ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันแผนย้ายถิ่นชาวปาเลสไตน์ คว่ำบาตร ICC และอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันเมื่อ 7 ก.พ.68 แนวคิดที่เสนอให้ย้ายถิ่นฐานของชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา เพื่อให้ไปอยู่ในพื้นที่อื่นซึ่งปลอดภัยและจะเป็นผลดีต่อชาวปาเลสไตน์ในระยะยาว และอิสราเอลจะมอบดินแดนฉนวนกาซาให้กับสหรัฐฯ หลังจากเสร็จสิ้นปฏิบัติการทางทหารเพื่อปราบปรามและกวาดล้างกลุ่มฮะมาส เท่ากับเป็นการย้ำแนวคิดที่ผู้นำสหรัฐฯ จะยึดฉนวนกาซา และเสนอให้ชาวปาเลสไตน์ย้ายถิ่นไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สวยงาม ทันสมัย มีเสรีภาพและมีความสุข จากนั้นสหรัฐฯ จะเปลี่ยนฉนวนกาซาให้เป็น “Riviera of the Middle East” หรือเมืองชายฝั่งท่าน้ำแห่งตะวันออกกลาง

มาเลเซียปฏิเสธเป็นต้นตอส่งออกชิป AI ไปให้ Deepseek

สนข.Benarnews รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 ว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อยู่ระหว่างสืบสวนที่มาของการลักลอบชิป Nvidia H100 ไปจำหน่ายให้ บ.Deepseek ผู้ให้บริการโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีน โดยเชื่อว่ามาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศคนกลางที่ลักลอบซื้อขาย นั้น ประธานสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มาเลเซีย ยืนยันถึงมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในการจำหน่ายชิปของ Nvidia ในมาเลเซีย โดยจะให้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการอนุมัติจาก Nvidia เท่านั้น และแม้ได้รับอนุมัติแล้ว ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบก่อน จึงจะนำไปใช้ประกอบเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ โดยสมาคมฯ ยังไม่มีแนวทางดำเนินการต่อไป หากสหรัฐฯ ยังคงเชื่อว่ามีการรั่วไหลมาจากมาเลเซีย

ชายแดนเมียนมา-ไทยต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 ก.พ.68 ว่า ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมืองพญาตองซู รัฐมอญ และเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน พุ่งสูงขึ้น หลังไทยตัดกระแสไฟฟ้า และหยุดขายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปยังพื้นที่เหล่านี้ เมื่อ 5 ก.พ.68 เพื่อจัดการกับแหล่งอาชญากรรมเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติดภายในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พักอาศัยของประชาชน สถานที่ราชการ โรงแรม และศาสนสถาน ขณะที่ราคาน้ำมันในเมืองเมียวดีพุ่งสูงขึ้นจากลิตรละ 48 บาท เป็น 54 บาท   ในเมืองท่าขี้เหล็กจากลิตรละ 30 บาท เป็น 80 บาท เมืองพญาตองซูจากลิตรละ 32 บาท เป็น 60 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจบางส่วนหันมาพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องปั่นไฟในการผลิตกระแสไฟฟ้า

อินเดียและ UN ส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบพหุภาคีร่วมกัน

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย พบหารือกับนาย Philemon Yang ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (United Nation General Assembly-UNGA) สมัยที่ 79 ซึ่งเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง  4-7 ก.พ.68 ในประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือพหุภาคีกรอบ UN ร่วมกัน อาทิ การปฏิรูประบบพหุภาคี รวมทั้งยังแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก   นาย Yang ยังจะพบประธานาธิบดี Droupadi Murmu ของอินเดีย   เยือนบริษัท Infosys ซึ่งผู้ประกอบกิจการด้านเทคโนโลยี และสถาบันวิทยาศาสตร์ของอินเดีย  ที่เมืองเบงคลูรู รัฐกรณาฏกะ เพื่อพบปะผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของอินเดียในสาขาต่าง ๆ เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

สหรัฐฯ เร่งชี้แจงรายละเอียด หลังผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจะยึดครองฉนวนกาซา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสหรัฐฯ ชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนต่างประเทศ เกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯ ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เพื่อลดระดับความตึงเครียด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความเห็นเมื่อ 5 ก.พ.68 ระหว่างการหารือกับผู้นำอิสราเอลที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ว่า สหรัฐฯ มีแผนจะยึดครองฉนวนกาซา โดยใช้คำว่า take over และก่อนหน้านี้เคยกล่าวว่าต้องการอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาทั้งหมดเอย่างถาวร เพื่อส่งทหารอเมริกันเข้าไปประจำการและฟื้นฟูพื้นที่หลังเผชิญสงคราม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเสนอให้ชาวปาเลสไตน์ที่มีเกือบ 2 ล้านคน ย้ายออกจากกาซา เพื่อที่สหรัฐฯ จะส่งทหารไปบริเวณดังกล่าว และสร้างดินแดนนี้ให้มีที่อยุ่อาศัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเรียกว่า “Riviera of the Middle East.”

ผลผลิตยางพาราในภาคใต้ลดลงถึงร้อยละ 70

  สถานการณ์ราคายางพาราในภาพรวมยังอยู่ในระดับดี ตลาดโลกยังมีความต้องการอยู่มาก ประเด็นคือ ทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่เป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ ประสบปัญหาผลผลิตยางพาราลดลง โดยไทยคาดการณ์ผลผลิตลดลงถึงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อปี 2567 สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะห้วงปัจจุบันยังคงมีฝนตกมากกว่าปกติ และจากโรคใบร่วงเชื้อรา พื้นที่ที่ประสบปัญหาผลผลิตยางลดลงหนักคือ กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนในพื้นที่อื่น เช่น จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ได้รับผลกระทบ แต่ไม่รุนแรงเท่า ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางกำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับโรงงานแปรรูปยางพาราที่เริ่มทยอยปิดกิจการเช่นกัน

กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยประสบความสำเร็จ เพราะภาคส่วนสังคมช่วยกันผลักดัน

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS สิงคโปร์ ระบุ กรณีไทยบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการเมื่อ ม.ค. 68 หลังจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิทางเพศ และกลุ่มการเมืองได้พยายามผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจากผลสำรวจของ ISEAS ถึงความเห็นของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.นั้น โดยในส่วนของประชาชนไทยเรียกร้องให้รัฐควรคุ้มครองสิทธิ LGBT ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกฎหมายการสมรสเท่าเทียม ขณะที่โซเชียลมีเดียในไทยมีบทบาทต่อการผลักดันประเด็น LGBT เช่นกัน

สถานการณ์ไฟป่าทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นรุนแรงขึ้น

  สถานการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ โดยมีจุดหลัก ได้แก่ 1) จ.เพชรบูรณ์ พบไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติรวมกว่า 20 จุด 2) จ.ตราด พบไฟป่าบนเขาบรรทัดที่มีต้นตอจากฝั่งกัมพูชาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถดับไฟได้เพราะกระแสลมแรง 3) จ.นครราชสีมา พบไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนดงพญาเย็น คาดว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบตัดไม้ 4) จ.นครสวรรค์ พบไฟป่าในพื้นที่วนอุทยานเขาหลวงและเขาถ้ำพระ โดยยังไม่สามารถควบคุมไฟได้ทั้งหมด เพราะมีจุดใหม่ ๆ ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 5) จ.กาญจนบุรี ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบไฟป่าเกิดขึ้นหลายสิบจุด ทำให้มีการประกาศปิดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิแล้วเป็นเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่โดยรอบเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงมีการประเมินว่าจะทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นในภาคเหนือเริ่มรุนแรงขึ้น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลม

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เว็บไซต์ Asia Time ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.ว่า ได้รับความสนใจมากขึ้นจากกรณีนาย Wang Xing นักแสดงชาวจีนที่ถูกหลอกมาไทยเพื่อเข้าไปทำงานในเมียนมา และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่ง่าย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา อีกทั้งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ยังใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ ใช้สกุลเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อยกระดับการหลอกลวงในแนบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยได้สร้างความกังวลต่อกัมพูชาและลาวว่าจะได้รับผลกระทบเพราะมีแก๊งคอลเซนเตอร์ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศเช่นกัน

ไทยมีจำนวนอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านราย

  บริษัทเอเจนซี่โฆษณา เปิดเผยจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ในไทย มีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีอยู่ 2 ล้านราย เป็นผลจากสื่อดิจิทัลที่เข้าไปมีบทบาทในสังคมอย่างเต็มรูปแบบ และถูกนำมาใช้สร้างอิทธิพลทางความคิดในทุกวงการ โดยเฉพาะวงการตลาด จึงเกิดอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่อย่างรวดเร็ว ความน่าสนใจคือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ จากจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ของไทยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว และกับประเทศอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าประเทศอื่น ๆ และคนไทยมีการเสพสื่อออนไลน์มากจนสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองในการมีรายได้เพิ่มขึ้น