EU ประกาศรคว่ำบาตรรัสเซียในโอกาสครบรอบ 3 ปีสงครามยูเครน

เว็บไซต์ สนข. Anadolu Agency ของทางการตุรกี รายงานเมื่อ 24 ก.พ.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) เริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรฉบับที่ 16 ต่อรัสเซีย ประกอบด้วยมาตรการและข้อจำกัดใหม่ที่ลดทอนศักยภาพทางการทหารและเศรษฐกิจของรัสเซีย โดยมีการขึ้นบัญชีเรือจำนวน 153 ลำที่รัสเซียใช้ลักลอบขนส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน และห้ามสถาบันการเงินต่างชาติใช้ระบบการเงิน SPFS ของรัสเซีย นอกจากนี้ ยังคว่ำบาตรหน่วยงาน 53 แห่งที่จัดหาสินค้าให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารของรัสเซีย และกำหนดข้อจำกัดการค้าเทคโนโลยีโดรน สารเคมี ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุตสาหกรรมที่สำคัญสำหรับการผลิตอาวุธ อีกทั้งยังห้ามการนำเข้าอะลูมิเนียมจากรัสเซีย เพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของสื่อรัสเซีย 8 แห่ง  มาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานมีการเพิ่มข้อห้ามในการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับการสำรวจน้ำมันและก๊าซและการจัดเก็บน้ำมันดิบของรัสเซียชั่วคราว เป็นต้น

ผู้นำจีนและรัสเซียหารือการแก้ไขวิกฤตยูเครน

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 24 ก.พ.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยผู้นำจีนระบุว่า จีนยินดีที่รัสเซียและส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามคลี่คลายวิกฤตในยูเครน และย้ำถึงหลักการ “สี่ควร” (four-should) และข้อเสนอพื้นฐาน เพื่อแก้ไขวิกฤตดังกล่าวตามที่จีนเคยเสนอตั้งแต่สถานการณ์ในยูเครนเริ่มตึงเครียดขึ้น ประธานาธิบดีจีนยังได้กล่าวถึงความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียที่จะไม่มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สาม หรือมีประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซง ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะคงการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกัน

เรือประมงจีนใช้แรงงานลูกเรือชาวเกาหลีเหนือซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของ UN

สนข.AP รายงานเมื่อ 25 ก.พ.68 อ้างรายงานของมูลนิธิเพื่อความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation-EJF) ของสหราชอาณาจักรว่า ในห้วงปี 2562-2567 เรือประมงจีน 12 ลำ ใช้ลูกเรือชาวเกาหลีเหนือทำประมงบริเวณ ตต.ต.ของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งละเมิดข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ปี 2560 ที่ให้ประเทศสมาชิกส่งกลับแรงงานเกาหลีเหนือทั้งหมดภายในสิ้นปี 2562 โดย EJF ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ลูกเรือชาวฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่ทำงานร่วมกับลูกเรือเกาหลีเหนือ ซึ่งลูกเรือชาวเกาหลีเหนือถูกส่งต่อจากเรือประมงลำหนึ่งไปสู่อีกลำหนึ่งเพื่อป้องกันการหลบหนี และหลายรายถูกบังคับให้ทำงานบนเรือต่อเนื่องนับ 10 ปี ทั้งไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือหรือขึ้นฝั่งเมื่อเรือแวะเทียบท่า แต่ไม่สามารถประเมินจำนวนลูกเรือชาวเกาหลีเหนือได้ ด้านโษฆก กต.จีน ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวแต่จีนปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศในการทำประมงนอกชายฝั่ง

ผู้นำสหรัฐฯ หารือผู้นำฝรั่งเศสเพื่อผลักดันสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 24 ก.พ.68 ระบุว่าได้พบหารือกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ วอชิงตัน ดี.ซี. ประเด็นสำคัญคือการสร้างสันติภาพในยูเครน และความมั่นคงของยุโรป โดยประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการยุติสงครามและความรุนแรงในยูเครนด้วยการทำข้อตกลง และเชื่อมั่นว่าฝ่ายรัสเซียพร้อมจะทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องครอบคลุมการที่ยูเครนจะอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปสำรวจแร่ธรรมชาติที่มีความสำคัญของยูเครนได้ ซึ่งประเด็นนี้ผู้นำสหรัฐฯ คาดหวังว่ายูเครนจะร่วมมือกับสหรัฐฯ และลงนามในข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์หน้า

เมียนมาเจรจากับบริษัทจีนสร้างท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษเจ้าผิวในรัฐยะไข่

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 23 ก.พ.68 ว่า รมว.กระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียนมา เป็นประธานการประชุมประสานงาน ครั้งที่ 2 เพื่อเจรจากับบริษัท CITIC ของจีน เกี่ยวกับเงื่อนไขเบื้องต้นที่รัฐบาลและ CITIC ต้องปฏิบัติตามเพื่อผลักดันการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษเจ้าผิวในรัฐยะไข่ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องเป็นไปข้อตกลงสัมปทานที่ได้จัดทำร่วมกัน เมื่อปี 2563   รวมถึงภาคผนวกของข้อตกลงสัมปทานที่ลงนามเพิ่มเติมเมื่อปี 2566 ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการออกไปอีก 18 เดือน หรือจนถึง มิ.ย.68 โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันเร่งทำงานให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันสิ้นสุดสัญญา

รัสเซียพอใจร่างข้อมติของสหรัฐฯ ต่อ UNSC ไม่ได้ระบุถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

สนข.Tass รายงานเมื่อ 24 ก.พ. 68 ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งจีนเป็นประธานแบบหมุนเวียนห้วง ก.พ.68 จะพิจารณาร่างข้อมติของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนใน 24 ก.พ.68  ซึ่งรัสเซียค่อนข้างพอใจร่างข้อมติดังกล่าวของสหรัฐฯ ซึ่งมีขึ้นตรงกับห้วงวันครบรอบ 3 ปีการรุกรานยูเครนของรัสเซีย (เมื่อ 24 ก.พ.65) เพราะไม่ได้มีเนื้อหาประณามหรือระบุถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่เน้นถึงการตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงคราม เรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด ตลอดจนสนับสนุนสันติภาพระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกัน ยูเครนจะเสนอร่างข้อมติต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเช่นกัน โดยมีเนื้อหาตำหนิรัสเซียอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากยูเครนทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข มีรายงานด้วยว่า ร่างข้อมติดังกล่าวของยูเครนได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยและพยายามกดดันให้ยูเครนถอดถอนข้อมตินี้ตั้งแต่ 23 ก.พ.68

MSS เตือนประชาชนระวังข้อมูลรั่วไหลจากการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในเชิงพานิชย์

นสพ.South China Morning Post  รายงานเมื่อ 23 ก.พ.68 อ้างกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (Ministry of State Security-MSS)  เตือนประชาชนให้ระวังข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมโดรนที่ถูกนำมาใช้ในเชิงพานิชย์  เนื่องจาก อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดเล็ก ราคาถูก และถูกตรวจจับได้ยาก ทั้งติดตั้งกล้องคุณภาพสูงได้ จึงอาจถูกนำไปใช้กระทำการจารกรรมได้ในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม MSS ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยจากการขยายตัวของการนำโดรนมาใช้เชิงพาณิชย์ พร้อมขอให้ภาคเอกชนและประชาชนตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยและความเสี่ยงจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว รวมถึงการปกป้องข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเฝ้าระวังกิจกรรมที่น่าสงสัยจากการใช้โดรน และรายงานต่อ จนท.รัฐ  

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะหารือกับผู้นำฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

สนข.euronews รายงานเมื่อ 22 ก.พ.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร ที่จะเยือนสหรัฐฯ ใน 24 และ 27 ก.พ.68 ตามลำดับ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบหารือกับนาย Andrzej Duda ประธานาธิบดีโปแลนด์ซึ่งเยือนสหรัฐฯ เมื่อ 22 ก.พ.68 ทั้งนี้ การพบหารือดังกล่าว มีขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯ กำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียและพยายามผลักดันการเจรจายุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน โดยจัดการหารือ จนท.ระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ – รัสเซียที่ซาอุดีอาระเบีย โดยไม่มีผู้แทนจากประเทศในยุโรปและยูเครนเข้าร่วมเมื่อ 19 ก.พ.68

อ.ปายเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวอิสราเอลก่อความวุ่นวาย

นสพ.South China Morning Post ระบุว่า อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไทยกำลังเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวอิสราเอลเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ปลดประจำการจากกองทัพ หรืออยู่ในช่วงพักการสู้รบ โดยพบพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญ เช่น เมาสุรา ทะเลาะวิวาท ลักขโมย ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาท ส่งเสียงดัง ซึ่งกำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียของไทย จนทางการไทยต้องเข้ามาตรวจสอบ ขณะที่ นรม.ไทยปฏิเสธกระแสข่าวชาวอิสราเอลกำลังยึดเมืองปาย หลังจากมีการร้องเรียนพบการสร้างโบสถ์ในพื้นที่และห้ามคนไทยเข้า ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จำนวน 40 ล้านคน โดยมีมาตรการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างปัญหาในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

ไทยจับกุมแก๊งหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัลและฟอกเงิน

  สนข.AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณี จนท.ตร.ไทย จับกุมผู้ต้องหาแก๊งหลอกลวงฯ ข้ามชาติรวม 10 คน ซึ่งมีชาวจีนรวมอยู่ด้วย ในความผิดฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงิน และกำลังติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 22 คน ทั้งชาวไทย จีน และเกาหลีใต้ ที่หลอกลวงเหยื่อด้วยงานออนไลน์ปลอม และชักชวนให้ลงทุนที่เสนอผลตอบแทนสูง โดยได้หลอกลวงสกุลเงินดิจิทัลจากเหยื่อมูลค่า 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,400 ล้านบาท) รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การจับกุมครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงฯ ที่ขยายตัวบริเวณชายแดนเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยชาวจีน และมีเหยื่อเป็นชาวจีน