ปากีสถานย้ำโครงการพัฒนาขีปนาวุธเพื่อการป้องกันประเทศ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนข.ANI News ของอินเดีย รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน เมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า โครงการพัฒนาขีปนาวุธของปากีสถานมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันประเทศอย่างแท้จริง หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทของปากีสถานจำนวน 4 แห่ง โดยอ้างว่าโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดหาอุปกรณ์สำหรับการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล อย่างไรก็ตาม ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริง และปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน พร้อมทั้งย้ำว่า จะไม่ยอมประนีประนอมต่อมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ ประกาศใช้ในครั้งนี้

ประธานาธิบดีรัสเซียร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ CIS และการประชุมสุดยอด EAEU

นาย Yuri Ushakov ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States – CIS) อย่างไม่เป็นทางการ  ใน 25 ธ.ค.67 และการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union – EAEU) ใน 26 ธ.ค.67 (รัสเซียเชิญผู้นำอุซเบกิสถาน และคิวบา เป็นผู้สังเกตการณ์ผ่านระบบประชุมทางไกล)  ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดผู้นำ CIS อย่างไม่เป็นทางการ จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีก่อนเทศกาลปีใหม่

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของเมียนมาประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.67 ว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มลดลงร้อยละ 20 เนื่องจากแรงงานทั้งชายและหญิงจำนวนมากไปทำงานต่างประเทศ เพราะกฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร และค่าครองชีพที่สูงขึ้นภายในประเทศ ส่งผลให้โรงงานไม่สามารถรับคำสั่งซื้อที่มีมาต่อเนื่องได้  แรงงานที่มีอยู่เดิมจึงต้องทำงานล่วงเวลาด้วยปริมาณงานเพิ่มขึ้น และจะไม่ได้รับค่าจ้าง หากไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่กำหนดในชั่วโมงทำงานปกติ  ทำให้เกิดการหยุดงานประท้วงทุกเดือน นอกจากนี้ การจัดสรรช่วงเวลาจ่ายไฟฟ้ายังกระทบต่อภาคการผลิตเช่นกัน ทำให้โรงงานขนาดเล็กที่มีพนักงานน้อยกว่า 500 คน ต้องหยุดการผลิตถึงร้อยละ 60

รัสเซียจะประกาศรายชื่อประเทศหุ้นส่วน BRICS อย่างเป็นทางการ ใน 1 ม.ค.68

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเผยแพร่เมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า รัสเซียจะประกาศรายชื่อประเทศหุ้นส่วน BRICS  อย่างเป็นทางการ ใน 1 ม.ค.68 ทั้งนี้ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 16 เมื่อ ต.ค.67 ที่เมืองคาซัน รัสเซียเห็นพ้องรับประเทศหุ้นส่วน BRICS จำนวน 13 ประเทศ ประเทศที่ยืนยันเข้าร่วมหุ้นส่วน BRICS แล้ว ได้แก่ เบลารุส โบลิเวีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน คิวบา มาเลเซีย ไทย ยูกันดา และอุซเบกิสถาน และรอการยืนยันจากอีก 4 ประเทศ ในเร็ว ๆ นี้  ประเทศหุ้นส่วน BRICS จะได้รับสิทธ์เข้าร่วมการประชุม จนท.ระดับสูง ของ BRICS อาทิ ในประเด็นด้านความมั่นคง และการประชุมรัฐสภา

ทรัมป์ 2.0 อาจทำให้โลกเกิดวิกฤตมากขึ้น

นายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า การดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ของทรัมป์ อาจทำให้การเมืองระหว่างประเทศเกิดความขัดแย้งและเผชิญวิกฤตมากขึ้น เนื่องจากว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีความรู้ ไม่มียุทธศาสตร์ และไม่มีความมุ่งมั่นในการกำหนดนโยบายต่างประเทศมากพอ  การตัดสินใจในนโยบายต่าง ๆ ขึ้นกับระดับความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ

จีนมีแผนออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 411,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า จีนจะออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 411,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 ซึ่งเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลที่มีมูลค่าสูงที่สุด เพื่อนำเงินไปใช้กระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการอุดหนุนด้านต่าง ๆ และใช้เป็นเงินลงทุนในสาขาที่ใช้นวัตกรรมขั้นสูง รวมถึงเพื่อบรรเทาผลกระทบจากที่คาดว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการด้านภาษีกับสินค้าที่นำเข้าจากจีน ด้านนักวิจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคของธนาคาร OCBC ของสิงคโปร์ให้ความเห็นว่า การออกพันธบัตรพิเศษดังกล่าวมีมูลค่าสูงเกินความคาดหวังของตลาด สะท้อนว่ารัฐบาลจีนมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเงินฝืดโดยยอมแลกกับการเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

ญี่ปุ่นยกระดับความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และช่วยส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค

สนข. Japan Today รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า การยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ช่วยส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค นายอิชิบะประสงค์จะพบหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเร็ว และเห็นว่าทั้งสองฝ่ายต้องเห็นพ้องในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ. เพื่อยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทบ.มาเลเซียจับกุมชาวอินเดียลักลอบข้ามแดนจากมาเลเซียไปยังฝั่งไทย

ทบ.มาเลเซีย เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า กองพลทหารราบที่ 2 จับกุมชายชาวอินเดีย 2 คน ขณะกำลังลักลอบข้ามแดนบริเวณแม่น้ำโก-ลก ฝั่งรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน เพื่อข้ามไปยังฝั่งไทย แต่หลบหนีได้ 1 ราย ที่คาดว่าเป็นคนรับจ้างพาผู้ต้องหาข้ามแดน การจับกุมสามารถยึดโทรศัพท์มือถือ นาฬิกาแบรนด์เนมจำนวนมาก สกุลเงินอินเดียและมาเลเซีย เป็นจำนวน 4,746 ริงกิต (ประมาณ 36,200 บาท) ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาใช้หนังสือเดินทางอินเดียเดินทางเข้ามาเลเซียเมื่อปี 2565 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

อินเดียและคูเวตยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 อ้างผลการเยือนคูเวตอย่างเป็นทางการของ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ระหว่าง 21-22 ธ.ค.67 ว่า ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เติบโตยิ่งขึ้น   นรม.โมดิ ยังพบหารือกับ เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยา และเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคง รวมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติสูงสุดของประเทศ “The Order of Mubarak Al-Kabeer” สำหรับบทบาทการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังพบหารือกับมกุฎราชกุมาร Sabah Al-Khaled Al-Hamad Al-Mubarak Al-Sabah และเชค อะห์มัด นะวาฟ อัลอะห์มัด อาลเศาะบาฮ์ นรม.คูเวต นอกจากนี้ นรม.โมดิ เยี่ยมเยียนชุมชนอินเดียโพ้นทะเลซึ่งมีมากกว่า 1 ล้านคน และเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในคูเวต

ลาวจะปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนในแขวงจำปาสักเพื่อส่งออก

นสพ.Vientiane Times รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า นาย Somboun Heuangvongsa รองเจ้าแขวงจำปาสัก ลาว เป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างหัวหน้ากรมแผนการและการลงทุน แขวงจำปาสัก กับนาย Le Van Nha ผู้บริหารภาคเอกชน เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน 150 เฮกตาร์ (ประมาณ 937.5 ไร่) ในเมืองปากซ่อง แขวงจำปาสัก เพื่อปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออก ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจเกษตรลาวระบุว่า ปัจจุบันลาวปลูกทุเรียนมากกว่า 10,000 ต้น ผลผลิตเฉลี่ย 900 ตัน/ปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 270,000 ต้นในปี 2572 ผลผลิตประมาณ 24,000 ตัน มูลค่ามากกว่า 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ