กัมพูชาระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 ต.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันเดียวกัน ระบุว่า ชาวกัมพูชามากกว่า 720,000 คน บริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน (BIDF) จำนวน 26,967,609 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการป้องกันและพัฒนาประเทศร่วมกัน ซึ่งจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปใช้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน มุ่งเน้นถนนวงแหวน ทั้งนี้ พล.อ. Kim Bunthan รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการเงินทุนอย่างโปร่งใส

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงเข้มข้นกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส

ความยิ่งใหญ่ของจีนที่ก้าวขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ได้อย่างสง่างามในทุกวันนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (พรรคเดโมแครต)  และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส หยิบยกจีนขึ้นเป็นประเด็นหาเสียงกับชาวอเมริกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ฯ คนที่ 47 ที่จะเริ่มบริหารประเทศในมกราคม 2568 จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจีน และจะไม่ยอมให้จีนก้าวเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 แทนที่สหรัฐฯ ตามความฝัน (Chinese Dream) ของจีนในปี 2592 ในวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ใน 5 พฤศจิกายน 2567 อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงกับชาวอเมริกัน บ่อยครั้ง และเป็นเชิงลบมาก ๆ  มากกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส อย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้โดนใจชาวอเมริกันที่เคยมีผลการสำรวจของ PEW ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าจีนเป็นศัตรูหรือคู่แข่งขัน และทัศนคตินี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชาวอเมริกันที่นิยมพรรครีพับลิกัน  และหากย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศเมื่อปี 2560- 2564 โลกและภูมิภาคเอเชียของเราก็ปั่นป่วนเพราะสงครามการค้า (trade war) ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ตอบโต้จีนเป็นการเฉพาะด้วยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน การกล่าวหาจีนของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการหาเสียงครั้งนี้ มุ่งประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับจีน หากต้องดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง เช่น จะปกป้องอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ…

มาเลเซียจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหาก อดีต ปธน.ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้ง

บทวิเคราะห์ของ ธนาคาร Oversea-China Banking Corporation-OCBC ระบุว่า  หากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง มาเลเซียจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งหมด ในอัตราร้อยละ 10-20 และเฉพาะสินค้าจากจีน ในอัตราร้อยละ 60 ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของมาเลเซีย ลำดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และจีน  ดังนั้น มาเลเซียต้องเตรียมรับมือด้วยการเพิ่มปริมาณการค้าในกลุ่มประเทศพันธมิตรหรือแสวงหาตลาดใหม่ทดแทน

เวียดนามส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและประมงเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) ระบุว่า ห้วง ม.ค.-ก.ย.67 เวียดนามส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและประมง 46,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มร้อยละ 21 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2567 โดยส่งออกสินค้าเกษตร 24,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มร้อยละ 27.7 ผลิตภัณฑ์และสัตว์น้ำ 19,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เวียดนามยังมีความท้าทาย เฉพาะอย่างยิ่ง พายุไต้ฝุ่นยางิ (Yagi) เมื่อต้น ก.ย.67 ทำให้ภาคการเกษตร ปศุสัตว์และประมงเสียหายมากกว่า 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนในการส่งออกสินค้าประมงไปยังสหภาพยุโรป กรณียังได้ใบเหลือง IUU

ญี่ปุ่นประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีปตกในทะเลญี่ปุ่น

กห.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 ต.ค.67 ประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile-ICBM) อย่างน้อย 1 ลูก เมื่อ 07.11 น. (เวลาท้องถิ่น) ในวันเดียวกัน จากฐานยิงใกล้กรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ไปทาง ตอ.น. ของคาบสมุทรเกาหลี โดยขีปนาวุธตกลงในทะเลญี่ปุ่น ห่างจากเกาะโอคุชิริ จ.ฮอกไกโด ไปทางตะวันตกเป็นระยะทาง 200 กม. แต่เป็นบริเวณนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นอยู่ระหว่างร่วมมือกับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์รายละเอียด แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานเรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย

สหรัฐฯ ตรวจพบสุกรติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

กษ.สหรัฐฯ รายงานเมื่อ 30 ต.ค.67 ว่า พบสุกรติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบสุกรติดเชื้อ H5N1 ในสหรัฐฯ แต่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ได้กักกันสัตว์อื่นๆ ในฟาร์มที่พบการติดเชื้อในรัฐโอเรกอน รวมทั้งกำจัดสุกรและไก่ที่ติดเชื้อแล้ว ฟาร์มแห่งนี้ไม่ได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่ภาคอุตสากรรมอาหารของสหรัฐฯ  ทั้งนี้ ในปี 2567 สหรัฐฯ พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนกรวม 36 คน

ลาว เมียนมาและไทยปฏิบัติการร่วมภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส

ลาว เมียนมา และไทย เปิดแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส ปี 2567-2573 (Joint Plan of Action-CLEAR Sky Strategy) โดยนางบุนคำ วอละจิด รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลาว พบหารือกับผู้แทนเมียนมา และไทย ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 29 ต.ค.67 เพื่อร่วมกันกำหนดแผนงานและแนวทาง ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนระหว่างไทย ลาว และเมียนมาอย่างเป็นรูปธรรม   รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลาวยังระบุว่า มลพิษหมอกควันข้ามแดนกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในอาเซียนภาคพื้นทวีป และแผนดังกล่าวจะช่วยให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

EU ลงโทษภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องการหาน้ำมันอากาศยานให้กองทัพเมียนมา

สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป (EU) และแคนาดา ออกมาตรการลงโทษแบบเฉพาะเจาะจงรอบใหม่ เมื่อ 29 ต.ค.67 ต่อภาคธุรกิจที่มึส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำมันอากาศยานแก่กองทัพเมียนมา จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ บริษัท Asia Sun Group บริษัท  Swan Energy บริษัท Myan-Oil บริษัท Rich Ray Trading บริษัท Progress Technology Support และบริษัท King Royal Technologies  สหราชอาณาจักรขึ้นบัญชีคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจงต่อเมียนมา รวม 25 บุคคล และ 33 องค์กร ระหว่าง ก.พ.64-ต.ค.67 กรณีรัฐประหารในเมียนมา

มาเลเซียลดการนำเข้าวัตถุดิบการผลิต

เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 30 ต.ค.67 ว่า รัฐบาลจะลดการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจภายในประเทศเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิต และผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคมีเสถียรภาพมากขึ้น มาเลเซียยังป็นกลางในความขัดแย้งของมหาอำนาจ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับทุกประเทศ เพื่อกระจายตลาดนำเข้า เน้นประเทศที่ไม่ใช่คู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย โอมาน เคนยา อียิปต์ และประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน และอุซเบกิซสถาน

ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้จะเพิ่มขึ้นเพราะสหรัฐฯ สนับสนุนงบประมาณฟิลิปปินส์

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 29 ต.ค.67 อ้างนาย Song Zhongping นักวิเคราะห์ด้านการทหารของจีน ว่า กรณีสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนงบประมาณสำหรับพัฒนาหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) มูลค่า 450 ล้านเปโซ (ประมาณ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายหลังการเจรจาทางทะเลระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ (Philippines-US Maritime Dialogue) ครั้งที่ 3 ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อ 24 ต.ค.67 จะเพิ่มความขัดแย้งในทะเลจีนใต้   ฟิลิปปินส์ไม่ควรเป็นเครื่องมือของสหรัฐฯ ในการแข่งขันอิทธิพลกับจีน  รวมทั้งฟิลิปปินส์ควรยุติการยั่วยุและหาทางแก้ไขปัญหากับจีนตามแนวทางการทูต