รมว.กต.จีนจะเยือนเมียนมาและไทยระหว่าง 14-17 ส.ค.67

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 13 ส.ค.67 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะเยือนเมียนมาและไทยระหว่าง 14-17 ส.ค.67 โดยเป้าหมายการเยือนเมียนมาเพื่อกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกัน ส่วนที่ไทย นายหวัง อี้ จะเป็นประธานการประชุมกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation-LMC) ครั้งที่ 9 ร่วมกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยใน 16 ส.ค.67 ที่เชียงใหม่ ซึ่งจีนคาดหวังที่จะทำงานร่วมกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อพิจารณาความคืบหน้าของความร่วมมือ ทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านมา และวางแผนขั้นต่อไปเพื่อขับเคลื่อนกรอบ LMC ขณะเดียวกันจีนจะเข้าร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการ (Informal Discussion) ระหว่างจีน ลาว เมียนมา และไทย ซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุม LMC ตามคำเชิญของฝ่ายไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และประเด็นอื่น ๆ

รองประธานาธิบดีเวียดนามเฝ้ารับเสด็จฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ ระหว่างเสด็จฯ เยือนเวียดนาม

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 13 ส.ค.67 ว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนเวียดนาม ระหว่าง 13-15 ส.ค.67 เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเวียดนามตามพระราชดำริตั้งแต่ปี 2549 โดยมีนางหวอ ถิ อั๊ญ ซวน รองประธานาธิบดี เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จเมื่อ 13 ส.ค.67 ทั้งนี้ นางหวอ ถิ อั๊ญ ซวน กราบบังคมทูลว่า ราชวงศ์ไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและโลก และเวียดนามพร้อมจะร่วมมือกับไทยในทุกมิติเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมกับซาบซึ้งที่ทรงมีพระเมตตาช่วยพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนเวียดนาม

กรณีทุนจีนขยายการลงทุนในหลายธุรกิจในไทย

จากการติดตามรายงานข่าวสารของสื่อมวลชน และความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียพบว่า กรณีทุนจีนขยายการลงทุนในหลายธุรกิจในไทย เช่น การดำเนินธุรกิจในไทยของ “Temu” แอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าของจีน กรณีร้านค้าปลีก/มินิมาร์ท จีนเปิดให้บริการในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น กรณีโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ราคาสูงเพื่อคนจีน กรณีโรงงานเหล็กของไทยปิดกิจการ เพราะโรงงานเหล็กของจีนเข้ามาทุ่มตลาด โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจจากภาคส่วนต่าง ๆ คือ การเข้ามาทำธุรกิจของทุนจีน ที่เป็นแบบทุ่มตลาด ขายตัดราคา และดำเนินธุรกิจเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จนทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถแข่งขันได้ และกำลังแสดงปัญหาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย และเริ่มกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์/แสดงความไม่พอใจ ภาครัฐที่ไม่มีมาตรการควบคุมทุนจีนในไทยอย่างจริงจัง ไม่มีแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย

สถานการณ์ธารน้ำแข็งละลายส่งผลให้โลกเผชิญความเสี่ยงเกิดอุทกภัยที่รุนแรงขึ้น

ประชาชน สื่อมวลชน และกลุ่มนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมให้ความสนใจกรณีมีภาพไวรัลบนโซเชียลมีเดีย แสดงถึงปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์มีสภาพน้ำแข็งละลายจนมองเห็นพื้นผิวของภูเขาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้วงเวลา 15 ปี และได้ถูกนำมาเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและกระทบกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันคือ ทำให้ประเทศที่มีธารน้ำแข็งเกิดภาวะน้ำท่วมแบบฉับพลัน และระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน จชต. พยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่

กรณีเกิดเหตุลอบปาระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์จำนวน 4 ลูก (ทำงาน 2 ลูก ขัดข้อง 2 ลูก) ที่จุดด่านตรวจทหารพราน บ้านบาตู ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 12 ส.ค. 67 นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนร้ายมีจำนวน 2 คน โดยแฝงตัวปะปนเข้ามากับประชาชนที่เดินผ่านด่านตรวจ จากนั้นได้ขว้างระเบิดและอาศัยความชุลมุนหลบหนีไป ซึ่งจากการแสดงความเห็นของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นักการเมือง และกลุ่มประชาชนทั่วไป ต่างมองว่าพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายครั้งนี้มีความอุกอาจเป็นอย่างมาก เพราะก่อเหตุในแหล่งชุมชนที่มีการจัดตลาดนัดและมีคนสัญจรผ่านไปมา จึงเห็นว่ากลุ่มคนร้ายอาจมีเป้าหมายแอบแฝงในการก่อเหตุด้วยเช่นกัน อาทิ อาจต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ให้ดูมีความตึงเครียดมากขึ้น และมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความกลัวจนกดดันให้ฝ่ายความมั่นคงต้องย้ายด่านตรวจให้ออกห่างจากชุมชนด้วย

หน่วยข่าวกรองรัสเซียอ้างว่าสหรัฐฯ กำลังสรรหาผู้นำยูเครนคนใหม่แทนประธานาธิบดีเซเลนสกี

สำนักข่าว RIA ของรัสเซีย รายงานอ้างหน่วยข่าวกรองรัสเซีย (SVR) เมื่อ 13 ส.ค.67 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาสรรหาผู้นำยูเครนคนใหม่ที่มีคุณสมบัติในการจัดการกับปัญหาและมีภาพลักษณ์สุจริต แทนประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี โดยอาจใช้ข่าวสารที่สร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของประธานาธิบดีเซเลนสกีเพื่อบีบบังคับให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากแกนนำของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันไม่พอใจประธานาธิบดีเซเลนสกีมากขึ้นจากกรณีการทุจริตงบประมาณช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯ นอกจากนี้ SVR ระบุถึงนายอาร์เซน อวาคอฟ อดีตรัฐมนตรีกิจการภายในของยูเครน เป็นผู้เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับกลุ่มชาตินิยมยูเครนและมีการติดต่อกับผู้นำประเทศยุโรปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการเจรจากับรัสเซียเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี หมดวาระ 5 ปี เมื่อ 20 พ.ค.67 แต่ยูเครนยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใต้กฎอัยการศึก ขณะที่รัสเซียยอมรับรัฐสภายูเครน (Verkhovha Rada) มีอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ลาวเร่งปราบปรามขบวนการคอลเซนเตอร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

วิทยุเอเชียเสรี ภาษาลาว รายงานเมื่อ 12 ส.ค.67 ว่าเจ้าแขวงบ่อแก้ว และเจ้าหน้าที่กระทรวงป้องกันความสงบ ร่วมหารือกับนายจ้าว เหว่ย ประธานบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) เพื่อเร่งปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Call center) โดยทางการลาวสั่งการให้ยุติการเคลื่อนไหว และขนย้ายสิ่งของทั้งหมดออกจากพื้นที่ดังกล่าวภายใน 25 ส.ค.67 หากฝ่าฝืน ลาวจะจัดตั้งกองกำลังพิเศษเพื่อบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว ก่อนหน้านี้ เมื่อห้วง ม.ค.-มิ.ย.67 ทางการลาวตรวจพบขบวนการ call center เคลื่อนไหวในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวมากกว่า 400 แห่ง และการปราบปรามเมื่อต้น ส.ค.67 สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น 1,389 คน เป็นชาวจีน 1,211 คน ชาวเวียดนาม 145 คน ชาวมาเลเซีย 16 คน ชาวเอธิโอเปีย 13 คน และชาวเมียนมา 4 คน ส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายเหยื่อชาวจีน ทำให้ทางการจีนเร่งร่วมมือกับหน่วยงานในลาวเพื่อปราบปราม

มาเลเซียยืนยันบริษัท Tesla มีแผนลงทุนในรัฐสลังงอร์

ดาโต๊ะ ซรี อาไมรูดิน ชารี มุขมนตรีรัฐสลังงอร์ เปิดเผยเมื่อ 13 ส.ค.67 ว่า บริษัท Tesla ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากสหรัฐฯ จะยังสานต่อแผนการลงทุนในรัฐสลังงอร์ โดยเน้นการวิจัยและพัฒนา และการเปิดศูนย์ให้บริการยานยนต์ EV ซึ่งจะตอบสนองต่อเป้าหมายของบริษัท Tesla ในการขยายตลาดยานยนต์ EV ในภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบัน บริษัท Tesla ตั้งสำนักงานใหญ่ในเมือง Cyberjaya รัฐสลังงอร์ สถานีชาร์จไฟ 52 จุดทั่วมาเลเซีย และมีแผนจะตั้งศูนย์บริการในอนาคต

โฆษกรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการรัฐประหาร

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 14 ส.ค.67 อ้าวแถลงของ พล.จ.ซอมินทุน โฆษกรัฐบาลเมียนมา ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการรัฐประหาร หลังจากปรากฏกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ ระหว่าง 13 – 14 ส.ค.67 ว่า พล.ท.เนียวซอ สมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council – SAC) และ พล.ร.อ.โมอ่อง รัฐมนตรีประจำสำนักประธาน SAC ที่ 4 ร่วมทำการรัฐประหาร โดยสั่งการให้ พล.ท.อ่องลินดเว เลขานุการ SAC เป็นผู้ควบคุมตัว พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธาน SAC ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรักษาการประธานาธิบดีเมียนมาว่าไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า เป็นการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มต่อต้าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของประเทศ ในห้วงที่ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะเยือนกรุงเนปยีดอใน 14 ส.ค.67 และพบหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ในประเด็นความมั่นคงและความร่วมมือทวิภาคี

OHCHR แสดงความผิดหวังกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล

เว็บไซต์สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The Office of the High Commissioner for Human Rights – OHCHR) ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ส.ค.67 ว่า ผู้เชี่ยวชาญอิสระของ OHCHR แสดงความผิดหวังต่อกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล เมื่อ 7 ส.ค.67 โดยระบุว่าเป็นการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) เป็นเครื่องมือยุบพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมากที่สุด ผู้เชี่ยวชาญอิสระของ OHCHR ระบุด้วยว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังเห็นว่าการเสนอปฏิรูปกฎหมายและการอภิปรายในประเด็นสาธารณะแม้ในเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและสิทธิพลเมืองในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญอิสระของ OHCHR เรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ทางการเมืองของไทยเปิดกว้างต่อความหลากหลาย รวมถึงการอภิปรายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ