นรม.กัมพูชานำคณะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ที่มาเลเซีย

สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา พร้อมภริยา และคณะฯ เยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ นรม.มาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง 26-27 พ.ค.68  การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Inclusivity and Sustainability”  โดยระหว่างเยือนมาเลเซีย นรม.กัมพูชา คาดจะพบหารือกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์ในประเด็นที่สนใจและกังวลร่วมกัน 

ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนต่ำกระทบนักลงทุนรายย่อย

บริษัทวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์และนักลงทุนแสดงความเห็นตรงกันถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่เผชิญแรงกดดัน ตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหว จนถึงมาตรการภาษีตอบไต้ของสหรัฐฯ ทำให้หลายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ชะลอการตัดสินใจ ล่าสุดยังถูกซ้ำเติมจากนักท่องเที่ยวจีนลดลงและการเมืองที่เริ่มร้อนแรงจากกระแสข่าวความขัดแย้งในรัฐบาลและการยุบสภา อีกทั้งสถาบันเศรษฐกิจปรับประมาณการ GDP ไทยลดลง ยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับความผันผวนและเคลื่อนไหวในทิศทางลบ จนเสี่ยงที่จะหลุดกรอบสำคัญในระดับ 1,000 จุด หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่คืบหน้า  ตลาดหุ้นไทยที่เติบโตต่ำนี้ มีผลต่อกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาลงทุนเพื่อหวังสร้างผลตอบแทนแทน  และเป็นวัยสร้างตัว โดยผลสำรวจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่านักลงทุนไทยในตลาดส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z อยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 และยังเป็นกลุ่มที่ซื้อมากที่สุดหรือกำหนดแนวโน้มตลาดด้วย

ประชาชนเรียกร้องให้แก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

กรณีน้ำป่าทะลักเข้าท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ยังคงสร้างความตื่นตระหนกและกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากน้ำทะลักเข้ามาขณะพักผ่อน โดยไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและไม่ได้มีแผนรับมือจากภาครัฐ ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และต่างออกมาเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียขอให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างจริงจัง อาทิ การขุดลอกคลองระบายน้ำเพิ่ม การจัดระเบียบผังเมืองใหม่ รวมถึงขอรับบริจาคน้ำดื่ม เนื่องจากการประปาหยุดผลิตน้ำ เพราะแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกที่เป็นแหล่งน้ำดิบมีความขุ่นข้นมากเกินไป ขณะที่นักวิชาการกังวลว่า ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขอให้เร่งประกาศแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้คำแนะนำประชาชนและขอให้เร่งเจรจากับเมียนมาและกองกำลังว้า เพื่อปิดเหมืองต้นน้ำอย่างถาวร

เวียดนามและไทยยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของไทยและเวียดนามในระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม. โดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการว่า เป็นความพยายามของเวียดนามในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค แต่เวียดนามยังให้ความสำคัญกับประเทศมหาอำนาจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.มีความสำคัญในลำดับรองลงมา และมุ่งเน้นที่เสถียรภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนอีกด้วย

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

The Straits Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความกรณีไทยได้ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกโซลาร์เซลล์ของจีนไปยังสหรัฐฯ โดยการประกาศรายละเอียดของมาตรการภาษีใน มิ.ย. 68 คาดว่าอาจสูงถึงร้อยละ 250 ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้บริษัทจีนเริ่มชะลอการผลิตโซลาร์เซลล์ในภูมิภาครวมถึงไทย จนส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในไทย  รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาสิทธิแรงงาน เนื่องจากพบว่ามีการยกเลิกการจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม  ปัญหาดังกล่าวจะยิ่งรุนแรง หากสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในอัตราร้อยละ 37 จากสินค้าไทย อย่างไรก็ดี สภาวะการค้าที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและค้นหาตลาดใหม่ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค

เวียดนามอ้างมีสวนทุเรียนส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น

สนข.VNexpress International รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างว่ามีสวนทุเรียนในเวียดนาม 829 แห่ง และโรงงานบรรจุภัณฑ์ 131 แห่ง ที่ จนท.ตม.จีนอนุมัติให้เป็นแหล่งจัดส่งทุเรียนเพื่อส่งขายในจีน ทำให้ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียนที่เพาะปลูกเพื่อส่งออกไปจีนรวม 1,800 แห่ง ด้านกรมผลิตและอารักขาพืช สังกัดกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม ประกาศย้ำให้ผู้ประกอบการในประเทศรักษาคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของจีน ทั้งการตรวจสภาพหน้าดินและการใช้ปุ๋ยคุณภาพดี

เวียดนามขอให้เกาหลีใต้ร่วมพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้

สนข.Vietnam Investment Review รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 ผลการหารือระหว่างนายเจ่น เฮือง มิญ รมว.ก่อสร้างเวียดนาม กับ นาย Choi Youngsam ออท.เกาหลีใต้ ณ กรุงฮานอย ออท.เกาหลีตอบรับข้อเสนอขอเวียดนามว่าเอกชนเกาหลีใต้สนใจจะร่วมลงทุน และพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเหนือ-ใต้ของเวียดนาม ทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการถ่ายโอนเทคโนโลยีการขนส่งทางราง รวมทั้งสนใจที่จะร่วมพัฒนาชุมชนเมืองอัจฉริยะ เฉพะอย่างยิ่งการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของเวียดนามให้ทันสมัย

เนปาลเพิ่มมาตรการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มสนับสนุนระบอบกษัตริย์

เว็บไซต์ นสพ.The Kathmandu Post ของเนปาล รายงานเมื่อ 23 พ.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Prithvi Subba Gurung รมว.การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของเนปาลว่า รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการ รปภ. การรวบรวมข่าวกรอง และการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สนับสนุนระบอบกษัตริย์และรัฐฮินดู เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมใหญ่ใน 29 พ.ค.68  นาย Prithvi ย้ำว่าการเคลื่อนไหวจะต้องเป็นไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ก่อเหตุจลาจลในเมือง Tinkune เมื่อ 28 มี.ค.68 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย

อาเซียนจะหารือประเด็นความขัดแย้งในเมียนมา

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียนiระบุว่า อาเซียนจะจัดการประชุม 2 ครั้ง เพื่อหารือประเด็นเมียนมา ที่มาเลเซีย ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่าง 26-27 พ.ค.68  องค์ประชุมครั้งแรก ได้แก่ ประเทศประธานอาเซียนปัจจุบัน อดีต และในปี 2569 ได้แก่ มาเลเซีย ลาว และฟิลิปปินส์ ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 จะเป็นการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เลขาธิการอาเซียนย้ำว่าการแก้ไขปัญหาในเมียนมาจะต้องใช้เวลาและยึดมั่นในกระบวนการสันติภาพ และหากลดระดับความรุนแรงและเปิดการเจรจาระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้จะเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ ส่วนปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมุ่งมั่นจัดทำร่างประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 และย้ำความสำคัญของการลดระดับความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ขณะที่ การรับติมอร์-เลสเต เป็นสมาชิกลำดับที่ 11 มีความคืบหน้าที่ดี

อินเดียจับกุมสายลับปากีสถานจำนวน 11 คน

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 19 พ.ค.68 ว่า อินเดียจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นสายลับปากีสถาน 11 คน ในรัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ และรัฐปัญจาบ ซึ่งอำพรางสถานะในหลายอาชีพ อาทิ นักศึกษา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชาวบ้าน ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึง นาง Jyoti Malhotra ผู้ผลิตเนื้อหาและเจ้าของช่อง ‘Travel with Jo’ บน Youtube ด้านการท่องเที่ยวและมีผู้ติดตามกว่า 385,000 คน ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหวให้แก่ปากีสถาน ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกชักจูงมีสาเหตุและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน อาทิ การเงิน คำสัญญา และความสัมพันธ์ส่วนตัว  ทั้งนี้ การใช้ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียลมีเดียและคนวัยหนุ่มสาวเป็นสายลับบ่งชี้ถึงรูปแบบการจารกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม