ผู้พิการในไทยเป็นกลุ่มใหญ่ที่ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา

หน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิด้วยกันเพื่อคนพิการ คกก.ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาฯ (บอร์ด คกส.) รายงานปัญหาเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษามีมากกว่า 1,020,000 คน เนื่องจากปัญหาความยากจนและปัญหาครอบครัว ขณะที่ผู้พิการถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงจะอยู่นอกระบบการศึกษามากที่สุด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้พิการ 1,405,039 คน ที่จบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเพียง 38,668 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของผู้พิการทั้งหมด เพราะปัญหาไม่มีระบบการศึกษาที่รองรับผู้พิการอย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบให้ผู้พิการไม่มีวุฒิการศึกษาเพียงพอที่จะสมัครงานได้

ไทยแก้ไขปัญหาลิงใน จ.ลพบุรีได้สำเร็จ

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีการแก้ไขปัญหาประชากรลิงใน จ.ลพบุรี ที่มีมากกว่า 3,000 ตัว โดยลิงถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ แต่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายคนเพื่อขโมยอาหารหรือสิ่งของ และยังทะเลาะกันเอง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่อย่างมากทำให้ภาครัฐดำเนินการเคลื่อนย้ายและควบคุมประชากรลิงในพื้นที่จนสถานการณ์ใน จ.ลพบุรีล่าสุดกลับมาสงบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิสัตว์บางกลุ่มแสดงความไม่เห็นด้วยกับการนำลิงไปขังไว้ในกรงที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณให้กรมอุทยานฯ เพื่อดูแลสัตว์ป่า

กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยให้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจาก Agoda แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยที่จะมีผลบังคับใช้ใน ม.ค. 68 จะช่วยให้ไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ ได้เพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,000 ล้านบาท) ช่วยให้ GDP ไทยเพิ่มร้อยละ 0.3 ด้วย ทั้งนี้ แม้ไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ อยู่แล้ว แต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะยิ่งช่วยส่งเสริมชื่อเสียงของไทยในฐานะตัวเลือกการท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง และทำให้หลายเมืองของไทยได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะสถานที่จัดงานแต่งงาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น การโรงแรม การจัดเลี้ยง 

แรงงานไทยในอิสราเอลยังคงถูกส่งไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง

เว็บไซต์สถานีวิทยุ NPR ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับแรงงานไทยที่ทำงานในภาคเกษตรกรรมทางตอนเหนือของอิสราเอล ใกล้ชายแดนเลบานอน ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah และเป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศให้ประชาชนอพยพออกมา แต่แรงงานไทยยังคงต้องทำงานแม้จะมีการสู้รบเกิดขึ้น โดยในอิสราเอลมีแรงงานต่างชาติประมาณ 137,000 คน เป็นแรงงานไทยประมาณ 30,000 คน ซึ่งแรงงานไทยหลายคนได้เดินทางกลับไทยหลังจากเกิดการสู้รบในอิสราเอลเมื่อ ต.ค. 66 แต่เลือกกลับมาทำงานที่อิสราเอลอีกครั้ง แม้มีความเสี่ยง เพราะได้ค่าจ้างสูงกว่าการทำงานในไทยถึง 3 เท่า (เฉลี่ย 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 50,000 บาท)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับประธานาธิบดีจีน นอกรอบการประชุมเอเปค

ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นอกรอบการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กรุงลิมา เปรู เมื่อ 16 พ.ย.67 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ประธานาธิบดีจีนยืนยันว่าจะยังคงรักษาช่องทางการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ เพื่อจัดการความสัมพันธ์ในประเด็นที่มีมุมมองแตกต่างกัน  เฉพาะอย่างยิ่งการสู้รบรัสเซีย-ยูเครนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังเกาหลีเหนือส่งกองกำลังทหารไปช่วยเหลือรัสเซีย สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน ข้อพิพาททะเลจีนใต้ และมาตรการทางการค้า จากกรณีสหรัฐฯ ระงับการส่งออกชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อกีดกันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีน ขณะที่จีนเพิ่มการผลิตที่ล้นตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นภัยคุกคามร่วม อาทิ การควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษ ฐ์และอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิด การปราบปรามยาเสพติด และการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รมว.กห.ญี่ปุ่น จะพบหารือกับ รมว.กห.สหรัฐฯ และออสเตรเลีย

นายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น มีกำหนดเยือนออสเตรเลีย เพื่อพบหารือกับ พล.อ. ลอยด์ ออสติน รมว.กห.สหรัฐฯ และนายริชาร์ด มาร์เลส รอง นรม. และ รมว.กห.ออสเตรเลีย ใน 17 พ.ย.67 โดยทั้งสามฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาคและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน รวมทั้งอาจหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน และการดำเนินนโยบายต่อกรณีเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธตกในทะเลอย่างต่อเนื่อง

อาเซียนจะจัดการประชุมสภาประธานศาลสูงสุด

การประชุมสภาประธานศาลสูงสุดอาเซียน (Council of ASEAN Chief Justices) ครั้งที่ 11 และการประชุมสมาคมกฎหมายอาเซียน (ASEAN Law Association-ALA) จะจัดขึ้นระหว่าง 18-21 พ.ย.67 ที่ จ.เซบู ฟิลิปปินส์ ผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา 13 คน ผู้พิพากษา 24 คน บุคคลสำคัญ 27 คน และผู้แทน ALA จากประเทศสมาชิกอาเซียน 100 คน ประเด็นการหารือมุ่งเน้นความร่วมมือด้านกฎหมายเกี่ยวกับปัญหาข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ เป็นต้น

สหรัฐฯ โจมตีกลุ่ม Houthi ในเยเมนและซีเรีย

โฆษก กห.สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 12 พ.ย.67 ว่า กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (Centcom) ปฏิบัติการโจมตีกลุ่มกบฏ Houthi ที่อิหร่านให้การสนับสนุนในเยเมนและเป้าหมายในซีเรีย ตั้งแต่ 8 พ.ย.67  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจปราบปรามกลุ่ม ISIS ในพื้นที่  โดยห้วง 9-10 พ.ย.67 กองกำลัง Centcom ได้โจมตีทางอากาศคลังอาวุธหลายแห่งในพื้นที่ที่กลุ่ม Houthi ยึดครองในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เพื่อใช้โจมตีกองเรือทหารและพลเรือนทั้งของสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ บริเวณน่านน้ำสากลในทะเลแดงและอ่าวเอเดน  ส่วนปฏิบัติการโจมตีเมื่อ 11 พ.ย.67 มุ่งเป้าหมาย 9 แห่งใน 2 พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิหร่านในซีเรีย เพื่อตอบโต้กรณีโจมตีเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ 2 ครั้งในซีเรียเมื่อ 10 พ.ย.67 และลดขีดความสามารถของกลุ่ม ISIS ที่จะวางแผนโจมตีกองกำลังของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ประธานาธิบดีไบเดนและว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์รับประกันช่วงเปลี่ยนผ่านจะราบรื่น

ท่ามกลางกระแสข่าวการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดขึ้นไปรับตำแหน่งสำคัญในทีมทำเนียบประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งใน 20 ม.ค.68 ช่วงนี้ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พร้อมหารือกับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้ชาวอเมริกันเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง (transition period) จากผู้นำสังกัดพรรคเดโมแครต ไปเป็นพรรครีพับลิกัน จะราบรื่น ซึ่งจากการหารือกันเมื่อ 13 พ.ย.67 เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวอชิงตัน ดี.ซี. บรรยากาศเป็นไปด้วยดี รวมทั้งได้คุยกันเรื่องความมั่นคงของชาติ และนโยบายภายในประเทศที่สำคัญ

โครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 3 ของลาวจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในปี 2570

นสพ.Vientiane Times รายงานเมื่อ 14 พ.ย.67 อ้างหัวหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าน้ำงึม 3 ว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ได้ในต้นปี 2570 ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้า ร้อยละ 80 ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 3 ตั้งอยู่ในแม่น้ำงึม แขวงไซสมบูน กำลังผลิตติดตั้ง 480 เมกะวัตต์ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 2,083 ล้านหน่วย เป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับลาว เป้าหมายผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในประเทศ และส่งขายไทย เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2556 เดิมมีกำหนดเสร็จปี 2564 แต่ล่าช้าจากปัญหาการเงิน