เข้าร่วมการประชุมชาติสมาชิก G20 ที่แคชเมียร์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Observer รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Bilawal Bhutto Zardari รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานที่กล่าวแสดงความขอบคุณรัฐบาลจีน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และประเทศอื่นๆ ที่ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม G20 ซึ่งอินเดียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่แคว้นแคชเมียร์ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานกล่าวหารัฐบาลอินเดียว่า สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในแคว้นดังกล่าวและจำกัดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนด้วยการส่งกำลังทหารจำนวน 900,000 นาย เข้าไปควบคุมพื้นที่ ทั้งนี้ ดินแดนแคชเมียร์เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างปากีสถานกับอินเดียมาโดยตลอด เนื่องจากต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน ซึ่งปากีสถานมองว่า การจัดประชุม G20 ที่แคชเมียร์ เป็นความพยายามอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของอินเดีย ซึ่งปากีสถานไม่ยอมรับ

ปากีสถานจะได้รับน้ำมันนำเข้าจากรัสเซียเที่ยวแรกภายใน 26 พ.ค.66

เว็บไซต์ Samaa English News รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาย Musadik Malik รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมของปากีสถานว่า ปากีสถานจะได้รับน้ำมันดิบราคาถูกเที่ยวแรกจากรัสเซียภายใน 26 พ.ค.66 ซึ่งนับเป็นการนำเข้าน้ำมันรัสเซียครั้งแรก หลังจากปากีสถานส่งคณะผู้แทนไปเจรจาขอซื้อน้ำมันจากรัสเซียหลายครั้ง นอกจากนี้ นาย Musadik Malik ระบุว่า รัฐบาลปากีสถานมีเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการใช้ก๊าช LPG ในพื้นที่ซึ่งไม่มีการใช้งาน โดยร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า โครงการช่วยเหลือด้านพลังงานแก่ผู้ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจของรัฐบาลปากีสถานจะไม่ได้รับการคัดค้านจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF)

อินโดนีเซียหารือนอกรอบกับสหภาพยุโรปและเกาหลีใต้ระหว่างการประชุม G7

สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 22 พ.ค.66 อ้างการเปิดเผยของนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ว่า ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ซึ่งเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น ระหว่าง 19-21 พ.ค.66 ได้พบหารือทวิภาคีนอกรอบการประชุม G7 กับผู้นำต่าง ๆ ได้แก่ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประธานาธิบดียูเครน รวมถึงได้พบปะกับนักลงทุนชาวญี่ปุ่น โดยมีการหารือที่สำคัญดังนี้ 1)  อินโดนีเซียพยายามเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์รอบด้านกับสหภาพยุโรป รวมถึง Global Gateway และความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 2)  อินโดนีเซียต้องการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับเกาหลีใต้ให้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งอินโดนีเซียกำลังขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของอินโดนีเซียในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์สีเขียว 3)  อินโดนีเซียพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนการลงทุนที่สำคัญกับญี่ปุ่น โดยปัจจุบันอินโดนีเซียและญี่ปุ่นมีความร่วมมือในโครงการพัฒนาหลายโครงการ เช่น การก่อสร้างถนน เส้นทางรถไฟ และโครงการด้านพลังงาน 4)   อินโดนีเซียพร้อมที่จะเป็นสะพานสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซีย และยินดีที่จะขยายข้อตกลงธัญพืชออกไปอีก 2…

เอกชนกัมพูชาและไทยร่วมมือการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน easy2send

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 22 พ.ค.66 ว่า AMK ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดเล็ก (Microfinance Institution) ของกัมพูชา กับบริษัท 2P2C ของไทย ร่วมกันให้บริการโอนเงินข้ามประเทศในเวลาจริง (real-time) ผ่านบริการ easy2send โดยบริษัท 2P2C มีจุดบริการในไทยมากกว่า 10,000 แห่ง และ AMK มีเครือข่ายธนาคารและสถาบันการเงินในกัมพูชา 36 แห่ง ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการ AMK ระบุว่า มีแรงงานกัมพูชาในไทย 1.3 ล้านคน ส่งเงินกลับประเทศจำนวน 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 91,500 ล้านบาท แรงงานส่วนใหญ่นิยมส่งเงินกลับประเทศผ่านคนกลางที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้อง พร้อมกับคาดหวังว่า ความร่วมมือกับ 2P2C จะช่วยอำนวยความสะดวกในการโอนเงินของชาวกัมพูชา คิดค่าธรรมเนียมเป็นธรรม และไม่ต้องผ่านคนกลาง

อินเดียและอินโดนีเซียฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเลครั้งที่ 4

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 20 พ.ค.66 ว่ากองทัพเรืออินเดียและอินโดนีเซีย ฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเล ครั้งที่ 4 ภายใต้รหัส Samudra Shakti-23 ระหว่าง 17-19 พ.ค.66 เพื่อแสดงความเป็นหุ้นส่วนที่แน่นแฟ้นระหว่างอินเดียและอินโดนีเซีย รวมถึงยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือสองประเทศในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคร่วมกัน โดยการฝึกครั้งนี้ฝ่ายอินเดียส่งเรือลาดตระเวนต่อต้านเรือดำน้ำ INS Kavaratti เฮลิคอปเตอร์ Chetak และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Dornier ขณะที่อินโดนีเซียส่งเรือลาดตระเวน KRI Sultan Iskandar Muda เฮลิคอปเตอร์ Panther และ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล CN 235 เข้าร่วม