ไทยเตรียมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยหลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ช่วงแผ่นดินไหว

สนข. AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณีนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมบรรเทาสาธารณภัยแถลงข่าวว่าจะทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ในพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาปรับปรุงการทำงานและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง AFP ระบุเพิ่มเติมว่า การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกรณีรัฐเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแจ้งเตือนประชาชนในห้วงเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ มี.ค. 68 และแม้ไทยจะไม่เผชิญเหตุแผ่นดินไหวบ่อยนัก แต่ก็ประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรงในฤดูฝน

หลายกลุ่มแสดงความกังวลถึงปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น

ภาคประชาชนแสดงความกังวลถึงปัญหาราคาสินค้าและบริการหลายรายการมีราคาแพงขึ้น เช่น เนื้อหมู และไข่ไก่ ส่วนกลุ่มเกษตรกรระบุปัญหาต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ผลผลิต/สินค้าและบริการกลับมีราคาต่ำ และบางกลุ่มออกมาเรียกร้องความช่วยเหลือ เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวสวนปาล์ม เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจที่มีความเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนการผลิตและผลประกอบการที่ลดลงมีบางส่วนทยอยปิดกิจการ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวดและกำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังคงไม่กลับมา ด้านธุรกิจท่องเที่ยวกังวลเรื่องจำนวนและการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมการบริโภคที่ระมัดระวังและเลือกสรรมากขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลถึงปัญหาสินค้าจีนและธุรกิจจีนเข้ามาแย่งตลาด ซึ่งนับเป็นลักษณะแบบศูนย์กลางปัญหานี้เกิดขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ท่ามกลางปัญหาหนี้เสียและกำลังซื้อของประชาชนที่เปราะบาง

การขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายประการ

เว็บไซต์มูลนิธิ Rosa Luxemburg ซึ่งเป็นสถาบันด้านนโยบายการเมืองของเยอรมนี เผยแพร่บทความระบุว่า กระบวนการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยมีมาอย่างยาวนาน แต่เผชิญกับอุปสรรคจากลักษณะสังคมของไทยที่มีความอนุรักษ์นิยมสูง และการเมืองขาดเสถียรภาพ เนื่องจากเกิดรัฐประหารหลายครั้งนับ และยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง โดยมีเหตุการณ์สำคัญในยุคใหม่ คือ กรณีพรรค กก.ชนะการเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพรรค พท.จับมือกับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับยอมเห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยนักกิจกรรมการเมืองประเมินสาเหตุว่าเป็นเพราะแรงกดดันสังคมที่สนับสนุนกฎหมายอย่างมาก และสายทุนกลุ่มทุนใหญ่เห็นช่องทางสร้างกำไร รวมถึงช่วยจำกัดพลังของขบวนการเคลื่อนไหวทางเพศกลุ่มที่ไม่ได้เน้นเฉพาะการแต่งงาน แต่ต้องการการรับรองในประเด็นอื่น ๆ ที่ซับซ้อน อาทิ การเปลี่ยนเพศบนเอกสารราชการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยคืบหน้าเพียงก้าวเล็ก ๆ และยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดอีกหลายประการ

สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลง

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างหนักหลังพบสถิติเมื่อ 16 เม.ย. 68 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเพียง 5,833 คน ซึ่งต่ำที่สุดจากค่าเฉลี่ย วันละ 15,000 – 20,000 คน ซึ่งการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนรุนแรงกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2561 คาดว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แอตต้าประเมินว่า แม้ไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาที่ 10,000 – 15,000 คนต่อวันได้ในช่วงที่เหลือของปี 2568 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมจะอยู่ที่เพียง 4.2 – 5.5 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 7 ล้านคน และต่ำกว่าเมื่อปี 2567

ประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่าการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นแสดงถึงความมีประชาธิปไตยของไต้หวัน

สนข.Taipei Times รายงานเมื่อ 27 เม.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงที่จัดโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน (พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคประชาชนไต้หวัน) เมื่อ 26 เม.ย.68 ว่า แสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยของไต้หวัน และว่าหากพรรคฝ่ายค้านต้องการต่อสู้กับเผด็จการก็ควรไปต่อสู้ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง ไต้หวันควรร่วมกันต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์และปกป้องชาติ เพราะจีนต้องการผนวกรวมไต้หวัน ซึ่งทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างตกเป็นเป้าหมายการแทรกซึมโดยจีน ดังนั้นจึงควรร่วมมือกันต่อสู้เพื่ออธิปไตย  อีกทั้งเรียกร้องให้จีนยุติการใช้กำลังเพื่อรุกรานไต้หวันและสร้างสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน ทั้งนี้ ภาคประชาสังคมในไต้หวันหลายกลุ่มรวมตัวกันชุมนุมประท้วงเมื่อ 26 เม.ย.68 เพื่อต่อต้านพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล

แก๊งหลอกลวงกลับมาเพิ่มขึ้นและเป็นลักษณะเลือกเหยื่อแบบเจาะจง

ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์กลับมาเพิ่มขึ้น โดยแต่ละเหตุมีจุดร่วมเหมือนกันคือ กลุ่มหลอกลวงออนไลน์สามารถเข้าถึงข้อมูลเหยื่อแบบละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลการทำธุรกรรมต่าง ๆ และมีวิธีการหลอกลวงที่แนบเนียนกว่าเดิม เช่น สามารถอายัดแอปบัญชีธนาคารของเหยื่อได้ สามารถซักถามระบุข้อมูลของเหยื่อได้ถูกต้อง ขณะเดียวกันพบกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยปลอมเป็น จนท.เดินขายสินค้าประเภทต่าง ๆ หรือ จนท.สำรวจข้อมูลประชากร และจะเลือกบ้านและช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพัง เพื่อหลอกขายสินค้า และขโมยข้อมูล ซึ่งพบมากในพื้นที่ชนบททางจังหวัดในภาคเหนือ และภาค ตอ.น.

ทร.อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ BrahMos บริเวณทะเลอาหรับ

เว็บไซต์ The Telegraph Online รายงานเมื่อ 28 เม.ย.68 ว่า ทร.อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ BrahMos หลายครั้งบริเวณทะเลอาหรับ เพื่อทดสอบศักยภาพของเรือรบและลูกเรือสำหรับการยิงระยะไกลในการปกป้องความมั่นคงทางทะเล นอกจากนี้ อินเดียยังนำเรือรบอื่นเข้าร่วมภารกิจ ได้แก่ เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถี INS Kolkata เรือฟริเกต INS Nilgiri เรือรบล่องหนฟริเกตชั้น Krivak เรือบรรทุกเครื่องบิน INS Vikrant และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลพิสัยไกล P8I ที่ประจำการอยู่ในทะเลอาหรับ

ชาวฝรั่งเศสชุมนุมต่อต้าน Islamophobia หลังชายมุสลิมถูกสังหารในมัสยิด

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 28 เม.ย. 68 ว่า ผู้แทน NGOs ฝ่ายการเมือง ผู้นำศาสนา และชาวฝรั่งเศสจำนวนหลายร้อยคนชุมนุมที่ Place de la République กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 27 เม.ย. 68 เพื่อต่อต้านแนวคิดเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) และไว้อาลัยต่อชายชาวมุสลิมที่ถูกแทงเสียชีวิตในมัสยิดที่เมือง La Grand Combe ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเมื่อ 25 เม.ย. 68 โดยคนร้ายตะโกนด่าท่อพระเจ้าของศาสนาอิสลามก่อนลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้ ภาคประชาสังคมในฝรั่งเศสกังวลเกี่ยวกับแนวคิดเกลียดกลัวอิสลามที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง รวมถึงการฆาตรกรรมดังกล่าว ขณะเดียวกัน นรม.ฝรั่งเศสประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการเหยียดศาสนาอิสลาม ส่วนประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงย้ำว่า การเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดชังบนพื้นฐานของศาสนาจะไม่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส อีกทั้งเสรีภาพทางศาสนาเป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้  ด้านผู้นำศาสนาอิสลามในปารีสเรียกร้องให้ทางการสอบสวนแรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และระบุให้ชัดเจนว่าสามารถจัดเป็นการก่อการร้ายได้หรือไม่

สิงคโปร์เข้มงวดการแสดงความเห็นทางออนไลน์ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป

สนข.ABC News รายงานเมื่อ 27 เม.ย.68 ว่า องค์การพัฒนาสื่อสารสนเทศและการสื่อสาร (Infocomm Media Development Authority-IMDA) ของสิงคโปร์ ได้ออกคำสั่งตามกฎหมายเลือกตั้งที่ควบคุมการโฆษณาทางออนไลน์โดยชาวต่างชาติ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2566 ให้ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook) ปิดกั้นการเข้าถึงโพสต์จากชาวต่างชาติที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป 3 พ.ค.68 นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการบังคับใช้ หลัง IMDA ตรวจพบข้อความของชาวต่างชาติบนโซเชียลมีเดีย เข้าข่ายพยายามช่วยเหลือหรือทำร้ายพรรคการเมืองหรือตัวผู้สมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหา ห้ามชาวต่างชาติโพสต์โฆษณาการเลือกตั้งทางออนไลน์ ซึ่งหมายถึงโพสต์ที่จะทำให้ผู้คนชอบหรือไม่ชอบพรรคการเมืองหรือตัวผู้สมัคร ซึ่งอาจส่งต่อการเมืองในประเทศ และอาจทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งโดยคิดถึงเรื่องของเชื้อชาติหรือศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

รัสเซียจะคงรักษาช่องทางการหารือกับสหรัฐฯ ในระยะยาว

สนข. TASS รายงานเมื่อ 28 เม.ย. 68 ว่า นายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ว่า ปัจจุบันรัสเซียกับสหรัฐฯ หารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะคงต่อไป ส่วนกรณีนาย Kirill Dmitriev ผู้แทนประธานาธิบดีรัสเซียด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแสดงความคาดหวังว่า นักลงทุนสหรัฐฯ จะกลับเข้าสู่ตลาดรัสเซียในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 นายลาฟรอฟ ระบุว่า รัสเซียไม่ได้ต่อต้านภาคเอกชนสหรัฐฯ แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจของสหรัฐฯสูญเสียพื้นที่การลงทุนบางส่วนให้นักลงทุนรัสเซียและนักลงทุนชาติอื่นจากการถอนการลงทุนจากรัสเซีย ในห้วงความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน รัสเซียปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติทุกชาติอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ดี รัสเซียพร้อมเปิดรับและพิจารณาโครงการลงทุนใหม่ ๆ ของสหรัฐ ที่จะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน