เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายยิงจรวดนำส่งดาวเทียมเต็มรูปแบบในปี 2568

สำนักข่าว Yonhap รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า เกาหลีใต้เตรียมยิงทดสอบจรวดอีก 1-2 ครั้ง เพื่อทดสอบขีดความสามารถของจรวด ก่อนยิงจรวดนำส่งดาวเทียมเต็มรูปแบบจาก Naro Space Center ในปี 2568 ตามเป้าหมาย โดยจรวดจะมี 4 ส่วน ซึ่งสามส่วนแรกใช้เชื้อเพลิงแข็ง และส่วนสุดท้ายใช้เชื้อเพลิงเหลวเพื่อนำส่งดาวเทียมขนาดเล็ก มีน้ำหนัก 500 กิโลกรัม สู่วงโคจรระดับต่ำของโลก ทั้งนี้ เกาหลีใต้จะใช้ดาวเทียมในการทหารและภาคพลเรือนเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของโลก ก่อนหน้านี้ สำนักงานพัฒนาด้านการป้องกัน (Agency for Defense Development – ADD) ของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ยิงทดสอบจรวดนำส่งดาวเทียมเชื้อเพลิงแข็งสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ 30 มี.ค.65 เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางทหารด้านสังเกตการณ์ในอวกาศ โดย ADD มีภารกิจพัฒนาจรวดเชื้อเพลิงแข็ง และจะถ่ายโอนเทคโนโลยีดังกล่าวให้แก่ภาคพลเรือนต่อไป

ตำรวจมาเลเซียจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจป้องกันการลักลอบนำเข้าพลุและประทัดจากไทย

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ตำรวจรัฐกลันตันของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับ จ.นราธิวาส จัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจพิเศษในระดับท้องถิ่น ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าพลุและประทัดจากไทยในห้วงเทศกาลถือศีลอด และยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าวทั้งในตลาดและช่องทางการขายแบบออนไลน์ ทั้งนี้ มาเลเซียอนุญาตให้จำหน่ายพลุและประทัดแก่ประชาชนเพียง 2 ยี่ห้อ เท่านั้น ได้แก่ Pop-pop และ Happy Boom เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของสารประกอบระเบิดที่เป็นอันตราย

UNGA ลงมติระงับสมาชิกภาพของรัสเซียใน UNHRC

สมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ลงมติเมื่อ 7 เม.ย.65 ระงับสมาชิกภาพของรัสเซียในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council-UNHRC) ตามที่สหรัฐฯ ยื่นข้อมติ โดยได้รับเสียงสนับสนุนจาก 93 ประเทศ คัดค้าน 24 ประเทศ และงดออกเสียง 58 ประเทศ รวมถึงไทย ทำให้ได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของจำนวนประเทศที่ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 117 ประเทศ (ไม่นับรวมประเทศที่งดออกเสียง) ซึ่งนาย Gennady Kuzmin รองผู้แทนถาวรรัสเซียประจำ UN ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิก UNHRC ทั้งนี้ รัสเซียได้รับเลือกจาก UNGA เมื่อ ม.ค.64 ให้เป็น 1 ใน 47 ประเทศที่เป็นสมาชิก UNHRC มีวาระ 3 ปี

ออสเตรเลียประกาศคว่ำบาตรชาวรัสเซียเพิ่มเติม

นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียตัดสินใจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและห้ามชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศเพิ่มอีก 67 คน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรุกรานยูเครน อาทิ 1) พ.อ. Mikhail Mizintsev นายทหารคนสำคัญของรัสเซียที่มีส่วนในการทิ้งระเบิดโรงละครในเมือง Mariupol ยูเครน 2) นาย Dmitry Grigorenko รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย 3) นาย Maxim Reshetnikov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ และ 4) นาย Aleksander Babakov รองประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) นอกจากนี้ ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามของรัสเซีย รวมถึงชาวยูเครนที่ร่วมมือกับรัสเซียในการบ่อนทำลายรัฐบาลยูเครน รวมประมาณ 600 คน ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่เมือง Bucha และเมืองรอบกรุงเคียฟ ยูเครน

สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุตรสาวของผู้นำรัสเซียและธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Brian Deese ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุตรสาวของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แก่ นาง Mariya Putina และนาง Katerina Tikhonova รวมถึงภรรยาและบุตรสาวของนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียหลายตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันและบริษัทของสหรัฐฯ ลงทุนเพิ่มเติมในรัสเซีย และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ United Aircraft Corporation และ United Shipbuilding Corporation รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับธนาคาร Sberbank และ Alfa Bank ของรัสเซีย ทั้งนี้ การคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประณามประธานาธิบดีปูตินว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน

ญี่ปุ่นประณามรัสเซียกรณีก่ออาชญากรรมสงครามในวิกฤตยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และสำนักข่าว NHK รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายฮิโรกาสึ มาสึโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นประณามว่ารัสเซียเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนในยูเครนเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสังหารหมู่เมืองบูชา กรุงเคียฟ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่ไม่สามารถยอมรับได้และรัสเซียควรได้รับการลงโทษจากประชาคมโลก นอกจากนี้ ยังระบุว่า ญี่ปุ่นจะติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในยูเครนและประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะพยายามผลักดันการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ให้สำเร็จ

สหรัฐฯ กล่าวโทษผู้นำรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงคราม

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประณามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินว่าก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน ขณะเดียวกัน ก็ย้ำว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยร่วมมือกับยูเครนและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียต่อไป พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้สมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลดรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เนื่องจากปฏิบัติการด้านการทหารต่อพลเรือนในยูเครน ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวจะมีผลเมื่อสมาชิกองค์การสหประชาชาติจำนวน 2 ใน 3 ลงมติสนับสนุน ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

รัสเซียออกกฎหมายตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยการจำกัดการอนุมัติตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาที่ 183 เมื่อ 4 เม.ย.65 ประกาศมาตรการตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยเงื่อนไขการอนุมัติตรวจลงตรา โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที ระงับข้อตกลงว่าด้วยการตรวจลงตราหนังสือเดินทางต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่ลงนามเมื่อ 25 พ.ค.49 และรัสเซีย-นอร์เวย์ที่ลงนามเมื่อ 8 มิ.ย.50 รวมถึงนอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียยกเลิกการพิจารณาเอกสารบางรายงานที่อยู่ระหว่างขออนุมัติตรวจลงตรา อาทิ ผู้แทนทางการรวมถึงนักข่าวระยะ 1 ปี และตรวจลงตราระยะ 5 ปี ของเจ้าหน้าที่ผู้แทนต่างชาติของรัฐบาล รัฐสภาและศาล รวมถึงยกเลิกการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้แทนทางการของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลต่างชาติ แม้จะถือหนังสือเดินทางทางการทูต

เยอรมนีและฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียหลังเหตุโจมตีพลเรือนในยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า จะเนรเทศผู้แทนทางการทูตรัสเซีย หลังมีรายงานเหตุการณ์กองกำลังรัสเซียโจมตีพลเรือนเสียชีวิตในเมือง Bucha ของยูเครน โดยนาง Annalena Baerbock รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยอรมนีอ้างถึงการกระทำของรัสเซียที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมในเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นเหตุผลโดยตรงที่เยอรมนีตัดสินใจจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียจำนวน 40 คน ด้วยสถานะบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียที่ดำเนินกิจกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ความมั่นคงของฝรั่งเศสจำนวน 35 คน แม้ว่าในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์ที่เมือง Bucha โดยตรง ทั้งนี้ มีประเทศในยุโรปที่เนรเทศนักการทูตรัสเซียไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ โปแลนด์ สโลวะเกีย เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ บัลแกเรีย นอร์ทมาซิโดเนีย เอสโตเนีย ลัตเวีย) เช็ก และมอนเตเนโกร

รัสเซียผลักดันการประชุม UNSC กรณีการสังหารหมู่เมือง Bucha ยูเครน

สำนักข่าว Interfax ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งระบุว่า รัสเซียจะผลักดันให้เกิดการประชุมหารืออย่างจริงจังในกรอบการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กรณีการสังหารหมู่ที่เมือง Bucha ภูมิภาคเคียฟ ของยูเครน แม้รัสเซียเผชิญการกีดกัน โดยนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุในวันเดียวกันว่า รัสเซียจะใช้ทรัพยากรที่มีตีแผ่หลักฐานที่ประเทศตะวันตกพยายามยัดเยียดให้เป็นความผิดรัสเซีย ภายหลังรัสเซียพยายามใช้กลไกล UNSC โดยยื่นคำขอแต่ถูกสหราชอาณาจักรซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ใน เม.ย.65 ปฏิเสธติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า UNSC มีแผนจะจัดการประชุมประเด็นยูเครนในวันพุธที่ 5 เม.ย.65 ทั้งนี้ รัสเซียจะขอให้ UNSC พิจารณาว่าการกระทำของยูเครนครั้งนี้เป็นการยั่วยุโดยกองทัพยูเครนและกลุ่มหัวรุนแรง