รัสเซียไม่รับร่างวาระการประชุม UNSC ที่สหรัฐฯ ทำหน้าที่ประธานหมุนเวียนใน ธ.ค.67

สนข. Tass รายงานเมื่อ 2 ธ.ค.67 อ้างนาย Dmitry Polyansky รองผู้แทนถาวรคนที่ 1 ของรัสเซียประจำสหประชาชาติว่า รัสเซียไม่รับร่างวาระการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ใน ธ.ค.67 ของสหรัฐฯ ที่จะดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ UNSC เนื่องจากสหรัฐฯ ยึดมั่นในหลักการช่วยเหลือยูเครน และปฏิเสธที่จะถอนประเด็นยูเครนออกจากวาระการประชุมดังกล่าว เช่นเดียวกับเมื่อ พ.ย.67 ที่สหราชอาณาจักรเป็นประธานหมุนเวียนของ UNSC ซึ่งจะทำให้การประชุม UNSC ไม่สามารถออกข้อมติใด ๆ ได้  ทั้งนี้ นาย Polyansky เห็นว่า การประชุม UNSC ควรมุ่งเน้นที่วงรอบรายงานของ UNSC ซึ่งไม่มีประเด็นยูเครน

การลักลอบขนวัวในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงส่งผลให้เกิดโรคระบาดกระทบต่อทั้งคนและสัตว์ 

นสพ.The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานกรณีการลักลอบขนวัวระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โรคในวัวที่เคยควบคุมได้กลับมาระบาดอีกครั้ง เพราะวัวที่ลักลอบขนไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และไม่ผ่านการกักกันโรค จึงเป็นภัยคุกคามต่อทั้งวัวในภูมิภาคและต่อมนุษย์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยในส่วนของไทยพบการลักลอบขนวัวข้ามชายแดนไทย-เมียนมาที่มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนผ่านช่องทางธรรมชาติและพื้นที่ที่ไม่มีการตรวจตราชายแดน

ประธานาธิบดีจีนขอให้รัฐบาลผลักดันการพัฒนาคุณภาพสูงผ่านกรอบ BRI มากขึ้น

นสพ.China Daily รายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการสัมมนาว่าด้วยการพัฒนาข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (symposium on the development of the Belt and Road Initiative) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 2 ธ.ค.67 กล่าวถึงความเสี่ยงและข้อคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป รวมทั้งขอให้รัฐบาลจีนเร่งประเมินความเสี่ยง และผลักดันความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาคุณภาพสูงกับประเทศภายในกรอบข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) ในห้วงที่แนวคิดกีดกันทางการค้าขยายตัวมากขึ้น โดยเสนอแนวคิดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูงผ่านกรอบ BRI ได้แก่ การเร่งสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อ BRI อย่างรอบด้าน ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สถาบันทางการเมืองของ BRI เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ   ทั้งยังทำให้กรอบ BRI มีสถานะสูงขึ้นในการเมืองระหว่างประเทศ

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มกลับมาเป็นกระแสความสนใจในสังคมมากขึ้น 

หลังจากตรวจพบฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เขตเมืองมีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาสังคมได้ออกมาขับเคลื่อนประเด็นเพราะประเมินว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี แต่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจริง โดยมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ของไทยที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดหรือทันท่วงที จึงเสนอว่าควรเปิดโอกาสให้องค์กรท้องถิ่นมีอำนาจจัดการมากขึ้น

อุตสาหกรรมกัญชาของไทยเผชิญอุปสรรคจากความขัดแย้งทางการเมือง

เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia International Hemp Expo and Forum 2024 เมื่อ 27 – 30 พ.ย. 67 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ไทยเป็นผู้จัดงาน โดยมีเกษตรกร ผู้จำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมากของอุตสาหกรรมกัญชาของไทย โดยตั้งแต่ไทยปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อปี 2565 มีร้านจำหน่ายกัญชาเปิดขึ้นทั่วประเทศประมาณ 16,000 แห่ง

ไทยเตรียมหามาตรการป้องกันหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวถูกฉลามทำร้าย

นสพ.The Mirror ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีถูกฉลามทำร้ายขณะเล่นน้ำบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมใน จ.พังงา จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อ 29 พ.ย. 67 โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามปกป้องภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการลาดตระเวนบริเวณชายหาด และส่งคําเตือนไปยังโรงแรมในท้องถิ่น และผู้ประกอบการกีฬาทางน้ำ พร้อมเตรียมหามาตรการป้องกัน

ธุรกิจในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยรุนแรง 

ภาคเอกชน เปิดเผยผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ที่มีต่อหลายภาคส่วน ได้แก่ 1) ภาคการท่องเที่ยว พบปัญหานักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าและลดจำนวนแขกลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ 2) ภาคการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา พบว่าผลผลิตเสียหายไปกว่า 319,675 ตัน และฟาร์มปศุสัตว์ไก่จมน้ำตายกว่าหลายหมื่นตัว และ 3) ผู้ประกอบการร้านค้า อาทิ พ่อค้า/แม่ค้าในตลาด ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เต็มที่

สิงคโปร์สั่งปรับธนาคาร JPMorgan สหรัฐฯ ฐานคิดส่วนต่างสูงเกินควร

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) แถลงเมื่อ 2 ธ.ค.67 ว่า ได้สั่งปรับธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ซึ่งให้บริการด้านการเงินการธนาคาร การลงทุน และการบริหารทรัพย์สินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 62.1 ล้านบาท) ฐานละเมิดกฎหมายสิงคโปร์ ด้วยการบิดเบือนส่วนประกอบของราคา และเรียกเก็บอัตราส่วนชดเชยความเสี่ยงต่อลูกค้าทั่วไปสูงกว่าอัตราที่ตกลงไว้ รวมทั้งสิ้น 24 รายการ ระหว่าง พ.ย.61-ก.ย.62 โดยธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ยอมรับความผิด และจ่ายค่าปรับ รวมถึงคืนค่าธรรมเนียมที่เกินมาให้แก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบแล้ว

นโยบายขึ้นภาษีของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ กระทบค่าเงินเอเชียและจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์

กรณีว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศร้อยละ 10-20 เพื่อปกป้องเศรษฐกิจในประเทศและผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ควบคู่กับดึงดูดการลงทุนกลับประเทศ ทำให้ค่าเงินเอเชียผันผวนอย่างมาก โดยมีรายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า การประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่ม BRICS และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ค่าเงินหยวนของจีน รูปีของอินเดีย ริงกิตของมาเลเซีย

มาเลเซียจะใช้ Soft Power Diplomacy กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย ระบุเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง และจะใช้ Soft Power Diplomacy ปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งย้ำว่า มาเลเซียจะไม่โน้มเอียงเข้าหาประเทศใดมากกินไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ  พร้อมกับต้องการให้อาเซียนปรับใช้แนวทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบคำถามของประธานสภาหอการค้ามาเลเซีย-จีน ถึงจุดยืนของอาเซียนต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ  เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังนายทรัมป์ขู่จะตั้งภาษีร้อยละ 100 ต่อประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS และพยายามใช้เงินสกุลอื่นในการค้าแทนดอลลาร์สหรัฐ