ซาอุดีอาระเบียจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์จากแร่ยูเรเนียมที่มีจำนวนมากในประเทศ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์Arab News และ Reuters รายงานเมื่อ 12 ม.ค.65 ว่า ในวันเดียวกันนี้ เจ้าชายอับดุลอะซีซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย ทรงแสดงความเห็นในที่ประชุม Future Minerals Forum ซึ่งซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงริยาด ระหว่าง 11-13 ม.ค.65 มีเนื้อหาว่า แหล่งแร่ยูเรเนียมในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญของการบรรลุแผนด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย เฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด โดยซาอุดีอาระเบียต้องการนำแร่ยูเรเนียมที่มีจำนวนมากในประเทศไปใช้ประโยชน์อย่างโปร่งใส ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร ผลิต พัฒนา และส่งออกแร่ยูเรเนียมในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยใช้ประโยชน์จากแร่ยูเรเนียม เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ ทรงแสดงความเห็นด้วยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดมีความซับซ้อน การดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประชาคมโลกจึงต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ รวมทั้งยังทรงกล่าวถึงการเตรียมจัดตั้งบริษัทในเครือเพื่อลงทุนด้านอุตสาหกรรมแร่ในต่างประเทศของบริษัท Saudi Arabian Mining  หรือ  Maaden ซึ่งเป็นบริษัทด้านอุตสาหกรรมแร่ที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย

ชาวเลบานอนมีแนวโน้มลักลอบอพยพไปยังยุโรปมากขึ้น

สำนักข่าวAFP รายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 ว่า วิกฤติเศรษฐกิจของเลบานอน ทำให้ประชาชนพยายามอพยพออกนอกประเทศ โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees -UNHCR) เปิดเผยว่า เมื่อปี 2562 มีชาวเลบานอน 40 คน (จากประชาชนหลายสัญชาติประมาณ 270 คน) พยายามลักลอบเดินทางทางทะเลโดยผิดกฎหมายไปยังต่างประเทศ โดยผู้ที่ลักลอบเดินทางอย่างผิดกฎหมายส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย และในปี 2563-2564 มีชาวเลบานอนเข้าร่วมด้วยมากขึ้น ส่วนใหญ่หวังว่าจะไปถึงไซปรัส (ที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 175 กิโลเมตร ระหว่าง ม.ค.-พ.ย.64 พบว่ามีชาวเลบานอน 186 คน (จากประชาชนหลายสัญชาติรวมอย่างน้อย 1,570 คน) พยายามลักลอบเดินทางทางทะเล ขณะที่กองทัพเลบานอนเข้มงวดเฝ้าระวังตลอดแนวชายฝั่งระยะทาง 225 กิโลเมตร พร้อมใช้ระบบเรดาร์และเรือลาดตระเวน รวมถึงมีปฏิบัติการทางทะเลร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานอื่น รวมถึงหน่วยงานของไซปรัส กองทัพเลบานอนเปิดเผยว่าเมื่อปี 2563 สามารถยึดเรือได้ 20 ลำและควบคุมตัวผู้ลักลอบเดินทางได้ 596…

กัมพูชาเลื่อนการจัดการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ

หนังสือพิมพ์Khmer Times รายงานเมื่อ 13 ม.ค.65 ว่ากระทรวงการต่างประเทศกัมพูชายืนยันเลื่อนการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Ministerial Meeting-AMM Retreat) ซึ่งเดิมจะจัดขึ้นระหว่าง 18-19 ม.ค.65 ที่ จังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนหลายคนไม่สะดวกเดินทางเข้าร่วมการประชุม แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ กัมพูชาจะหารือกับสมาชิกอาเซียนถึงกำหนดการจัดการประชุมที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย และจะประกาศกำหนดการใหม่อีกครั้ง

UNICEF เรียกร้องทุกฝ่ายในเมียนมาให้ปกป้องและคุ้มครองเด็ก

นาง Debora Comini ผู้อำนวยการองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Children’s Fund-UNICEF) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวเมื่อ 11 ม.ค.65 ประณามการใช้ความรุนแรงในเมียนมาที่รุนแรงขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในรัฐคะยา รัฐกะเหรี่ยง และรัฐฉาน ทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมทั้งเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการปกป้องและคุ้มครองเด็กจากพื้นที่การสู้รบเป็นอันดับแรก และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่เมียนมาลงนามรับรอง

แคนาดาระบุว่าจีนและฟิลิปปินส์ระงับการนำเข้าเนื้อวัวของแคนาดาเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรควัวบ้า

โฆษกกระทรวงเกษตรแคนาดาแถลงเมื่อ 11 ม.ค. 65 ว่าจีนและฟิลิปปินส์ระงับการนำเข้าเนื้อวัวของแคนาดา หลังจากที่ทางการแคนาดาตรวจพบวัวที่ติดเชื้อโรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy – BSE) เมื่อธ.ค.64 ซึ่งเป็นการตรวจพบครั้งแรกในรอบ 6 ปี  โดยจีนเป็นตลาดนำเข้าเนื้อวัวรายใหญ่ของแคนาดา ด้านนายเดนนิส เลย์คราฟต์ รองประธานสมาคมปศุสัตว์แคนาดาระบุว่าการระงับการนำเข้าเนื้อวัวของจีน ฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อวัวในแคนาดา และทั้งสามประเทศน่าจะดำเนินมาตรการดังกล่าวชั่วคราว

รัฐควิเบกของแคนาดาดำเนินมาตรการเก็บภาษีผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19

นายฟรองซัว เลอโกลต์ นายกรัฐมนตรีรัฐควิเบกของแคนาดา แถลงเมื่อ 11 ม.ค.65 ว่ารัฐควิเบกของแคนาดาเตรียมดำเนินมาตรการเก็บภาษีประชาชนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 โดยบุคคลดังกล่าวอาจต้องเสียภาษีอย่างน้อยประมาณ 79.71 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,659  บาท ทั้งนี้ ประชาชนในรัฐควิเบกที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดในรัฐ และคิดเป็นร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก (Intensive Care Unit-ICU)

ไต้หวันจะตรวจตราผู้เดินทางมาจากไทยเข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ ASF

ศูนย์รับมือภัยพิบัติกลางไต้หวัน ประกาศเมื่อ 12 ม.ค.65 ว่าในวันเดียวกันนี้ ทางการไต้หวันจะตรวจตราผู้เดินทางมาจากไทยเข้มงวด โดยห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อหมูเข้าไต้หวัน เพื่อป้องกันการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever-ASF)  ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หากไม่สามารถจ่ายค่าปรับจะถูกส่งตัวกลับประเทศทันที และหากตรวจพบว่ามีการสั่งนำเข้าจะมีโทษจำคุก 7 ปีและปรับสูงสุด 3 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากไทยประกาศพบเชื้อ AFS จากการเก็บตัวอย่างใน จังหวัดนครปฐม และได้แจ้งต่อองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (Office of Industrial Economics-OIE) แล้ว โดยไต้หวันระบุว่าตั้งแต่ 1 ต.ค.61-31 ธ.ค.64 ไต้หวันสุ่มตรวจหาเชื้อ AFS จากผลิตภัณฑ์เนื้อหมูนำเข้าจากต่างประเทศ 3,643 ตัวอย่าง พบเชื้อ 292 ตัวอย่างมาจากจีน 227 ตัวอย่าง เวียดนาม 63 ตัวอย่าง และไทย 3 ตัวอย่าง  

สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาส่งออกเนื้อหมูไปอินเดีย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 อ้างท่าทีผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative-USTR) ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้อินเดียนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ ตามกรอบการเจรจา Trade Policy Forum ระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดียเมื่อ พ.ย.64 ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตร โดยอินเดียจะนำเข้าเนื้อหมู เชอร์รี และหญ้าอัลฟาฟ่าจากสหรัฐฯ มากขึ้น แลกเปลี่ยนกับสหรัฐฯ ที่จะนำเข้ามะม่วง องุ่น และกุ้งจากอินเดีย ทั้งนี้ เมื่อปี 2563 สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อหมูมากเป็นอันดับ 3 และ 2 ของโลก และพยายามเจรจาส่งออกเนื้อหมูไปตลาดอินเดียมาโดยตลอด ซึ่ง USTR และอินเดียจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มีการส่งออกเนื้อหมูสหรัฐฯ ไปอินเดียโดยเร็ว

อุซเบกิสถานระงับการส่งออกก๊าซชั่วคราว

สำนักข่าวEurasianet รายงานเมื่อ 10 ม.ค.65 ว่า โฆษกกระทรวงพาณิชย์อุซเบกิสถาน ระบุ รัฐบาลอุซเบกิสถานมีมติระงับการส่งออกก๊าซธรรมชาติชั่วคราว ส่งผลให้ราคาก๊าซในอุซเบกิสถานลดลงเล็กน้อย เมื่อ 7 ม.ค.65 จาก 6,980 ซอมต่อลิตร (ประมาณ 0.64 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 21.4 บาท) เหลือ 6,500 ซอมต่อลิตร (ประมาณ 0.60 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 20.11 บาท) โดยมติดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ในคาซัคสถาน (ประเทศเพื่อนบ้านของอุซเบกิสถาน) จากปัจจัยกระตุ้นเริ่มจากพลังงานแพง ทั้งนี้ อุซเบกิสถานส่งออกก๊าซไปยังต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจีนและรัสเซีย ขณะที่ในประเทศใช้ก๊าซ LPG เป็นหลักถึงร้อยละ 60 ของพาหนะในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวrferl รายงานเมื่อ 6 ก.พ.64 ว่า ประเด็นพลังงานในอุซเบกิสถานมีราคาแพง เป็นหนึ่งในวาระหารือระหว่างประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟ ของอุซเบกิสถานกับหน่วยงานราชการและภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานในอุซเบกิสถาน ภายหลังเกิดเหตุประท้วงพลังงานแพงในอุซเบกิสถาน เมื่อ พ.ย.63…

เกิดเหตุระเบิดรถโดยสารบนพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

สำนักข่าวBenar News รายงานเมื่อ 11 ม.ค.65 อ้างการเปิดเผยของ พ.ท. จอห์น บัลโดมาร์ โฆษกกองทัพประจำภูมิภาคมินดาเนา ว่าในวันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดรถโดยสารบนถนนทางหลวง ใกล้กับเมืองโคตาบาโต บนเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเหตุระเบิดดังกล่าวนับเป็นเหตุโจมตีรถโดยสารครั้งแรกในเมืองโคตาบาโต ส่วนที่ผ่านมามีเหตุระเบิดโจมตีเสาสัญญาณ ทั้งนี้ แม้ว่าทางการฟิลิปปินส์ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front -MILF) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2557 แต่ยังมีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มเล็ก ๆ อาทิ กลุ่มคอมมิวนิสต์ กองกำลังติดอาวุธมุสลิม  รวมถึงกลุ่มที่ประกาศสวามิภักดิ์ให้กับกลุ่ม Islamic State (IS) คัดค้านแผนสันติภาพดังกล่าว และยังคงเคลื่อนไหวอยู่ โดยมักก่อเหตุโจมตีรถโดยสาร โบสถ์คาทอลิก และตลาดชุมชน