รัสเซียอ้างว่ายูเครนเพิ่มการโจมตีห้วงก่อนการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ

สนข.TASS รายงานอ้างการสัมภาษณ์นาย Rodion Miroshnik เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงของรัสเซียรับผิดชอบด้านการติดตามอาชญากรรมของระบอบเคียฟ (มีนัยถึงรัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้) เมื่อ 12 ส.ค.68 ว่า ยูเครนเพิ่มจำนวนการโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในห้วงการเตรียมการจัดประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ ใน 15 ส.ค.68 โดยห้วงต้น ส.ค.68 ก่อนการประกาศกำหนดการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ เมื่อ 8 ส.ค.68 ยูเครนโจมตีเข้าในพื้นที่รัสเซียที่มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 50 แห่ง ขณะที่หลังการประกาศฯ ยูเครนขยายพื้นที่โจมตีเป็น 138 แห่ง เมื่อ 9 ส.ค.68 และ 128 แห่ง เมื่อ 10 ส.ค.68 ส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายที่แคว้นเบลโกรอด แคว้นคุสค์ และแคว้นลูฮันสค์ ซึ่งมีพรมแดนติดด้านตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 105 คน

เวียดนามเชิญผู้แทนทางทหารจากจีน รัสเซีย ลาวและกัมพูชา เข้าร่วมงานวันชาติ

สนข.Vietnam News รายงานเมื่อ 8 ส.ค.68 ว่า เวียดนามเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติครบรอบ 80 ปี ใน 2 ก.ย.68 โดยจะมีการเดินขบวนของกองทัพและเจ้าหน้าที่ตำรวจความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม และการแสดงด้านวัฒนธรรม บริเวณหน้าโรงละครโอเปราฮานอย ณ กรุงฮานอย โดยเวียดนามเชิญผู้แทนทหารจากจีน รัสเซีย ลาวและกัมพูชาเข้าร่วม ซึ่งลาวกับกัมพูชาตอบรับแล้ว ขณะที่กองทัพเรือเวียดนามจะแปรขบวนบริเวณอ่าวคัมรานห์ จ.คั๊ญหว่า

จีนและสหรัฐฯ ตกลงขยายระยะเวลาอีก 90 วัน ระงับการขึ้นภาษี

นสพ.Global Times เมื่อ 12 ส.ค.68 เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมผลการประชุมด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่สตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 28-29 ก.ค.68 ว่า ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นตามแถลงการณ์ร่วมเจนีวา เมื่อ 12 พ.ค.68 และการประชุมที่ลอนดอนเมื่อ 9-10 มิ.ย.68 โดยเห็นพ้องที่จะดำเนินการดังนี้ 1) สหรัฐฯ จะยังคงระงับการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกร้อยละ 24 ต่อไปอีก 90 วัน มีผลตั้งแต่ 12 ส.ค.68 แต่จะยังคงอัตราภาษีขั้นต่ำที่ร้อยละ 10 ตามคำสั่งผู้บริหารที่ 14257 ลงนามเมื่อ 2 เม.ย.68 ต่อไป และ 2) จีนจะยังคงระงับการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ อีกร้อยละ 24 ต่อไปอีก 90 วัน มีผลตั้งแต่ 12 ส.ค.68 แต่จะยังคงอัตราภาษีขั้นต่ำที่ร้อยละ 10 รวมทั้งจะยังคงมาตรการด้านการบริหารที่จำเป็นเพื่อระงับหรือยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีต่อสหรัฐฯ ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันตามแถลงการณ์ร่วมเจนีวา

ฟิลิปปินส์เผยแพร่คลิปวิดีโอยืนยันเหตุเรือจีนชนกันเองในทะเลจีนใต้

โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (PCG) เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เรือของหน่วยยามฝั่งจีนชนกับเรือของ ทร.จีนในบริเวณใกล้กับ Bajo de Masinloc หรือสันดอนสการ์โบโรห์  ในช่วงเช้าเมื่อ 11 ส.ค.68 โดยระบุว่า PCG ส่งเรือ 3 ลำ ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเรือชาวประมงฟิลิปปินส์ 35 ลำ  ในบริเวณดังกล่าว  แต่เผชิญการขัดขวางจากกองเรือจีน รวมทั้งการโจมตีด้วยปืนฉีดน้ำ ซึ่งเรือ CCG 3104 ของหน่วยยามฝั่งจีน  แล่นมาด้วยความเร็วสูงเพื่อไล่ติดตามเรือฟิลิปปินส์ นำไปสู่การชนกันเองระหว่างเรือของหน่วยยามฝั่งกับเรือของ ทร.จีน จนหัวเรือเสียหาย โดยฟิลิปปินส์เสนอให้ความช่วยเหลือแต่จีนไม่ตอบรับ ขณะที่ฝ่ายฟิลิปปินส์ไม่พบความเสียหาย โดยสามารถนำเรือประมงไปยังสถานที่ปลอดภัย  พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือ  

กระแสเรียกร้องการเยียวยาเจ้าหน้าที่ จชต. ให้เท่าเทียมกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

จากกรณีที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบการเยียวยาผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับเงินเยียวยาคนละ 10 ล้านบาท และประชาชนได้รับคนละ 8 ล้านบาทนั้น พบกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการเยียวยาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จชต.อย่างเท่าเทียมเช่นกันด้วย โดยมี จ.ส.ต.วรวิทย์ ณะรัตตะ (จ่าปืน EOD) ผบ.หมู่ ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่จนสูญเสียขาทั้งสองข้าง ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะตัดพ้อและเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเยียวยาเจ้าหน้าที่ใน จชต.มากขึ้น เนื่องจากเผชิญกับความเสี่ยงและความสูญเสียต่อชีวิตไม่ต่างกัน แต่กลับไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือการเยียวยาในระดับเดียวกับกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา และพบเจ้าหน้าที่ จชต.อื่น ๆ ออกมาแสดงการสนับสนุนด้วย ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนและความเห็นใจจากประชาชน ซึ่งมองว่าเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ล้วนเสียสละเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย จึงควรได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยกตามพื้นที่ปฏิบัติการ

กัมพูชาแพ้ไทยในสงครามข้อมูลข่าวสาร

นิตยสาร The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความของนาย Jay Sophalkalyan ผู้สื่อข่าวชาวกัมพูชา ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยรอบล่าสุดทำให้แนวคิดชาตินิยมขยายตัวไปสู่โลกออนไลน์ โดยอินฟลูเอนเซอร์ในกัมพูชาต่างทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารว่า สื่อต่างประเทศเสนอข่าวเข้าข้างไทยมากกว่ากัมพูชา เพราะไทยเป็นประเทศใหญ่กว่า มีเครือข่ายมากกว่า แต่ผู้เขียนบทความเห็นว่าสาเหตุเป็นเพราะกัมพูชาไม่มีความเป็นอิสระของสื่อ สื่อไทยค่อนข้างหลากหลาย แม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่ยังมีการรายงานเชิงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะในสื่อภาษาอังกฤษและสื่อออนไลน์ โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานตัวแทนสื่อต่างประเทศที่สำคัญทั่วโลก ขณะที่กัมพูชาแม้จะมีการเลือกตั้งเป็นระยะแต่รัฐบาลพรรคเดียวครองอำนาจ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมารัฐบาลมีการทำลายสื่ออิสระ นักข่าวที่พยายามเปิดโปงความจริง เช่น การทุจริต การใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ มักเผชิญกับการคุกคามหรือต้องติดคุก จึงเป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยมีรายงานข่าวจากมุมมองของกัมพูชา และกัมพูชาไม่มีทางชนะสงครามข้อมูลข่าวสารด้วยการแจกสคริปต์ชุดเดียวกันให้อินฟลูเอนเซอร์ โดยที่ไม่มีการตรวจสอบจากบุคคลที่สามหรือสื่ออิสระ จึงไม่สามารถเรียกร้องให้โลกฟังเสียงของกัมพูชาได้

นักท่องเที่ยวต่างชาติถูกจับกุมจากกรณีบินโดรนในสถานที่ท่องเที่ยว

นสพ.SCMP ของฮ่องกง รายงานกรณีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ถูกจับกุมขณะบินโดรนเพื่อถ่ายภาพที่ถนนคนเดินพัทยา เมื่อ 7 ส.ค. 68 ซึ่งเป็นช่วงที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศห้ามทำการบินโดรนทั่วประเทศ ตั้งแต่30 ก.ค . – 15 ส.ค. 68 ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงของชาติที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท โดยรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อ 3 ส.ค. 68 มีนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนถูกจับกุมในลักษณะเดียวกัน หลังจากบินโดรนใกล้ชายหาดพัทยา โดยได้รับการปล่อยตัวพร้อมคำเตือน และถูกยึดโดรนไว้

วิกฤตไทย–กัมพูชาสะท้อนบทบาทกองทัพท่ามกลางสุญญากาศทางการเมือง

  เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความระบุ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาครั้งล่าสุด สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าศูนย์กลางอำนาจของไทยอยู่ที่กองทัพ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีความไม่มั่นคง โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม.อยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ นรม.ตามคำสั่งศาล และอาจถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งเช่นเดียวกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีต นรม. พร้อมอ้างความเห็นนักวิเคราะห์ที่ระบุว่า กองทัพเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขของไทยในการเจรจาหยุดยิง อีกทั้งกองทัพยังเป็นผู้ควบคุมการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กองทัพใช้อำนาจเชิงยุทธศาสตร์

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียทรงเสร็จสิ้นการเยือนรัสเซีย

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 11 ส.ค.68 ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย เสด็จฯ โดยเครื่องบินพระที่นั่งกลับถึงรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย หลังเสร็จสิ้นการเสด็จฯ เยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 5 วัน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ปธน.แห่งรัสเซีย การเสด็จฯ เยือนครั้งนี้เป็นการเยือนระดับประมุขแห่งรัฐ นับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2510 ซึ่งเป็นโอกาสส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ทั้งนี้ เป็นการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ครั้งที่ 4 นับแต่ทรงขึ้นครองราชย์

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวจีนในหลายประเทศจัดรณรงค์ต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีน

สมาคม China Action and the Civil Resistance Association จัดการชุมชุมในหลายเมืองทั่วโลก (นิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. ลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก ลอนดอน เบอร์ลิน ซิดนีย์ โตรอนโต และโตเกียว) ในห้วงสุดสัปดาห์นี้ โดยออกแถลงการณ์สิทธิพลเมืองจีน กระตุ้นเตือนให้ชาวจีนร่วมมือกันต่อต้านระบอบอำนาจนิยม ผลักดันสู่ความเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งประณามพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) ต่อการปราบปรามชาวทิเบตและชาวอุยกูร์ การทำลายเสรีภาพของฮ่องกง และการคุกคามไต้หวัน