นรม.มาเลเซียหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ระหว่างการเยือนไทย

สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อ 17 เม.ย.68 ถึงผลการพบปะระหว่าง นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี ผบ.ทสส. และ นรม.เมียนมา ระหว่างการเยือนไทย (working visit) ของ นรม.มาเลเซีย ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เมื่อ 171530 เม.ย.68 (ระยะเวลาหารือประมาณ 1 ชม.) นรม.มาเลเซียเปิดเผยว่าได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์เกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา เมื่อ 28 มี.ค.68 โดยเห็นพ้องในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในทันทีและการฟื้นฟูให้เมียนมากลับสู่สภาวะปกติ พร้อมกับแสดงความชื่นชมที่ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ มีคำสั่งอภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษ  4,893 คน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่เมียนมา  นอกจากนี้ มาเลเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความเป็นอยู่ของชาวเมียนมา  ทั้งนี้ ใน 18 เม.ย.68 นรม.อันวาร์ ยังมีกำหนดหารือกับผู้แทนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ผ่านระบบออนไลน์ด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ อาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้กับจีน

สนข. รอยเตอร์ส อ้างการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 17 เม.ย. 68 ว่า อาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุกับสื่อที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ไม่ต้องการให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงเกินไปจนประชาชนไม่ซื้อสินค้า และอาจต้องลดอัตราภาษีลงเพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้า กับทั้งระบุว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน  และทางจีนได้ติดต่อเพื่อเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตราสูงถึงร้อยละ 145 และจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 125

การขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนไทย-มาเลเซีย เปลี่ยนเป็นทางทะเลมากขึ้น

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 18 เม.ย.68 ว่า หน่วยบังคับใช้กฎหมายทางทะเล (MMEA) ประจำรัฐกลันตัน เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการลักลอบขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนไทย-มาเลเซีย ตามแนวแม่น้ำโก-ลก พบว่า กลุ่มขบวนฯ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนย้ายบุหรี่และลักลอบเข้ามาเลเซีย จากเดิมที่นิยมใช้เส้นทางธรรมชาติทางบกเป็นจุดข้ามแดน แต่หลังจากที่รัฐบาลมาเลเซียเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนทางบก กลุ่มขบวนการฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นการใช้เส้นทางทางทะเลมากขึ้น โดยใช้เรือ 2 เครื่องยนต์และเรือประมงลายพรางในการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายและเคลื่อนไหวในช่วงกลางคืนเป็นหลัก ซึ่ง MMEA สามารถระบุจุดที่กลุ่มขบวนการฯ ใช้เคลื่อนไหวได้ทั้งหมด 10 จุด ตามแนวชายฝั่งและริมแม่น้ำในหลายพื้นที่ เช่น เขตเปิงกาลันกุโบร์ ต็อกบาลี และโกตาบารู รัฐกลันตัน ทั้งยังมีการว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลหรือ Tonto คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของ จนท.รัฐ

อินโดนีเซียเสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ และลดการนำเข้าจากภายในภูมิภาค

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 18 เม.ย.68 อ้างแถลงของนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รมต.ประสานงานด้านเศรษฐกิจ ของอินโดนีเซีย หลังเสร็จสิ้นการหารือกับผู้แทนสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ ว่า อินโดนีเซียเสนอจะเพิ่มการนำเข้าอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์จากสหรัฐฯ และลดการนำเข้าสินค้าจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยอินโดนีเซียจะนำเข้าจากสหรัฐฯ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงพลังงานมูลค่า10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  อีกทั้งมีแผนเพิ่มการซื้อ สินค้าทุนและสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี แลtถั่วเหลือง นอกจากนี้ อินโดนีเซียจะอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่บริษัทสหรัฐฯ ที่ดำเนินกิจการในประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายสรุปการเจรจาข้างต้นภายใน 60 วัน

กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล สหรัฐฯ โจมตีท่าเรือเยเมน

นาย Khalil al-Hayya ผู้แทนการเจรจาของกลุ่มฮะมาสเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 18 เมษายน 2568 ว่า กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อเสนอความตกลงหยุดยิงของอิสราเอล ที่เสนอให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งกลุ่มฮะมาสเห็นว่า ความตกลงดังกล่าวจะเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองให้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ฝ่ายเดียว เนื่องจากไม่มีการระบุถึงการถอนทหารของอิสราเอลออกจากพื้นที่ หรือการปล่อยตัวชาวปาเสสไตน์ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล การปฏิเสธความตกลงดังกล่าวทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ เฉพาะอย่างยิ่งค่ายผู้ลี้ภัยและค่ายผู้พลัดถิ่น ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวติในฉนวนกาซาอยู่ที่ประมาณ 51,000 คน ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อ ตุลาคม 2566

เมียนมาจะขยายมาตรการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือหลังภัยพิบัติ

นาย Anwar Ibrahim นรม.มาเลเซียและประธานอาเซียนในปี 2568 เปิดเผยเมื่อ 18 เมษายน 2568 ผลการหารือกับผู้นำรัฐบาลเมียนมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 และกำหนดการหารือกับผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา (NUG) ที่กรุงทเพฯ ไทย ใน 18 เมษายน 2568 โดยเป็นการหารือกับคู่ขัดแย้งทางการเมืองของเมียนมาในเวลาใกล้เคียงกัน ที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลามาตรการหยุดยิงต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 ได้ โดยประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องแล้ว ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของเมียนมาประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 20 วัน ตั้งแต่ 2 เมษายน 2568 ตามด้วย NUG ประกาศหยุดยิงเช่นกัน เพราะเหตุแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างมาก

ฝรั่งเศสจัดการประชุมเรื่องสันติภาพในยูเครน

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศต่าง ๆ ที่กรุงปารีส เมื่อ 17 เมษายน 2568 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพและความมั่นคงในยูเครน รวมทั้งภูมิภาคยุโรป โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เป็นประธานในการประชุมและได้พบหารือกับผู้นำ และผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร รวมทั้งสหรัฐฯ ซึ่งส่งนายมาร์ค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีข้อสรุปร่วมกันคือการสนับสนุนให้รัสเซียและยูเครนใช้การเจรจาโดยตรง และทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงคราม

จีนพร้อมเจรจาประเด็นการค้า หากสหรัฐฯ แสดงออกถึงความเคารพกัน

สนข.Bloomberg รายงานเมื่อ 16 เม.ย.68 อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลจีนว่า จีนต้องการให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนก่อนที่จีนจะตอบรับเจรจาทางการค้า อาทิ นโยบายที่แน่นอน ความตั้งใจจริงที่จะให้ความสำคัญต่อข้อห่วงกังวลของจีนต่อมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐฯ  รวมทั้งประเด็นความมั่นคง โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน รวมทั้งต้องการให้สหรัฐฯ แต่งตั้งผู้แทนที่สามารถพูดคุยกับจีนในนามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสามารถช่วยเตรียมการให้ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงเมื่อพบกันได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเจรจากัน ทั้งนี้ เงื่อนไขประการสำคัญที่สุดของการพูดคุยใด ๆ คือ จีนต้องการให้สหรัฐฯ ดำเนินการด้วยความเคารพ โดยก่อนหน้านี้ โฆษก กต.จีน แสดงความไม่พอใจต่อความเห็นของนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เรียกชาวจีนว่าชาวนาและยังยากจน โดยระบุว่า ไร้ซึ่งความรู้และขาดความเคารพ

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจส่งผลให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทย

กรณีสหรัฐฯ และจีนออกมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างกันนั้น พบนักวิเคราะห์และภาคเอกชนต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากสงครามการค้าที่รุนแรง จนอาจทำให้เกิดการทะลักของสินค้าจีนมายังเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยที่เป็นจุดหมายสำคัญ เพราะมีการเติบโตของแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคไทยได้สะดวก ขณะที่สินค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า อาจถูกส่งออกจากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้น เพราะจีนสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้ในราคาถูกกว่าไทยแต่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ประกอบการไทยขนาดกลางและขนาดย่อมอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ จนต้องลดกำลังผลิตหรือปิดกิจการลง

ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกและเผชิญการแข่งขันสูง

ผลผลิตทางการเกษตรกรหลายรายการมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก เช่น ยางพาราได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อในตลาดต่างประเทศจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคารับซื้อน้ำยางสดหน้าสวนปรับลงมาอยู่ที่ ๔๖ บาทต่อ กก. จากเดิมเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อ กก. โดยเกษตรกรคาดหวังให้ราคาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ บาท จึงจะอยู่รอดได้ ด้านพริกชี้ฟ้ามีราคารับซื้อเหลือเพียง 30 บาทต่อ กก. จากปกติอยู่ 60 บาท เพราะมีพริกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และพบกรณีชาวสวนพริกหยวก ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปเทกระจาดพริกที่ปลูกเอง เผยแพร่ทางติ๊กต็อก เพื่อประท้วงราคาที่ตกต่ำจนขาดทุน