มาเลเซียตรวจสอบสารเคมีตกค้างในองุ่นไชน์มัสแคทที่เป็นกระแสในไทย

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 27 ต.ค.67 ว่า รมว.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารมาเลเซีย สั่งการให้กรมตรวจสอบและกักกันสินค้า และกองความมั่นคงทางชีวภาพ ร่วมกันตรวจสอบการนำเข้าองุ่นพันธุ์ไชน์มัสแคท (ไม่ระบุประเทศ) หลังจากเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ในไทย แถลงผลการตรวจสอบองุ่นไชน์มัสแคทที่วางจำหน่ายใน กทม.และปริมณฑล ซึ่งพบปริมาณสารเคมีตกค้างจำนวนมาก จนผู้บริโภคไม่กล้าบริโภค ทั้งนี้ กษ.มาเลเซียยังไม่ได้รับการร้องเรียนกรณีดังกล่าว แต่จะเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคต่อไป

นรม.เวียดนามเยือน 3 ประเทศในตะวันออกกลาง

นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม. พร้อม ภริยา เยือนประเทศในตะวันออกกลางระหว่าง 27 ต.ค.-1 พ.ย.67 โดยจะเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ก่อนเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของสถาบันโครงการลงทุนเพื่ออนาคต (Future Investment Initiative-FII) ครั้งที่ 8 ที่กรุงริยาด การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความเชื่อใจทางการเมืองกับมิตรประเทศห่างไกล รวมถึงดึงดูดการลงทุน เฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ การจัดระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด

เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้จากภาคอุตสาหกรรมหลัก

ภาคส่วนเศรษฐกิจ ออกมาสะท้อนตรงกันถึงจุดแข็งของอุตสาหกรรมไทยที่ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมรถยนต์เฉพาะกลุ่มไฮบริด เนื่องจากได้รับความนิยมในประเทศอย่างต่อเนื่อง และยังมียอดขายส่งออกเพิ่มขึ้นกว่าปี 2566 อย่างมาก 2) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศคึกคักมากขึ้นหลังจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซันเต็มตัว และ 3) อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอาหารและการเกษตร เนื่องจากเป็นที่ต้องการในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

กระแสการเรียกร้องอนุรักษณ์พะยูนกลับมาอีกครั้ง

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความสนใจต่อสถานการณ์พะยูนเกยตื้นตายในห้วงเดือน ต.ค. 67 พบมีทั้งสิ้น 8 ตัว สาเหตุหลักมาจากการป่วยเพราะขาดอาหาร เนื่องจากปริมาณหญ้าทะเลลดลงจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น และบางส่วนตายเพราะติดเครื่องมือประมง จึงเกิดกระแสเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาจริงจังกับการอนุรักษ์พะยูน โดยสร้างความตระหนักรู้ถึงการรักษาท้องทะเลให้กับชุมชนและภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดการใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการทำประมง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไทยถูกลดอันดับระบบบำนาญหลังเกษียณ

Mercer CFA Institute Global รายงานการจัดอันดับดัชนีเงินบํานาญที่ดีที่สุดจาก 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า ไทยถูกจัดอยู่ในเกณฑ์ที่มีระบบบำนาญหลังเกษียณไม่ดี โดยอยู่อันดับที่ 43 และผลประเมินที่เกรด C ขณะที่ สิงคโปร์ถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีระบบเกษียณดีที่สุดในเอเชีย โดยเกณฑ์การชี้วัดประกอบ 1) ความเพียงพอของรายได้หลังเกษียณ 2) ความยั่งยืนของระบบเกษียณ และ 3) ความสมบูรณ์มั่นคงของระบบบำนาญหลังเกษียณที่สามารถเชื่อถือได้ ซึ่งที่น่ากังวล คือ คนไทยผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีเงินเก็บออมไม่มาก และมีรายได้ไม่เพียงพอหลังเกษียณ ดังนั้น ภาครัฐควรสร้างระบบรายได้หลังเกษียณใหม่ และสนับสนุนแรงงานผู้สูงอายุมากขึ้น

สังคมให้ความสนใจกรณีการประกาศซื้อขายพื้นที่บนเกาะขาม จ.ตราด

พบกระแสสังคมให้ความสนใจกรณีโซเชียลมีเดียมีการประกาศขาย “เกาะขาม” ในพื้นที่การปกครองของ ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด จำนวนประมาณ 10 กว่าไร่ โดยเจ้าของซึ่งเป็นนักธุรกิจคนไทยได้ประกาศขายในราคา 1,800 ล้านบาท แต่ประเด็นที่สำคัญคือ มีรายงานด้วยว่ากลุ่มทุนจีนได้แสดงความสนใจติดต่อเข้ามาซื้อหลายราย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาตกลง ทำให้ประชาชนแสดงความเห็นอย่างกังวลว่าทุนจีนจะเข้ามาครอบครองสิทธิบนพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของไทย และพื้นที่อาจถูกใช้เป็นแหล่งทำธุรกิจผิดกฎหมาย การฟอกเงิน หรือก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสังคมในระยะต่อไป

การค้าทวิภาคีไทย-กัมพูชา ห้วง ม.ค.-ก.ย.67

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 27 ต.ค.67 อ้างรายงานของกรมศุลกากรกัมพูชา ว่า ไทยเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 4 ของกัมพูชา รองจากจีน สหรัฐฯ และเวียดนาม โดยเมื่อห้วง ม.ค.-ก.ย.67 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 3,169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเมื่อปี 2566 ร้อยละ 12.4  โดยกัมพูชาขาดดุลการค้ากับไทย 1,875 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  สินค้าส่งออก ได้แก่ สินค้าเกษตร อาทิ มะม่วง มันสำปะหลัง ข้าวโพด พริกไทย และถั่ว ขณะที่สินค้านำเข้า ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม   ผอ.สนง.พณ.จ.พระตะบอง กัมพูชา ระบุว่า การไทยกับไทยยังคงราบรื่นและสม่ำเสมอ แม้ไทยจะมีมาตรการนำเข้าสินค้าที่เข้มงวดขึ้นในห้วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่อปกป้องราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศ

อิหร่านสกัดกั้นและตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านออกแถลงการณ์เมื่อ 26 ต.ค.67 ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านสามารถสกัดกั้นและตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่มุ่งเป้าหมายโจมตีฐานทัพทหารของอิหร่านในพื้นที่กรุงเตหะราน จ.Ilam และ จ. Khuzestan ห้วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้สำเร็จ  การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค แต่สร้างความเสียหายให้แก่อิหร่านในระดับจำกัด   สนข. Tasnim ของอิหร่านอ้างแหล่งข่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้การกระทำของอิสราเอลอย่างเหมาะสม

รมว.กห.สหรัฐฯ และอิสราเอลหารือกันทางโทรศัพท์

กห.สหรัฐฯ รายงานเมื่อ 26 ต.ค.67 ว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กห.สหรัฐฯ ได้หารือทางโทรศัพท์ กับนาย Yoav Gallant รมว.กห.อิสราเอล หลังเกิดเหตุโจมตีอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนและช่วยเหลืออิสราเอลในการป้องกันตนเอง รวมทั้งเห็นว่าอิหร่านไม่ควรตอบโต้อิสราเอลกลับ ซึ่งจะเป็นการปิดโอกาสการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ รมว. กห.ของทั้งสองประเทศยังหารือกันถึงโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในปัจจุบันด้วยวิธีทางการทูต ข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และข้อตกลงกับเลบานอนเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนทั้งสองฝ่าย

สาดโคลนใส่กันระหว่างอดีตประธานาธิบดีทรัมป์กับรองประธานาธิบดีแฮร์ริส

สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ประกาศตนเองว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตยของโลก การเมืองก็มีการสาดโคลนกันไปมาในห้วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งดุเดือดดีเหมือนกัน มีการตอบโต้ด้วยวาจากล่าวหากันไปมาระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (พรรครีพับลิกัน) กับรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส (พรรคเดโมแครต) ในห้วงหาเสียงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นใน 5 พฤศจิกายน 2567 ที่จะรู้ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป ในการหาเสียงในรัฐเพลซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐ swing state เมื่อ 24 ตุลาคม 2567 รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ได้เรียกอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็น fascist รวมทั้งเป็นผู้นำที่ผูกขาด และไม่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ก็กล่าวหารองประธานาธิบดีแฮร์ริสด้วยถ้อยคำรุนแรง และเป็นในเชิงดูถูก ทั้งด้านไอคิว และความน่าเชื่อถือ หลังจากรองประธานาธิบดีแฮร์ริสประกาศให้นายทิม วอลซ์ ซึ่งเป็นผู้ว่าการมลรัฐมินเนโซตา เป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกล่าวหาซ้ำอีกในการหาเสียงที่มลรัฐจอร์เจีย และเพิ่มเติมว่านางแฮร์ริสจะได้รับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การสาดโคลนด้วยวาจากันไปมายิ่งมากขึ้นระหว่างคู่ชิงระหว่างพรรคที่มีสัญลักษณ์เป็นลา (พรรคเดโมแครต) กับช้าง (พรรครีพับลิกัน) หรือจะดูกันอีกทีก็เป็นการแข่งขันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง เหมือนกับสมัยของนางฮิลลารี คลินตัน แข่งกับนายทรัมป์ เมื่อปี 2559 ซึ่งในยุคนั้น นางคลินตันมุ่งหาเสียงว่าจะเป็นสตรีคนแรกที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ก็แพ้นายทรัมป์ สำหรับในการหาเสียงของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสครั้งนี้ไม่ได้ชูประเด็นนี้เลย…