ยาเสพติดในภาคใต้มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า

ข้อมูลของทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวกับขบวนการลักลอบขนส่งยาเสพติดไปยังภาคใต้ในปี 2567 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 พบปริมาณยาเสพติดจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยาเสพติดถูกลำเลียงขนส่งไปยังภาคใต้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนั้น เพราะขบวนการผลิตยาเสพติด โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยในรัฐฉาน เมียนมา ได้เพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มขบวนการขนส่ง มีเป้าหมายตลาดยาเสพติดคือ มาเลเซีย โดยใช้ไทยเป็นเส้นทางลำเลียง

ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษามีสาเหตุจากปัญหาโครงสร้างทางสังคมด้วย

ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาและจากภาคประชาสังคมได้สะท้อนถึงสถานการณ์เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาที่มีนัยสำคัญคือ จำนวนเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาที่มีประมาณ 1.02 ล้านคน ในความเป็นจริงอาจมีมากกว่านั้น เพราะยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่มีชื่ออยู่ในระบบ แต่ไม่ได้เข้าเรียน ซึ่งส่วนใหญ่พบอยู่ในทั้งพื้นที่ชนบทหรือจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำ เช่น ตาก แม่ฮ่องสอน และในจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เช่น ภูเก็ต สมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร และปทุมธานี

รัฐบาลบังกลาเทศประกาศเคอร์ฟิวหลังเหตุการณ์ประท้วงของนักศึกษารุนแรงขึ้น

รัฐบาลบังกลาเทศประกาศเมื่อ 19 ก.ค.67 ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน (curfew) ภายในเวลาที่กำหนด และมีคำสั่งให้กองกำลังทหารรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ หลังการประท้วงของนักศึกษาที่ไม่พอใจนโยบายของรัฐในการสงวนตำแหน่งงานราชการให้แก่ครอบครัวทหารผ่านศึกทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน และบาดเจ็บกว่า 1,000 คน การประท้วงดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ก.ค.67 โดยผู้ประท้วงต้องการให้รัฐบาลยกเลิกระบบการจัดสรรงานของรัฐร้อยละ 30 ให้แก่ครอบครัวของทหารผ่านศึกที่ต่อสู้ในสงครามประกาศเอกราชเมื่อปี 2514 เนื่องจากเป็นการเลือกปฏิบัติและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้สนับสนุนเชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ทั้งนี้ พรรคสันนิบาตอวามี (Awami League-AL) ซึ่งเป็นพรรคของเชค ฮาซีนา เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชในครั้งนั้น

ประธานาธิบดีจีนแสดงความไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 20 ก.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตเวียดนาม/กรุงปักกิ่ง ในวันเดียวกัน เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อนายเหวียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 19 ก.ค.67 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวชื่นชมนายจ่องในฐานะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและชาวเวียดนาม จากการอุทิศตัวให้แก่พรรค ประเทศ และประชาชน พร้อมกับกล่าวย้อนถึงการดำรงการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับนายจ่องในฐานะสหาย โดยเมื่อปี 2566 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยกระดับสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน การอสัญกรรมของนายจ่อง ซึ่งอุทิศตนเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเวียดนาม และการเป็นสหายร่วมอุดมการณ์สังคมนิยมจึงเป็นความเสียใจอย่างยิ่ง โอกาสนี้ ประธานาธิบดีสีย้ำว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนจะสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามอย่างเต็มที่ในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และนำพาชาวเวียดนามเพื่อการพัฒนาความเป็นสังคมนิยมที่เหมาะสมสอดคล้องกับเงื่อนไขของประเทศเวียดนาม

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนามถึงแก่อสัญกรรม

สำนักข่าว VNexpress Internatioal และ Nhan Dan ของเวียดนาม รายงานอ้างแถลงการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อ 19 ก.ค.67 ยืนยันว่า นายเหวียน ฟู้ จ่อง (อายุ 80 ปี/ ปี 2567) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (ผู้นำสูงสุด) ถึงแก่อสัญญกรรมที่โรงพยาบาลทหาร 108 ณ กรุงฮานอย เมื่อ 19 ก.ค.67 เนื่องจากสูงอายุ และอาการป่วยรุนแรง ทั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จะแจ้งรายเอียดพิธีศพอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เรือขนส่งสิงคโปร์ถูกโจมตีจากกลุ่มกบฏ Houthi ขณะแล่นผ่านอ่าวเอเดน

การท่าเรือแห่งสิงคโปร์แถลงเมื่อ 19 ก.ค.67 ว่าได้รับแจ้งจากเรือขนส่ง LOBIVIA ซึ่งติดธงสิงคโปร์ ว่าเรือถูกโจมตีขณะแล่นผ่านอ่าวเอเดน เยเมน ส่งผลให้ไฟลุกไหม้บนเรือ แต่สามารถดับได้และนำเรือเข้าฝั่งที่โซมาเลียอย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และบนเรือไม่มีลูกเรือสิงคโปร์ประจำการอยู่ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ กลุ่มกบฎ Houthi ออกมาแถลงยอมรับว่า เป็นฝ่ายใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีเรือดังกล่าว

กัมพูชาเปิดป้ายถนน “สีจิ้นผิง” เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 66 ปีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคี

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 19 ก.ค.67 ว่าวันเดียวกัน นายซุน จันทล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีน/กัมพูชา ร่วมพิธีเปิดป้ายถนนสี จิ้นผิง (Xi Jinping Blvd.) ที่เชื่อมระหว่างทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 1 กับหมายเลข 4 ในราชธานีพนมเปญ และในอนาคตจะเชื่อมต่อกับทางด่วนพนมเปญ-บาเว็ต ซึ่งจะช่วยลดปัญหาจราจรในเมือง ทั้งนี้ กัมพูชาเปิดใช้ถนนสายดังกล่าวตั้งแต่ 3 ส.ค.66 แต่เพิ่งตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า Xi Jinping Blvd. เมื่อ 28 พ.ค.67 เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัมพูชากับจีน และเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 66 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อ19 ก.ค.67

กัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกการประชุม CEAPAD อย่างเป็นทางการ

หนังสือพิมพ์ Khmer times รายงานเมื่อ 20 ก.ค.67 อ้างกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาว่า กัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเพื่อการพัฒนาปาเลสไตน์ (the Conference on Cooperation among East Asian Countries for Palestinian Development -CEAPAD) อย่างเป็นทางการพร้อมกับลาว เมื่อ 19 ก.ค.67 โดยญี่ปุ่นและรัฐปาเลสไตน์ในฐานะประธานร่วมของการประชุมระดับปฏิบัติการ CEAPAD ครั้งที่ 5 กล่าวต้อนรับทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงบทบาทของทางการปาเลสไตน์ในการฟื้นฟูและบูรณะฉนวนกาซา ความพยายามช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ และความสำคัญของการประสานงานและความร่วมมือผ่าน CEAPAD ในระหว่างการประชุม กัมพูชาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความพยายามของ CEAPAD และการสนับสนุนของสมาชิก CEAPAD และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการระดมความช่วยเหลือตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพของปาเลสไตน์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงสันติภาพที่ยั่งยืน

นักท่องเที่ยวไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ทำธุรกรรมด้วย QR Code ในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น

ธนาคารกลางอินโดนีเซียแถลงเมื่อ 17 ก.ค.67 ถึงความคืบหน้าการเชื่อมโยงระบบชำระเงินกับต่างประเทศว่า มีแผนขยายการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนการชำระเงินผ่าน QR Code กับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากเดิมที่มีข้อตกลงดังกล่าวกับไทย สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งมีความคืบหน้าตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวจาก 3 ประเทศ ทำธุรกรรมผ่าน QR Code ในอินโดนีเซีย เฉลี่ยต่อเดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ร้อยละ 28 และร้อยละ 8 ตามลำดับ ส่วนชาวอินโดนีเซียทำธุรกรรมที่ไทยและมาเลเซีย เพิ่มขึ้น ร้อยละ 9 และร้อยละ 4 แต่สิงคโปร์ลดลงร้อยละ 12 ทั้งนี้ อินโดนีเซียเปิดให้บริการระบบชำระเงินผ่าน QR Code (QRIS) ในวันชาติเมื่อ 17 ส.ค.62 ปัจจุบันยอดผู้ใช้งานเพิ่มอย่างก้าวกระโดด โดยเมื่อปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 226.54 รองรับผู้ใช้งาน 50.5 ล้านคน และร้านค้า 32.71 ล้านแห่ง

อินเดียเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันทีและปล่อยตัวประกันโดยไม่มีเงื่อนไข

เว็บไซต์สำนักข่าว NDTV รายงานเมื่อ 18 ก.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย R. Ravindra รองผู้แทนถาวรอินเดียประจำสหประชาชาติ ต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า อินเดียยืนยันข้อเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันทีอย่างเต็มรูปแบบและถาวร เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและและการบรรเทาทุกข์ในฉนวนกาซาเป็นไปอย่างปลอดภัย ทันท่วงที และยั่งยืน โดยขอให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และชื่นชมบทบาทของกาตาร์และอียิปต์ที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหาขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ทั้งนี้ อินเดียยืนยันสนับสนุนการแก้ปัญหาตามแนวทางสองรัฐ (two-state solution) เพื่อสถาปนารัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระและมีอำนาจอธิปไตยเคียงข้างกับอิสราเอลอย่างสันติ และในห้วงที่ผ่านมาอินเดียได้ให้ความช่วยเหลือแก่ปาเลสไตน์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมมูลค่าเกือบถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้จัดสรรให้กับสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอินเดียพร้อมที่จะมีส่วนร่วมผลักดันให้ภูมิภาคตะวันออกกลางมีสันติภาพและเสถียรภาพ