ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมผลประโยชน์ตามนโยบาย America First

สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ (NSS) เมื่อ 4 ธ.ค.68  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐฯ เพื่อรักษาบทบาทมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ตามนโยบาย America First  โดยปรับการดำเนินนโยบายต่อทวีปอเมริกาเป็นอันดับแรก เน้นการปกป้องชายแดนด้วยการเพิ่มกำลังการทหาร เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพและการค้ายาเสพติด ขณะที่โจมตีการดำเนินนโยบายที่อ่อนแอของประเทศพันธมิตรในยุโรป ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การรับผู้อพยพ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ขณะเดียวกัน NSS ฉบับใหม่ ยังคงความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยสหรัฐฯ มุ่งรักษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ควบคู่กับเรียกร้องให้พันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่ม QUAD เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคร่วมกับสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการป้องปรามความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวัน

ผู้นำเมียนมาพบกับ รมว.กต.ไทย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา พบกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต. และคณะผู้แทน กต.ในระหว่างเยือนกรุงเนปยีดอ เมื่อ 7 ธ.ค.68 เพื่อหารือความร่วมมือ และการรักษาผลประโยชน์ร่วม โดยเน้นประเด็นสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง การป้องกันการค้าชายแดนผิดกฎหมาย ที่สำคัญคือการค้าอาวุธและกระสุนปืนผิดกฎหมาย การพัฒนาการค้าชายแดน การผลักดันความร่วมมือของเมียนมาในกรอบอาเซียน การเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาระหว่าง 28 ธ.ค.68-ม.ค.69 และแผนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยใน ม.ค.69

MSS เตือนให้ระวังถูกจารกรรมข้อมูลจากการใช้ WIFI สาธารณะ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 7 ธ.ค.68 อ้างประกาศกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐให้ระมัดระวังการถูกโจมตีไซเบอร์และจารกรรมข้อมูลโดยหน่วยข่าวกรองต่างชาติ จากการฝังมัลแวร์ในระบบ WIFI สาธารณะใกล้อาคารสำนักงานทั้งของรัฐและเอกชน ในจีน เพื่อล่อลวงให้เชื่อมต่อเข้าใช้งาน ซึ่งเป็นโอกาสให้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ WIFI และถูกจารกรรมข้อมูลหรือใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายดังกล่าวเป็นช่องทางในการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งนี้ MSS ขอให้ประชาชนตระหนักประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้ WIFI สาธารณะ

ไทยกับคาซัคสถานลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  สนข.Kazinform รายงานเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า ประธานคณะกรรมาธิการสำนักส่งเสริมการพัฒนาระหว่างประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan Agency of International Development -KazAID) นำคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้นำโครงการความร่วมมือไตรภาคี Asia-Pacific Regional Directors Forum for South-South and Triangular Cooperation หรือ SSC&TrC ครั้งที่ 7  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาจัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ที่กรุงเทพฯ โดยไทยและคาซัคสถานแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคต และประเด็นที่แต่ละฝ่ายให้ความสำคัญ นอกจากนี้ KazAID และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทย (TICA) ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และตกลงร่วมมือกันดำเนินโครงการพัฒนาในประเทศระหว่างกันรวมถึงกับประเทศสมาชิกอื่นใน SSC&TrC เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างประเทศและการฝึกอบรมบุคลากร

กลุ่มฮะมาสส่งมอบร่างตัวประกันชาวไทยแก่อิสราเอล

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอลเปิดเผยผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ของร่างผู้เสียชีวิตที่ได้รับมอบจากกลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) เมื่อ 3 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นร่างของนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ แรงงานชาวไทย อายุ 43 ปี ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธสังหารบริเวณนิคมเกษตร Be’eri ทางใต้ของอิสราเอล และถูกนำร่างเข้าไปยังฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ต.ค.66 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษก กต. แถลงเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า สอท.ไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งส่งร่างนายสุทธิศักด์กลับไทย เพื่อมอบให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การส่งคืนร่างของนายสุทธิศักดิ์ ทำให้ตัวประกันชาวไทยทั้งหมด 31 รายที่อยู่ในฉนวนกาซา ได้รับการปล่อยตัวครบหมดแล้ว โดยเป็นการปล่อยตัวขณะยังมีชีวิตอยู่ 28 ราย และเป็นร่างผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย

การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง

สนข.CNBC รายงานอ้าง Challenger, Gray & Christmas บริษัทจัดหางานชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ ห้วง พ.ย.68 มีจำนวน 71,321 ตำแหน่ง ลดลงจากห้วง ต.ค.68 แต่การเลิกจ้างในห้วง ม.ค.-พ.ย.68 สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 2567 ถึงร้อยละ 54 และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2563 โดยมีปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจและการตลาดที่ซบเซา ทั้งจากความกังวลจากมาตรการภาษีศุลกากร และการนำเทคโนโลยี AI ทดแทนแรงงานมนุษย์

ชาวนาไทยหวังเพิ่มการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น

Nikkei Asia ระบุว่า ชาวนาไทยที่กำลังเผชิญกับราคาข้าวในประเทศที่ตกต่ำ หวังที่จะเพิ่มการส่งออกไปยังญี่ปุ่นเพื่อใช้ประโยชน์จากราคาข้าวในญี่ปุ่นที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาขายปลีกข้าวในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 900 บาท/5 กิโลกรัม ส่วนข้าวไทยที่ขายในญี่ปุ่นอยู่ที่ 650 บาท/5 กิโลกรัม แต่ข้าวหอมมะลิไทยยังมีความแตกต่างจากข้าวญี่ปุ่นในเรื่องกลิ่น ความเหนียว และรูปทรง ทำให้ความต้องการใช้แทนข้าวญี่ปุ่นในครัวเรือนทั่วไปยังมีจำกัด ซึ่งชาวนาไทยบางส่วนกำลังพยายามปลูกข้าวพันธุ์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองรสนิยมของชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ อาจเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกข้าวไทย เนื่องจากญี่ปุ่นจะเพิ่มการนำเข้าข้าวจากสหรัฐฯ ร้อยละ 75 ภายใต้โควตาปลอดภาษี จึงจำเป็นต้องลดการนำเข้าข้าวจากไทยและประเทศอื่น

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากเหตุอุทกภัยในภาคใต้

Bloomberg รายงานกรณี สนค.เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้การขนส่งสินค้าไปยังมาเลเซียหยุดชะงักโดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบรถยนต์ ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานของไทย แต่อาจเป็นผลดีต่ออินโดนีเซียและเวียดนามที่เป็นคู่แข่ง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากการส่งออกสูงถึงประมาณ 14,100 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้ เหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายสำหรับไทย ต่อเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมียนมาเมื่อ มี.ค. 68 และการปะทะบริเวณแนวชายแดนกับกัมพูชา เมื่อ ก.ค. 68 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/68 ชะลอตัวลงร้อยละ 0.6 จากไตรมาส 2/68

ไต้หวันจัดตั้งแพลตฟอร์มพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการลงทุนในไทย

สนข.Taiwan News รายงานเมื่อ 3 ธ.ค.68 ว่านายหลัน เซี่ยหลี่ ผู้แทนไต้หวัน ประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป/กรุงเทพฯ ประกาศการจัดตั้งแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการบุคลากรและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีไต้หวัน ในไทย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากร และส่งเสริมการฝึกอบรมในสาขาที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มดังกล่าวจะอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวบรวมทรัพยากร และวางรากฐานด้านการประสานงานระหว่างนักลงทุนไต้หวันกับหน่วยงานไทย เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ไต้หวันลงทุนในไทยประมาณ 1,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49,000 ล้านบาท) เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 4 ของไทย

ร่างผู้เสียชีวิตที่ได้รับจากฮะมาสไม่ใช่ตัวประกันอิสราเอลและไทย

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงเมื่อ 3 ธ.ค.68 ว่า ผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ของร่างผู้เสียชีวิตที่ได้รับมอบจากกลุ่มฮะมาสเมื่อ 2 ธ.ค.68 (จนท.กาชาดสากลไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า เป็นการส่งมอบชิ้นส่วนขนาดเล็กของร่างผู้เสียชีวิต) ปรากฏว่าชิ้นส่วนดังกล่าวไม่ได้มาจากร่างของจ่าสิบเอก Ran Gvili ทหารอิสราเอล อายุ 24 ปี และนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ แรงงานชาวไทย อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นร่างตัวประกัน 2 รายสุดท้ายที่ยังตกค้างอยู่ในฉนวนกาซา โดยสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า ได้แจ้งผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ดังกล่าวแก่ครอบครัวของจ่าสิบเอก Gvili และนายสุทธิศักดิ์ ทราบแล้ว พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าอิสราเอลจะไม่ยุติภารกิจจนกว่าจะนำร่างตัวประกันทั้ง 2 ราย ส่งคืนแก่ครอบครัว