รัฐบาลมาเลเซียกดดัน Facebook ให้จัดการเนื้อหาหลอกลวงออนไลน์

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่า นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและดิจิทัลมาเลเซีย วิจารณ์ บ.Meta ผู้ให้บริการเฟซบุ๊กว่าไม่สามารถจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โพสต์เกี่ยวกับการพนัน และการหลอกลวงออนไลน์ แม้จะได้รับคำร้องให้ลบข้อมูล จำนวน 168,774 คำขอ หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของการร้องเรียน รวมถึงตั้งแต่ปี 2566-ส.ค.68  มีคดีหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 248 ล้านริงกิต (ประมาณ 1,880 ล้านบาท)  จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเนื้อหา รวมถึงพัฒนาระบบยืนยันอายุและตัวบุคคลผ่านบัตรประชาชนระบบ MyKad หรือ MyDigital ID เพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน และลดความเสี่ยงจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย หาก บ.Meta ยังไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลจะดำเนินการทางกฎหมายหรือออกมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เพื่อให้ บ.Meta รับผิดชอบต่อบทบาทในการลดอาชญากรรมออนไลน์

รัสเซียเสนอขยายเวลาสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ

สนข.รอยเตอร์รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียเสนอให้ขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์หรือ New Start กับสหรัฐฯโดยสมัครใจออกไปอีก 1 ปี  ขณะที่ โฆษกประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อเสนอของรัสเซียในเชิงบวก พร้อมทั้งเสริมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วยตัวเอง ทั้งนี้  New Start เป็นข้อตกลงที่กำหนดให้แต่ละฝ่ายจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2554 เคยได้รับการต่ออายุเป็นเวลา 5 ปี เมื่อปี 2564 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และจะสิ้นสุดลงใน ก.พ.69

จีนอาจสร้างเกาะเทียมเพื่อขยายสิทธิครอบครองสันดอนสการ์โบโรห์ในทะเลจีนใต้

นสพ.South China Morning Post รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 อ้างนาย Wu Shicun นักวิจัยประจำสถาบันทะเลจีนใต้ศึกษาแห่งชาติของจีน (National Institute for South China Sea Studies) ว่า จีนอาจพิจารณาสร้างเกาะเทียมที่สันดอนสการ์โบโรห์ (จีนเรียกเกาะหวงเหยียน) ในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทกับฟิลิปปินส์ หลังจีนประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับชาติ เพื่อขยายสิทธิครอบครองพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมน่านน้ำรอบเกาะ แม้อาจต้องเผชิญหน้ากับฟิลิปปินส์มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ เกาะหวงเหยียนอยู่ห่างจากมณฑลไห่หนานของจีนไปทาง ตอ.ต. ประมาณ 890 กม. มีพื้นที่ 35.2367 ตร.กม.

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนจากความตึงเครียดในยุโรปและตะวันออกกลาง

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน ปรับเพิ่ม 28 เซนต์ อยู่ที่ 66.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ อยู่ที่ 62.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปและตะวันออกกลางห้วง ก.ย.68 เช่น การที่รัสเซียละเมิดน่านฟ้าประเทศสมาชิก NATO หลายประเทศ เช่น โปแลนด์ และเอสโตเนีย ขณะที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียเพิ่มขึ้น รวมทั้งกรณีประเทศตะวันตก ได้แก่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และโปรตุเกส ประกาศรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ เมื่อ 21 ก.ย.68 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อิสราเอลตอบโต้รุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ประเมินว่าในระยะยาวมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันดิบจะลดลง เนื่องจาก อุปทานน้ำมันดิบโลกยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+…

โครงการ Gold Card ของสหรัฐฯ ให้เศรษฐีต่างชาติมีสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐฯ

เว็บไซต์ Forbes รายงานเมื่อ 21 ก.ย.68 ว่า สหรัฐฯ ประกาศดึงดูดเศรษฐีต่างชาติให้ย้ายถิ่นพำนักมาสหรัฐฯ มากขึ้น ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโครงการ “Gold Card”  แบ่งเป็น 1) จ่ายเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับสิทธิพำนักถาวรในสหรัฐฯ  หรือ “Trump Gold Card”  และ 2) ภาคธุรกิจที่จ่าย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อพนักงานหนึ่งคน จะได้สิทธิพำนักถาวรในสหรัฐให้กับพนักงาน (ไม่ระบุจำนวนพนักงาน) หรือ “Trump Corporate Gold Card”  โดยจะเปิดโอกาสให้โอนสิทธิพำนักจากพนักงานคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่งได้ โดยมีค่าธรรมเนียมการโอนและต้องผ่านการตรวจสอบของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กับทั้งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ  โครงการดังกล่าว จะนำมาใช้แทนการตรวจลงตราประเภท EB-1 หรือ EB-2 ซึ่งสงวนไว้สำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษหรือมีวุฒิวิชาชีพขั้นสูง  นอกจากนี้ สหรัฐฯ มีแผนจะออกบัตร“Trump Platinum Card” มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งผู้ถือบัตรดังกล่าว สามารถพำนักในสหรัฐฯ…

เงินบาทแข็งค่ากระทบด้านการท่องเที่ยวและส่งออกของไทย

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า สกุลเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของรัฐบาลใหม่ของไทย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะชะลอตัว ท่ามกลางความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังซื้อที่อยู่ในระดับต่ำ และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง  นักเศรษฐศาสตร์และภาคเอกชนประเมินว่า เงินบาทที่แข็งค่าทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และเกิดขึ้นในห้วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ระหว่างตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูไฮซีซัน ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกเดินทางไปเยือนประเทศอื่น อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ ธปท. และต้องการให้ทำงานเพื่อทางออกที่ดีร่วมกัน

ไทยถูกเวียดนามแซงขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีน

ข้อมูลจากองค์กรวิจัยในจีน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจในไทย รวมถึงแพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางหลักในการท่องเที่ยวของชาวจีนแทนที่ไทย โดยห้วงเดือน ม.ค. – ส.ค. 68 ชาวจีนเดินทางไปเที่ยวเวียดนามมากถึง 3.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับไทยในห้วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านคน ทำให้จีนกลายเป็นอันดับ 2 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย รองจากมาเลเซีย นอกจากนี้ แม้จะใกล้เข้าช่วงวันหยุดยาว (Golden Week) ในวันชาติจีน (ช่วงต้น ต.ค.68) แต่บรรยากาศของนักท่องเที่ยวจีน ไม่คึกคักเท่าที่ควร และจำนวนเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำลดลง ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากชาติเอเชียตะวันออกที่เป็นตลาดหลักของไทย เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ยังหันไปท่องเที่ยวเวียดนามมากขึ้น โดยนอกจากปัญหาความไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยในไทยแล้ว ยังเป็นเพราะค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหยวนของจีนและดองของเวียดนาม รวมถึงชาวจีนที่เดินทางด้วยตนเองชื่นชอบความสดใหม่ของสถานที่และแสวงหาประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง ซึ่งเวียดนามมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวดั้งเดิมกับแหล่งท่องเที่ยวพัฒนาใหม่ มีย่านชอปปิ้งหรูหรา และร้านอาหารข้างทางคล้ายไทย แต่ราคาถูกกว่า จึงตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน

กลุ่มเปราะบางกลายเป็นเป้าหมายในการว่าจ้าง/หลอกลวงให้เปิดบัญชีม้า

พบปัญหาหลอกเปิดบัญชีม้าของกลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย รวมถึงกรุงเทพฯ พื้นที่อาศัยของคนไร้บ้าน เช่น สนามหลวง ย่านพระนคร โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มคนไร้บ้าน รูปแบบการเข้ามาหลอกลวงมีทั้งเข้ามาสอบถามแบบเปิดเผย และเข้ามาหลอกสอบถามข้อมูลส่วนตัวและขอบัตรประชาชน โดยอ้างเพื่อจะนำของมาแจก หรือช่วยทำเรื่องขึ้นทะเบียนบัตรผู้สูงอายุและสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ นอกจากนี้ พบกลุ่มเยาวชนที่ไม่ยอมกลับบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายด้วย แต่การถูกหลอกจะชักชวนให้เปิดบัญชีม้าที่อ้างเพื่อนำไปทำบัญชีค้าขายออนไลน์หรือทำงานพิเศษ และบางรายถูกเพื่อน (ที่ถูกหลอกจากกลุ่มหลอกลวงออนไลน์อีกทอดหนึ่ง) ยืมบัญชีโดยอ้างเพื่อให้พ่อแม่โอนเงินเข้าบัญชีมาคืนเงินที่ยืม ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต่างหลงเชื่อหรือเต็มใจเปิดบัญชีม้าให้ เพราะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพียงบัญชีละ ๑,๐๐๐ บาท และกลุ่มหลอกลวงออนไลน์ที่เข้ามาหลอกเปิดบัญชีม้ามากันเป็นกลุ่ม หรือทำเป็นขบวนการ และพบมี จนท.รัฐ และ จนท.ธนาคารในพื้นที่ เกี่ยวข้องหรือปล่อยให้กลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวได้อย่างเปิดเผย

ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาพบหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียนอกรอบการประชุม AIPA

สมเด็จฯ ควน สุดารี ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาพบหารือทวิภาคีกับ ตัน ศรี โจฮารี อับดุล ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียและประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) นอกรอบการประชุมใหญ่ AIPA ครั้งที่ 46 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 20 ก.ย.68  สมเด็จฯ ควน สุดารี ขอบคุณมาเลเซียสำหรับการต้อนรับ และชื่นชมบทบาทประธาน AIPA ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. และความพยายามในการสร้างความปรองดองและฟื้นฟูสถานการณ์ระหว่างกัมพูชากับไทยให้กลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงการสนับสนุนกฎบัตรสันติภาพสากล  ซึ่งเป็นความสำเร็จของอาเซียนและมนุษยชาติในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนสันติภาพในภูมิภาคอย่างเข้มแข็ง ด้าน ตัน ศรี โจฮารี อับดุล ขอบคุณกัมพูชาสำหรับการมีส่วนร่วม และให้คำมั่นถึงบทบาทมาเลเซียในการรักษาสันติภาพทั้งในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง กัมพูชากับไทย ด้วยจิตวิญญาณและเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวอาเซียน โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีกัมพูชา-มาเลเซีย ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมการลงทุน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เฉพาะอย่างยิ่ง ชาวกัมพูชาเดินทางไปมาเลเซียมากขึ้น เพื่อท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ สะท้อนถึงการเชื่อมต่อระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างลึกซึ้ง

ญี่ปุ่นตรวจพบเรือ ทร.รัสเซียเดินเรือผ่านช่องแคบของประเทศ

ส่วนเสนาธิการร่วมของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 ก.ย.68 ว่า กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น ตรวจพบเรือของ ทร.รัสเซีย จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วยเรือพิฆาต 1 ลำ (หมายเลขเรือ 548) เรือฟริเกต 1 ลำ (หมายเลขเรือ 333) เรือยกพลขนาดใหญ่ 1 ลำ (หมายเลขเรือ 066) และเรือกวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง 1 ลำ (หมายเลขเรือ 757) เมื่อ 161100 ก.ย.68 ที่บริเวณห่างจากแหลมโซยะไปทางเหนือเป็นระยะทางประมาณ 30 กม.   รวมทั้งแล่นผ่านช่องแคบโซยะ มุ่งหน้าทิศ ตต. ทั้งนี้ ช่องแคบโซยะเป็นช่องแคบที่คั่นกลางระหว่างเกาะฮอกไกโด จ.ฮอกไกโด ทางเหนือของญี่ปุ่น กับเกาะซาคาลิน แคว้นซาคาลิน ของรัสเซีย