ซาอุดีอาระเบียคัดค้านกรณีอิสราเอลรับรองเอกราชโซมาลีแลนด์

กต.ซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 26 ธ.ค.68 ยืนยันการสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียต่ออธิปไตย ความเป็นเอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของโซมาเลีย โดยคัดค้านการประกาศของอิสราเอลและโซมาลีแลนด์ที่ต่างยอมรับอธิปไตยของกันและกัน เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเห็นว่าเป็นการสนับสนุนความเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนฝ่ายเดียวของโซมาลีแลนด์ออกจากโซมาเลีย ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียยังคงย้ำจุดยืนที่ไม่ยอมรับความพยายามใด ๆ ในการจัดตั้งองค์กรคู่ขนานขึ้นมาบ่อนทำลายเอกภาพของโซมาเลีย อีกทั้งยืนยันการสนับสนุนต่อสถาบันที่ชอบด้วยกฎหมายของโซมาเลีย ทั้งนี้ การแสดงท่าทีดังกล่าวของซาอุดีอาระเบียมีขึ้นหลังจาก นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และนาย Gideon Sa’ar รมว.กต.อิสราเอล ร่วมลงนามในปฏิญญารับรองโซมาลีแลนด์ ซึ่งประกาศเอกราชฝ่ายเดียวจากโซมาเลียตั้งแต่ปี 2534 ส่งผลให้อิสราเอลกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองโซมาลีแลนด์เป็นรัฐเอกราชที่มีอธิปไตย พร้อมทั้งเตรียมสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันภายใต้ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ต่อไป

ทบ.อินเดียเตรียมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการโดรน

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า ทบ.อินเดียเตรียมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการโดรน (Drone Unit) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถหลังคาดการณ์ว่าโดรนจะมีบทบาทสำคัญต่อสงครามในอนาคต โดย ทบ.อินเดียวางแผนประจำการโดรนที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศจำนวน 8,000 – 10,000 ลำต่อหนึ่งหน่วยงาน นอกจากนี้ อินเดียจะเสริมศักยภาพการใช้งานโดรนตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ไปจนถึงหน่วยรบภาคสนาม ด้วยการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมโดรนในสถาบันการทหารหลักของประเทศทั้งหมด 19 แห่ง โดยทหารจะได้รับการฝึกฝนความรู้พื้นฐานของโดรนสำหรับภารกิจการเฝ้าระวัง การลาดตระเวน และการโจมตี และจะฝึกอบรมทหารทุกนายให้ปฏิบัติการโดรนขั้นพื้นฐานภายในปี 2570

คณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเดินทางถึงเมียนมา

คณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากหลายประเทศได้เดินทางถึงเมืองย่างกุ้ง เมื่อ 26 ธ.ค.68 เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาที่จะเริ่มใน 28 ธ.ค.68 ประกอบด้วย นาย Kara-ool Sholban รองประธานสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย (สภาดูมา) นายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษกิจการเอเชียจาก กต.จีน นาย Sahni Arun Kumar อดีตผู้บัญชาการกองทัพบกอินเดีย นาย Yerman Mukhtar รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งคาซัคสถาน นาย Yich Samethy และนาย Nguyen Duc Thinh ผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้งเวียดนาม

ตุรกียับยั้งแผนก่อเหตุของ IS เตรียมโจมตีในช่วงเทศปีใหม่

จนท.สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม IS ได้อย่างน้อย 115 ราย จากปฏิบัติการบุกค้นพร้อมกันหลายจุดในกรุงอิสตันบูล เมื่อ 25 ธ.ค.68  หลังได้รับข่าวกรองว่ากลุ่มดังกล่าวมีแผนก่อเหตุโจมตีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ขณะที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 22 ราย  การจับกุมเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายของกลุ่ม IS ในซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุซุ่มโจมตีที่สังหารชีวิตทหารสหรัฐฯ และพลเรือน ขณะที่กองกำลังความมั่นคงของซีเรียก็ได้เร่งปฏิบัติการปราบปราม IS ในพื้นที่รอบกรุงดามัสกัส และผู้นำระดับสูงของตุรกีได้เดินทางไปหารือกับฝ่ายซีเรียในประเด็นความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาอดีต นรม. มีความผิด กรณีทุจริตฟอกเงินกองทุน 1MDB

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.68 ว่า ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาให้นายนาจิบ ราซัก (อายุ 72 ปี/ปี 68) อดีต นรม.มาเลเซีย ที่ต้องโทษคดีทุจริตกองทุน 1MDB มีความผิดจริงใน 4 ข้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แก่ นรม. รมว.กค. และประธานคณะที่ปรึกษากองทุน 1MDB เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินกว่า 2,300 ล้านริงกิต (ประมาณ 17,600 ล้านบาท) โดยมีนาย Jho Low นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนี ทำหน้าที่เป็นตัวแทน (proxy) หรือนายหน้าดำเนินธุรกรรมแทน รวมทั้งมีความผิดจริงใน 21 ข้อหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของธนาคาร AmIslamic Bank โดยนายนาจิบอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดข้อหาละ 15-20 ปี และถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 5 เท่าของมูลค่าความเสียหาย ทั้งนี้ นายนาจิบรับโทษจำคุกในเรือนจำตั้งแต่ 23 ส.ค.65 หลังศาลสูงพิพากษาให้มีความผิดฐานยักยอกเงินจากบริษัท SRC…

รมว.กต.สหรัฐฯ หารือกับ นรม.กัมพูชา กรณีสถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา

  กต.สหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยย้ำว่า สหรัฐฯ กังวลกับความรุนแรงจากการสู้รบ และอ้างถึงข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ไทยกับกัมพูชากลับสู่สันติภาพตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะอำนวยความสะดวกการจัดการหารือระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อยุติการสู้รบ

ท่าเรือสิงคโปร์เตรียมรับปริมาณเรือเพิ่มขึ้น หากเส้นทางทะเลแดงเปิดปกติ

  นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.68 ท่าเรือสิงคโปร์ประกาศความพร้อม ในการรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดงคลี่คลายและเส้นทางเดินเรือหลักกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนเส้นทางกลับจากการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาใช้เส้นทางคลองสุเอซจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือกระจุกตัว ที่เรือจำนวนมากเดินทางมาถึงด่านพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบจัดการท่าเรือ ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุกด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ การเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ท่าเรือทูอัส (Tuas Port) และการนำระบบดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้

ขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนไทย-มาเลเซีย เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว

ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐกลันตัน มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า ขบวนการค้ามนุษย์บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านรัฐกลันตัน ปรับรูปแบบ  จากที่ลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติทางบกและเส้นทางทางทะเลในตอนกลางคืน เป็นการใช้เกาะร้างในพื้นที่ อ.ตุมปัต เป็นจุดขึ้นฝั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ  ได้แก่ เกาะเติงโกรัก (Pulau Tengkorak) เกาะซูรี (Pulau Suri) และเกาะอูลาร์ (Pulau Ular) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล  บางเกาะมีพุ่มไม้หนาทึบ จึงยากต่อการตรวจพบ กลุ่มขบวนการยังพึ่งพาชาวบ้านในพื้นที่ทำหน้าที่ขับเรือและขนย้ายคน ควบคู่กับการจ้างสายข่าวดูต้นทาง   โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากกรณีกรมตำรวจรัฐกลันตันรื้อถอนท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลา

สื่อรายงานเมื่อ 23 ธ.ค.68 ว่า สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง  โดยล่าสุดส่งอากาศยานลูกผสมระหว่างเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ (Tiltrotor Aircraft) ชนิด CV – 22 Osprey ซึ่งใช้ประจำการในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ และเครื่องบินลำเลียงชนิด C – 17 บรรทุกกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ไปยังเปอร์โตริโก   ขณะที่ หน่วยกองบัญชาการภาคใต้สหรัฐฯ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) ชี้แจงว่าเป็นการเคลื่อนกำลังพลและเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ตามปกติ

เหตุระเบิดที่กรุงมอสโกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

สนข.TASS รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.68 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่ถนน Yeletskaya  ทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ช่วงเช้ามืดของ 24 ธ.ค.68 ส่งผลให้ จนท.ตร.จราจรรัสเซีย 2 นาย และผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดดังกล่าว 1 ราย เสียชีวิต  ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่ จนท.ตร.จราจรทั้ง 2 นายลาดตระเวนตรวจตราความเรียบร้อย และพบผู้ต้องสงสัยอยู่ใกล้กับรถตำรวจของตน จึงพยายามเข้าควบคุมตัว ปัจจุบัน ยังไม่ทราบเป้าหมายและแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ อีกทั้งยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว อย่างไรก็ดี เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานที่เกิดเหตุลอบสังหาร พล.ท. Fanil Sarvarov ผอ.สำนักงานการฝึกซ้อมระดับยุทธการของกองทัพรัสเซีย เมื่อ 22 ธ.ค.68 โดยทางการรัสเซียเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบสังหารดังกล่าว