บริษัทพลังงานออสเตรเลียประกาศถอนการลงทุนในเมียนมา

สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 27 ม.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของบริษัทสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ Woodside Petroleum ของออสเตรเลีย ต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย ว่า บริษัทจะเริ่มถอนตัวจากสัญญาที่เหลืออยู่กับบริษัท Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ในการสำรวจก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งเมียนมา เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมายังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง บริษัทจึงไม่สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ A-6 หรือธุรกิจอื่น ๆ ในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ บริษัท Woodside Petroleum สั่งระงับการดำเนินงานในเมียนมาตั้งแต่ 27 ก.พ.64 หลังเหตุการณ์กองทัพยึดอำนาจ นอกจากนี้ บริษัทออกแถลงการณ์อีกฉบับ ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และสนับสนุนเมียนมาให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัท Chevron ของสหรัฐฯ และบริษัท TotalEnergies ของฝรั่งเศส ประกาศถอนการลงทุนจากเมียนมา

ไนจีเรียเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ลัสสา

ศูนย์ควบคุมโรคไนจีเรีย (Nigeria Centre for Disease Control–NCDC) แถลงเมื่อ 26 ม.ค.65 ว่า เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไข้ลัสสาครั้งใหม่ โดยตั้งแต่ปี 2565 พบผู้ติดเชื้อไข้ลัสสาแล้ว 115 ราย และมีผู้เสียชีวิต 26 ราย ในพื้นที่ของรัฐบาลท้องถิ่น 30 แห่งใน 11 รัฐ จากทั้งหมด 36 รัฐของไนจีเรีย NCDC ระบุจะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และพยายามลดอัตราผู้เสียชีวิตจากไข้ลัสสาให้เหลือเพียงตัวเลขหลักเดียว ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคเกิดในช่วงฤดูร้อน (มกราคม-เมษายน) โดยมีหนูเป็นพาหะนำโรค ติดต่อโรคด้วยการสัมผัสละอองฝอย อุจจาระหรือปัสสาวะของหนู และยังสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนทางเพศสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อมักมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการ ส่วนใหญ่ที่พบจะมีอาการไข้ เจ็บคอ อ่อนเพลีย อาเจียน และท้องร่วง

กลุ่ม IS โจมตีเรือนจำในซีเรียเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เป็นพันธมิตรกลุ่ม

สำนักข่าวAFP รายงานเมื่อ 21 ม.ค.65 โดยอ้างข้อมูลจากกลุ่ม Syrian Observatory for Human Rights ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชน มีสำนักงานใหญ่ที่สหราชอาณาจักร ว่า เกิดการต่อสู้บริเวณเรือนจำ Ghwayran ในเมือง Hassakeh ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ระหว่างกลุ่ม Islamic State (IS) และกองกำลังชาวเคิร์ดที่ดูแลเรือนจำ ผู้ต้องขังบางส่วนพยายามหลบหนีเป็นครั้งที่สอง ด้านกองทัพซีเรียระบุว่าอยู่ระหว่างจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว และสามารถจับกุมตัวทหารรับจ้างได้ 89 คน ในการเผชิญหน้าครั้งนี้ สมาชิกกลุ่ม IS เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน สมาชิกกลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ดเสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน โดยการต่อสู้ดังกล่าวต่อเนื่องจากการที่กลุ่ม IS โจมตีเรือนจำแห่งนี้ เมื่อ 20 ม.ค.65 เพื่อพยายามช่วยเหลือกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรที่ถูกขังในเรือนจำ โดยใช้รถยนต์พุ่งชนเรือนจำ ทำให้มีผู้ต้องขังพยายามหลบหนี (ไม่อาจระบุชัดเจนว่ามีผู้ที่หลบหนีสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลหลายแหล่งรายงานไม่ตรงกัน) ปัจจุบันยังคงมีการปะทะกันในบริเวณใกล้เรือนจำ Ghwayran  ทั้งนี้ เรือนจำดังกล่าวเป็นเรือนจำที่ชาวเคิร์ดเป็นผู้ดูแล คาดว่ามีผู้ต้องขังที่อาจเป็นสมาชิกกลุ่ม IS ประมาณ…

ทางการนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ชี้แจงกรณีราคาเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นในห้วงปัจจุบัน

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 24 ม.ค.65 อ้างประกาศทางการนครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ว่า ราคาเนื้อสุกรในตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วนครหลวงเวียงจันทน์ เพิ่มจากกิโลกรัมละ 37,000-45,000 กีบ เมื่อ ธ.ค.64 เป็น 50,000 กีบ สาเหตุจากการขาดแคลนเนื้อสุกรในประเทศเพื่อนบ้าน โดยนาย Larsay Nouanthasing หัวหน้าแผนกกสิกรรมและป่าไม้นครหลวงเวียงจันทน์ ระบุว่า การที่ไทยประสบปัญหาขาดแคลนเนื้อสุกรจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever-ASF) ทำให้ลาวส่งออกเนื้อสุกรมากขึ้น ส่งผลให้เนื้อสุกรไม่เพียงพอต่อตลาดในประเทศและราคาปรับสูงขึ้น ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตเนื้อสุกร เช่นเดียวกับการที่ภาคการท่องเที่ยวและร้านอาหารในลาวเริ่มฟื้นตัว ทำให้ความต้องการเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในห้วงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 รุนแรง ฟาร์มเลี้ยงสุกรหลายแห่งในนครหลวงเวียงจันทน์ปิดตัว ทำให้กำลังการผลิตลดลง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2565 จะมีเนื้อสุกรเพียง 15,982 ตัน น้อยกว่าอุปสงค์ซึ่งอยู่ที่ 19,0888 ตัน อย่างไรก็ตาม ทางการลาวพยายามแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรเพิ่มสูง เช่น การจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร การเพิ่มแม่พันธุ์สุกร 3,000 ตัว ส่งเสริมการทำฟาร์ม และสนับสนุนโรงงานผลิตอาหารสัตว์…

กองทัพบูร์กินาฟาโซเข้ายึดอำนาจและควบคุมตัวประธานาธิบดี

กองทัพบูร์กินาฟาโซประกาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเมื่อ 24 ม.ค.65 อ้างแถลงการณ์ที่ลงนามโดย พ.ท.Paul-Henri Sandaogo Damiba ว่า กองทัพบูร์กินาฟาโซเข้ายึดอำนาจและควบคุมตัวประธานาธิบดี Roch Marc Christian Kabore ของบูร์กินาฟาโซ ซึ่งแหล่งข่าวของรัฐบาลระบุว่าประธานาธิบดี Kabore ถูกลักพาตัวออกจากบ้านพักตั้งแต่ 23 ม.ค.65 โดยกองทัพประกาศระงับใช้รัฐธรรมนูญ ยุบรัฐบาลและรัฐสภา และปิดพรมแดนตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของ 24 ม.ค.65 และระบุจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในเวลาอันสมควร และจะประกาศเคอร์ฟิวเวลากลางคืนทั่วประเทศ ขณะที่ประเทศในทวีปแอฟริกา สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (European Union -EU) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations–UN) ประณามว่าเป็นการทำรัฐประหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประธานาธิบดี Kabore โดยทันที ทั้งนี้ การยึดอำนาจประธานาธิบดี Kabore ของกองทัพมีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงออกจากตำแหน่ง และให้จัดหาทรัพยากรและสิ่งอำนายความสะดวกในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายเพิ่มขึ้น โดยไม่มีข้อเรียกร้องให้ประธานาธิบดี Kabore ลาออกจากตำแหน่ง            …

ออสเตรเลียแสดงความกังวลกรณีรัสเซียอาจบุกยูเครน พร้อมเตือนพลเมืองห้ามเดินทางไปยูเครน

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 25 ม.ค.65 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ว่า ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เพื่อแสดงความกังวลของประชาคมระหว่างประเทศต่อกรณีรัสเซียอาจบุกยูเครน โดยหวังว่า รัสเซียจะไม่เดินหน้าสร้างความขัดแย้งกับยูเครน เพราะอาจทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นราย และคาดว่า ยูเครนไม่น่าจะขอความช่วยเหลือทางการทหารกับออสเตรเลีย พร้อมย้ำถึงความสำคัญของประเทศเสรีประชาธิปไตยที่ต่อต้านอำนาจเผด็จการ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ออกคำเตือนพลเมืองห้ามเดินทางไปยูเครน เมื่อ 24 ม.ค.65 เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการขัดกันด้วยอาวุธ (Armed Conflict) พร้อมสั่งอพยพผู้ติดตามเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำกรุงเคียฟ และแนะนำให้ชาวออสเตรเลียที่อยู่ในยูเครนเดินทางออกจากยูเครนด้วยเที่ยวบินพาณิชย์โดยทันที ส่วนผู้ที่ตัดสินใจที่จะอยู่ในยูเครนควรทบทวนแผนการรักษาความปลอดภัย เตรียมที่หลบภัยหากเกิดเหตุจำเป็น และควรลงทะเบียนที่อยู่เพื่อแจ้งกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย                        

EU เตรียมความพร้อมรับเหตุโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย

ที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป (European Union–EU) แถลงเมื่อ 24 ม.ค.65 ว่า EU เตรียมความพร้อมตั้งรับเหตุโจมตีทางไซเบอร์และภัยคุกคามจากรัสเซีย รวมถึงเตรียมมาตรการลงโทษต่อรัสเซีย หากรัสเซียยังดำเนินการทางทหารที่คุกคามและส่งผลเสียร้ายแรงต่อยูเครนและภูมิภาคยุโรป นอกจากนี้ EU จะจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงิน มูลค่า 1,200 ล้านยูโร (ประมาณ 44,842 ล้านบาท) ซึ่งจะรวมทั้งเงินให้เปล่าและเงินกู้ฉุกเฉินให้กับยูเครน เพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งกับรัสเซีย ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่รัสเซียได้ผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเมื่อปี 2558 ทาง EU และสถาบันทางการเงินของยุโรปได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่อยูเครน รวมแล้วกว่า 17,000 ล้านยูโร อย่างไรก็ดี มีการตั้งคำถามถึงความเป็นเอกภาพของ EU เนื่องจากบางประเทศยังมีผลประโยชน์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และพลังงานที่เกี่ยวพันกับรัสเซีย ซึ่ง EU ย้ำว่ายังมีความเป็นเอกภาพต่อแนวทางการรับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย โดยจะเน้นวิธีการทางการทูตโน้มน้าวรัสเซียให้เข้าสู่การเจรจาเป็นหลัก

เยอรมนีเกิดเหตุกราดยิงในมหาวิทยาลัย Heidelberg

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 24 ม.ค.65 เกิดเหตุนักศึกษาภาควิชาชีววิทยาของมหาวิทยาลัย Heidelberg ของเยอรมนี ใช้ปืนกราดยิงภายในมหาวิทยาลัย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้ปืนยิงตัวเอง โดยผลการสืบสวนเบื้องต้นระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาวเยอรมัน อายุ 18 ปี ใช้ปืนก่อเหตุ 2 กระบอก ซึ่งไม่มีใบอนุญาตครอบครองปืน และมีกระสุนสำรองในกระเป๋าเป้กว่า 100 นัด ไม่มีใบอนุญาตขับขี่และไม่มีประวัติการอาชญากรรมในเยอรมนี อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่ทราบเหตุจูงใจในการก่อเหตุและสาเหตุที่หยุดยิง แต่เชื่อว่าเป็นการก่อเหตุโดยลำพัง                                

เวเนซุเอลาพร้อมจะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคทางทหารแก่รัสเซีย

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 23 ม.ค.65 ว่า นาย Sergey Melik-Bagdasarov เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำการากัส กล่าวในช่อง YouTube Soloviev.Live เชื่อมั่นว่าเวเนซุเอลาพร้อมจะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคทางทหารแก่รัสเซีย ในกรณีความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศของรัสเซียกับเวเนซุเอลาแน่นแฟ้น เฉพาะอย่างยิ่งจากกรณีที่สองประเทศมีข้อตกลงความร่วมมือทางทหารและทางเทคนิคตั้งแต่ปี 2544 และปัจจุบันรัสเซียยังอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของเวเนซุเอลา

อาเซอร์ไบจานและยูเครนร่วมออกแถลงการณ์ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

สำนักข่าว112.international ของยูเครน รายงานเมื่อ 14 ม.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีอิลฮาม อาลิเยฟ ของอาเซอร์ไบจานและประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ร่วมกันแถลงการณ์ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน เพื่อผลประโยชน์ร่วม รวมถึงการส่งเสริมอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน เพื่อเสถียรภาพในภูมิภาคครอบคลุมทะเลดำและทะเลแคสเปียน อีกทั้งลงนามความร่วมมืออีก 5 ฉบับ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความรู้ในการจัดการที่ดิน ความปลอดภัยการนำเข้าส่งออกอาหาร การเกษตรและพลังงาน และการค้าซึ่งในปี 2564 การค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มสูงเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีอาลิเยฟเยือนยูเครนเป็นประเทศแรกของปี 2565 และเชิญประธานาธิบดีเซเลนสกีเยือนอาเซอร์ไบจาน นอกจากนี้ ยูเครนกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำยูเครน อาเซอร์ไบจานและตุรกี ใน ก.พ.65