ราคายางพาราของไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ

  สนข.Nikkei Asia ของญี่ปุ่นรายงานว่า ราคายางพาราของไทยในห้วงปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 10-20 เมื่อเปรียบเทียบกับห้วง มี.ค. 67 ที่มีราคา 68 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุุที่ราคาลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทยและผลกระทบจากมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษียานยนต์นำเข้าร้อยละ 25 ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคายางพารา นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Marubeni ของญี่ปุ่น ประเมินว่า ราคายางพาราในตลาดโลกขึ้นอยู่กับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการภาษี ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนออกไป 90 วัน รวมถึงผลการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย

จังหวัดมุกดาหารพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์ 377 ราย

สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย และมีผู้ที่เสี่ยงติดเชื้ออีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย  ผู้รับประทานเนื้อที่ติดเชื้อ 232 ราย และผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละอีก 117 ราย   ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบการระบาดในหมู่บ้านอื่นในพื้นที่ ด้านมาตรการยังคงเฝ้าระวังเข้มงวด โดยเฉพาะการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้นำเนื้อวัวที่มีความเสี่ยงมาปรุงอาหาร  และไม่ให้รับประทานเนื้อดิบ

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่ภาค ตอ.น.

กรณีพบบุคคลเสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์มีจำนวนเพิ่มกว่า 650 คน ใน จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ รวมทั้งกรณีพบวัวตาย 3 ตัว ในพื้นที่ติดชายแดนฝั่งลาว ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดดังกล่าว และจังหวัดอื่นมีพื้นที่ติดกับลาว เช่น เลย นครพนม ได้ดำเนินการควบคุมเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนรายงานว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเข้าใจกับโรคแอนแทรกซ์ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรค ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้ตระหนักในการเฝ้าระวังโรค ยังคงรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ด้านประชาชนในโซเชียลมีเดียที่สนใจในประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่กังวลถึงสถานการณ์ของโรคที่มีการระบาดหนัก หลังพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์และเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันได้ทัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ยังระบาดที่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น ไม่สอดคล้องกับการชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐบาลขยายผล

หลายฝ่ายยังกังวลต่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จชต. เพิ่มมากขึ้น

จากกรณีเกิดเหตุยิงสามเณรและประชาชนในพื้นที่ จชต. ทำให้คนในพื้นที่กังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ผลการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) สำรวจความเห็นคนในพื้นที่ จชต.เรื่องความปลอดภัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 33.45 เห็นว่า ไม่มีความปลอดภัยเหมือนเดิม และร้อยละ 42.36 เห็นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจริง ซึ่งในประเด็นนี้ พบกลุ่มการเมือง และภาคประชาสังคม อาทิ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรค ปร. นายอามูนา ปินจอร์ สส.พรรค ปชบ. นายฮากิม พงตีกอ แกนนำ The Patani นำไปขยายผลวิจารณ์รัฐบาลว่า ไม่ผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลขอเปลี่ยนผู้แทนพูดคุยจากฝ่ายการเมืองของ BRN มาเป็นผู้นำองค์กรโดยตรง เพราะอาจทำให้กระบวนการล่าช้าไปอีก ด้านสื่อท้องถิ่นและกลุ่มแนวร่วม จาก Wartani เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD ยังคงเผยแพร่ข่าวสารโจมตีกิจการทำงานของ จนท.รัฐ ภายใต้กฎหมายพิเศษ โดยปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจค้นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และตั้งด่านตรวจค้นหรือเก็บ DNA ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและกดขี่คนในพื้นที่

ยูเครนระบุว่าข้อตกลงแร่หายากกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อ 1 พ.ค.68 ระบุว่า ข้อตกลงแร่หายากระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ จะให้ผลประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศเท่าเทียมกัน เนื่องจากจะสร้างโอกาสการลงทุนในยูเครน และไม่ทำให้เกิดหนี้ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูร่วมภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว จะนำไปสู่การลงทุนและสร้างรายได้ให้ยูเครน โดยยูเครนและสหรัฐฯ จะแบ่งปันรายระหว่างกัน ร้อยละ 50 จากการดำเนินกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแร่หายากในยูเครน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้แทนสหรัฐฯ และยูเครน ร่วมลงนามข้อตกลงเมื่อ 30 เม.ย.68 ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายาก รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในยูเครน อย่างไรก็ดี รัฐสภาของยูเครนยังไม่เห็นชอบข้อตกลงดังกล่าว

หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซียยับยั้งเหตุก่อการร้ายในสาธารณรัฐดาเกสตาน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 2 พ.ค. 68 ว่า หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ได้ยับยั้งเหตุก่อการร้ายที่มีเป้าหมายเป็นอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมาย ที่เขต Khasavyurtovsky ในสาธารณรัฐดาเกสตาน โดย FSB และ มท.รัสเซีย ร่วมมือกันจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นสตรีสัญชาติรัสเซีย (อายุ 29 ปี/ปี 2568) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่มีหมายจับในรัสเซีย และวางแผนจะจุดระเบิดที่สร้างขึ้นเอง บริเวณอาคารของหน่วยงานรักษากฎหมายใน 9 พ.ค. 68 ซึ่งตรงกับห้วงการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะครบรอบ 80 ปี ทั้งนี้ FSB ยึดของกลางที่เป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิด พร้อมหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยติดต่อและปวารณาตนเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้าย

ปากีสถานใช้กฎหมายระหว่างประเทศตอบโต้การระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุของอินเดีย

เว็บไซต์ช่องโทรทัศน์ Samaa TV ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำ กระทรวงกฎหมายและยุติธรรม และ กต.ปากีสถานได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเบื้องต้นเสร็จสิ้น สำหรับการยื่นหนังสือประท้วงต่ออินเดียกรณีระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุ ปี 2503 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐบาล ทั้งนี้ ปากีสถานมีเป้าหมายที่จะใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือกดดันให้อินเดียทบทวนจุดยืนในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่า การดำเนินการของอินเดียเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐบาลปากีสถานกำลังพิจารณาการยกระดับการประท้วงไปยังเวทีระหว่างประเทศ

ศรีลังกาขยายบทบาทในเวทีโลกผ่านการร่วมมือกับจีน เพื่อเข้ากลุ่ม BRICS

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 2 พ.ค.68 ว่า ได้รับการสนับสนุนจากจีนในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการด้านความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ภายหลังประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ของศรีลังกาเยือนกรุงปักกิ่งระหว่าง 14-17 ม.ค.68 ทั้งนี้ ศรีลังกาได้ยื่นคำร้องขอเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS พร้อมทั้งสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกธนาคารพัฒนาแห่งใหม่ (New Development Bank-NDB) ในการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Kazan รัสเซีย เมื่อ ต.ค.67 โดยรัสเซียและอินเดียสนับสนุน ซึ่งธนาคาร NDB ก็ได้ตอบรับคำร้องขอเข้าเป็นสมาชิกของศรีลังกาแล้ว อย่างไรก็ดี กลุ่ม BRICS ยังไม่มีแนวนโยบายรับสมาชิกเพิ่ม

สหรัฐฯ ขู่จะคว่ำบาตรประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth social เมื่อ 1 พ.ค.68 ว่า การซื้อขายน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านจะต้องยุติลง ประเทศหรือบุคคลใดที่ซื้อน้ำมันหรือปิโตรเคมีจากอิหร่านจะถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ รวมทั้งจะไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ   คาดว่า เป้าหมายการใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ คือจีน เนื่องจากนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร 

สหรัฐฯ และยูเครนลงนามในข้อตกลงเพื่อให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่หายากในยูเครน

สนข.นิวยอร์กไทม์ส รายงานเมื่อ 30 เม.ย. 68 ว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ และนางยูเลีย สวีรีเดนโก รอง นรม. คนที่ 1 ของยูเครนลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Economic Partnership Agreement) ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างสหรัฐฯ และยูเครน (United States-Ukraine Reconstruction Investment Fund)  ที่จะเปิดโอกาสให้สหรัฐฯมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทรัพยากรแร่ธาตุ น้ำมันและก๊าซในยูเครน  โดยทรัพย์สินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของยูเครนซึ่งรายได้ ร้อยละ 50 จากโครงการต่าง ๆ จะส่งเข้ากองทุนดังกล่าว เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและบูรณะประเทศ  และบรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Development Finance Corporation) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกรอบการทำงานตามข้อตกลงดังกล่าวต่อไป  อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะรับประกันความมั่นคงให้กับยูเครน