UN แต่งตั้งทูตพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหากระแสความเกลียดกลัวอิสลาม

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 4 มิ.ย. 68 ว่า UN แต่งตั้ง นาย Miguel Ángel Moratinos เป็นทูตพิเศษเพื่อประสานงานการต่อต้านกระแสความเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) คนแรกขององค์การฯ ตามมติของสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) เมื่อ มี.ค.67 ที่ประณามการใช้ความรุนแรงต่อชาวมุสลิม และเรียกร้องให้รัฐสมาชิกดำเนินมาตรการทางกฎหมายและนโยบายที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมความเคารพในศาสนาอิสลามอย่างเท่าเทียม นาย Moratinos จะปฏิบัติหน้าที่โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเกลียดชังทางศาสนา ประณามการละเมิด หรือการโจมตีใด ๆ ต่อชาวมุสลิม ทรัพย์สิน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เสริมสร้างความเข้าใจผ่านการศึกษา พร้อมทั้งผลักดันการปฏิรูปกฎหมายในประเทศต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของชาวมุสลิมอย่างเป็นรูปธรรม

ศรีลังกาและอินเดียกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

เว็บไซต์ นสพ. Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 5 มิ.ย.68 ว่า  รมช.กห.และ ปลัด กห.ศรีลังกา ได้หารือกับปลัด กห.อินเดีย และคณะผู้แทนระดับสูง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนบุคลากรทางทหาร และการฝึกร่วม ตลอดจนการบริหารจัดการภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม  อินเดียได้ย้ำการรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับศรีลังกา เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียใต้ นอกจากนี้ ยังตกลงร่วมกันที่จะสานต่อการหารือระดับสูง พร้อมพัฒนาความร่วมมือ เฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงทางทะเล การต่อต้านการก่อการร้าย และการพัฒนาศักยภาพทางทหาร

นรม.อินเดียมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ที่บราซิล

นายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ปี 2568 ที่เมืองริโอ เดจาเนโร บราซิล ระหว่าง 6-7 ก.ค.68 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการผลักดันวาระการต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลก รวมถึงนำเสนอวิสัยทัศน์ของอินเดียสำหรับกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) ทั้งนี้ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS นาย Om Birla ประธานโลกสภาอินเดียจะเป็นผู้นำคณะผู้แทนรัฐสภาอินเดีย (Indian Parliamentary Delegation-IPD) เข้าร่วมการประชุม BRICS Parliamentary Forum ครั้งที่ 11 ที่กรุงบราซิเลีย บราซิล ระหว่าง 3-5 มิ.ย.68 เพื่อปราศัย 4 หัวข้อย่อยของการประชุมดังกล่าวในเรื่อง บทบาทของรัฐสภา BRICS ในการสร้างธรรมาภิบาลระดับโลกที่ครอบคลุมและยั่งยืน

เวียดนามและสหรัฐฯ ลงนามร่วมมือการต่อต้านภัยคุกคามจากอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.68 ว่า ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการกำจัดสารเคมีพิษและการบำบัดสิ่งแวดล้อม (NACCET) ของเวียดนามกับหน่วยตรวจสอบและเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรลดภัยคุกคาม (DTRA) ของสหรัฐฯ ลงนามความตกลงการเพิ่มขีดความสามารถของเวียดนามในการตอบสนองต่ออุบัติเหตุจากสารเคมี ชีววิทยา รังสี และนิวเคลียร์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ลาวส่งออกมะม่วงสดไปยังจีนเป็นครั้งแรก

สนข.Xinhua และ นสพ. Lao Economic Daily รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.68 ว่า ลาวส่งออกมะม่วงสดไปยังจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกปริมาณ 90 ตัน นับเป็นก้าวสำคัญของสินค้าเกษตรลาว และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างลาวกับจีน สอดคล้องตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศเมื่อปี 2566 ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและกสิกรรมลาวย้ำว่าการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีศักยภาพสูง มีเป้าหมายลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างรายได้จากต่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลลาวตั้งเป้าหมายให้ภาคเกษตรเติบโตร้อยละ 4.3 ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

เมียนมามีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเมืองย่างกุ้ง

สนข. Myanmar Now รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.68 อ้างประกาศของรัฐบาลเมียนมาว่า เมียนมาเริ่มเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อีกครั้ง ซึ่งจากตัวอย่างที่เก็บห้วง 25 พ.ค.–1 มิ.ย.68 พบผู้ป่วยเพิ่ม 17 คน ในเมืองย่างกุ้ง เบื้องต้นยังไม่พบผู้ป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ การกักตัว การขยายการตรวจเชื้อ การรณรงค์ให้ฉีดวัคซีน รวมถึงการให้สวมหน้ากากอนามัย

ญี่ปุ่นเตรียมจัดตั้งคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ AI

ถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 2 มิ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นจะจัดตั้งคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Strategy Task Force) ภายใน ก.ย.68-พ.ย.68 และสั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพื้นฐานเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้แล้วเสร็จภายใน ธ.ค.68-ก.พ.69 นรม.ญี่ปุ่น ยังกล่าวว่า แผนพื้นฐานควรรวมถึงมาตรการเพื่อแก้ไขการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ วุฒิสภาญี่ปุ่นเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ เมื่อ พ.ค.68  เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และแก้ไขความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดว่ารัฐบาลต้องจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้อง และร่างแผนการพัฒนาพื้นฐาน

สหรัฐฯ ชวนญี่ปุ่นเข้าร่วมระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัล์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่นได้หารือกันทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบป้องกันขีปนาวุธรุ่นใหม่ของสหรัฐฯ หรือ The Golden Dome for America โดยญี่ปุ่นจะมีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาระบบอาวุธที่สามารถใช้ต่อต้านขีปนาวุธ กับทั้งใช้เป็นข้อต่อรองในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งสํานักงบประมาณของสหรัฐฯ ได้ประเมินงบประมาณโครงการก่อสร้างและพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธดังกล่าวอาจสูงถึง 831,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะ 20 ปี ทั้งนี้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเคยร่วมมือกันด้านการป้องกันขีปนาวุธซึ่งรวมถึงการร่วมพัฒนาเครื่องบินสกัดกั้นที่สามารถโจมตีหัวรบนิวเคลียร์ในอวกาศ

นายอี แจ-มย็อง สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

นายอี แจ-มย็อง (อายุ 62 ปี/ปี 2568) ผู้สมัครจากพรรค Democratic Party of Korea (DPK) ซึ่งเดิมเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คนที่ 19 จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 21 ที่รัฐสภาเกาหลีใต้  เมื่อ 4 มิ.ย.68 หลังจากได้รับเลือกด้วยคะแนน 17.3 ล้านเสียง (ร้อยละ 49.42) นำห่างจากคู่แข่งนายคิม มุน-ซู ผู้สมัครจากพรรค People Power Party (PPP) ที่ได้รับคะแนน 14.4 เสียง (ร้อยละ 41.15) คำกล่าวสุนทรพจน์ ระบุว่า จะฟื้นฟูประชาธิปไตยของประเทศ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ป้องปรามการปฏิวัติทางทหาร แก้ไขความเหลื่อมล้ำและลดความแตกแยกในสังคม และว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก ส่วนนโยบายต่างประเทศจะสร้างสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ และประนีประนอมกับเกาหลีเหนือ

จีนจะออก ASEAN Visa แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์-เลสเต

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.จีน ว่า จีนเตรียมออกวีซาอาเซียน (ASEAN Visa) สำหรับนักธุรกิจ รวมถึงคู่สมรสและบุตรให้แก่พลเมืองจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนและติมอร์-เลสเต ให้สามารถเดินทางเข้า-ออกจีนได้หลายครั้งภายใน 5 ปี และพำนักเป็นเวลา 180 วัน เพื่อขับเคลื่อนการสร้างประชาคมจีน-อาเซียน และเพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่การเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาค โดยเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงยกเว้นวีซาร่วมกันกับสิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย รวมถึงวีซาล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong visa) ให้แก่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง