สถานการณ์เด็กเกิดใหม่น้อยลงและอยู่ในครอบครัวเปราะบาง ทำให้ถูกเลี้ยงดูแบบไม่มีคุณภาพ

ข้อมูลจากทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านประชากรไทย พบประเด็นที่น่าสนใจคือ จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ในแต่ละปีลดน้อยลงเป็นอย่างมาก เหลือประมาณ 500,000 คน จาก 10 ปีก่อนหน้านี้ที่มีประมาณ 700,000 คน เนื่องจากสาเหตุภาวะทางเศรษฐกิจและค่านิยมของคนรุ่นหลัง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าการแต่งงานมีบุตรเป็นการเพิ่มภาระ หรือจะมีบุตรก็ต่อเมื่อมีความพร้อม เพื่อให้บุตรมีคุณภาพชีวิตที่ดีเท่านั้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มผู้มีรายได้หรือมีศักยภาพเลี้ยงดูบุตรอีกด้วย จนกลายเป็นเด็กที่เกิดใหม่ในช่วงนี้มักกระจุกตัวอยู่ในครอบครัวที่เปราะบางหรือไม่มีศักยภาพจะเลี้ยงดูบุตรได้ดีพอ เช่น มีปัญหาความยากจน ปัญหาครอบครัว

คนไทยยังมีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ซึ่งสวนทางกับกระแสทั่วโลก

จากสถิติและผลสำรวจด้านพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ขององค์กรทั้งในและต่างประเทศ พบข้อมูลที่ตรงกันว่าคนไทยมีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่มาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งเพศหญิงและเพศชายที่นิยมดื่มเป็นปกติหลังจากการทำงาน หรือการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมสวนทางกระแสในต่างประเทศที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากขึ้น และหันไปใช้วิธีเข้าสังคมในรูปแบบอื่น ๆ แทน

เลขาธิการ UN เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานอ้างการแถลงของนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การ UN หลังการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum-PIF) ครั้งที่ 53 ณ กรุงนูกูอาโลฟา ตองกา เมื่อ 26 ส.ค.67 เรียกร้องให้ผู้นำโลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างรวดเร็ว และเพิ่มการลงทุนด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศเพื่อปกป้องประชาชนจากความเสี่ยง เนื่องด้วยระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้สูงขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ทำให้เกาะต่าง ๆ ในบริเวณดังกล่าวมีความเสี่ยงเผชิญอุทกภัยจากการเพิ่มของระดับน้ำทะเล ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เลขาธิการ UN ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกจัดทำแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Nationally Determined Contributions-NDCs) ภายในปี 2568 ตามที่ให้คำมั่นไว้ในการประชุม COP28 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อปี 2566 และขอให้กลุ่มประเทศ G20 ซึ่งเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดมีบทบาทนำในประเด็นนี้

สื่อสหรัฐฯ ประเมินว่ารองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส มีโอกาสชนะการเลือกตั้งที่ร้อยละ 55

Decision Desk HQ (DDHQ) ของสำนักข่าว The Hill เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อ 26 ส.ค.67 ประเมินว่า รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส มีโอกาสชนะการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ใน พ.ย.67 ที่ร้อยละ 55 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44 ก่อนประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนถอนตัวจากการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อ 21 ก.ค.67 และเอื้อให้พรรคเดโมแครตมีโอกาสมากขึ้นที่จะครองเสียงส่วนใหญ่ทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัย Fairleigh Dickinson เมื่อ 23 ส.ค.67 ชี้ว่า รองประธานาธิบดีแฮร์ริสสามารถกระตุ้นคะแนนนิยมในรัฐ swing state 7 รัฐ ทำให้มีคะแนนนิยมทั่วประเทศนำอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ร้อยละ 50 ต่อร้อยละ 43 เฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่มีเชื้อชาติและเพศที่หลากหลาย อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามกระแสและคะแนนนิยมใน 3 รัฐสำคัญ ได้แก่ เพนซิลเวเนีย มิชิแกน และวิสคอนซิน ตลอดจนคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระที่ไม่ได้ยึดติดกับพรรคการเมืองที่เป็นปัจจัยหนึ่งต่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง

สิงคโปร์เร่งศึกษาเทคโนโลยีความร้อนใต้พิภพใหม่

หนังสือพิมพ์ Straits Times รายงานเมื่อ 26 ส.ค.67 อ้างกระทรวงพลังงานของสิงคโปร์ว่า สิงคโปร์เร่งศึกษาเทคโนโลยีพลังงานความร้อนใต้พิภพ ผ่านโครงการการศึกษาพื้นที่ทั่วเกาะสิงคโปร์ และพื้นที่ที่มีการใช้งานในต่างประเทศ ระยะเวลา 2 ปี มูลค่ากว่า 16 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งจะเริ่มในครึ่งหลังของปี 2567 โดยการสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระจายแหล่งพลังงานและเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นอกจากนี้ สิงคโปร์กำลังติดตามความก้าวหน้าในระดับสากลและประเมินความเหมาะสมในการนำมาใช้ในประเทศ ซึ่งการวิจัยในปัจจุบันจะช่วยตัดสินความเป็นไปได้และวิธีการนำพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้ในระบบพลังงานของประเทศ

รัสเซียจัดการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS (IMBRICS) ครั้งที่ 6

รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมหานครนานาชาติกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 6 (The 6th International Municipal BRICS Forum) หรือ IMBRICS ระหว่าง 27-28 ส.ค.67 ที่กรุงมอสโก โดยเป็นเวทีหารือส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหานครและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก่อนการประชุมสุดยอด BRICS ที่จะเกิดขึ้นใน ต.ค.67 ทั้งประเด็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ การใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา ด้านการดูแลสุขภาพ ด้านวัฒนธรรม และด้านการท่องเที่ยว  ทั้งนี้ การประชุมฯ มีผู้แทนจาก 126 ประเทศ และผู้ร่วมงานจากเมืองต่าง ๆ กว่า 5,000 คนเข้าร่วม

รัสเซียเรียกร้องฝรั่งเศสชี้แจงกรณีจับกลุ่มผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Telegram

สำนักข่าว RT รายงานเมื่อ 25 ส.ค.67 ว่า สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย/กรุงปารีส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ฝรั่งเศสชี้แจงข้อกล่าวหาในการจับกุมนายพาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแอปพลิเคชัน Telegram ซึ่งมีเชื้อชาติรัสเซีย (ถือสัญชาติฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเซนต์คิตส์และเนวิส ) รวมทั้งให้หลักประกันการปกป้องสิทธิของนายดูรอฟ และการเปิดช่องทางประสานการติดต่อกับสถานทูตรัสเซีย นอกจากนี้ นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้องค์การสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ อาทิ Human Rights Watch และ Amnesty International ยืนหยัดเพื่อเสรีภาพในการพูด และกดดันให้ฝรั่งเศสปล่อยตัวนายดูรอฟ ทั้งนี้ สื่อของฝรั่งเศสรายงานว่าการจับกุมนายดูรอฟในข้อหาความผิดฐานไม่สามารถกำกับหรือควบคุมแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยพบผู้กระทำความผิดใช้ Telegram อย่างแพร่หลาย

เรือรบมาเลเซียประสบเหตุจมลงใกล้กับรัฐยะโฮร์

สำนักข่าว Malaymail รายงานเมื่อ 25 ส.ค.67 ว่า เรือโจมตีเร็ว KD Pendekar ของกองทัพเรือมาเลเซีย ประสบเหตุน้ำรั่วเข้าเรือ และจมลง ขณะปฏิบัติหน้าที่ ห่างออกไป 2 ไมล์ทะเล บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของแหลม Tanjung Penyusop ในรัฐยะโฮร์ คาดว่าเรือชนกับวัตถุใต้น้ำ ซึ่งพบรอยรั่วบริเวณห้องเครื่อง จากนั้นน้ำได้ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ลูกเรือทั้งหมด จำนวน 39 นาย ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากเรืออย่างปลอดภัย โดยกองทัพเรือมาเลเซียจะเร่งกู้ซากเรือ และตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนหาสาเหตุต่อไป

จีนจะซ้อมรบด้วยกระสุนจริงบริเวณพรมแดนจีน-เมียนมา ระหว่าง 27-29 ส.ค.67

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 26 ส.ค.67 อ้างประกาศของรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลยูนนานว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) จะจัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงบริเวณพรมแดนจีน-เมียนมา บริเวณใกล้เมือง Ruili และเมือง Zhenkang ระหว่าง 27-29 ส.ค.67 โดยรัฐบาลมณฑลยูนนานแจ้งเตือนให้ประชาชนที่จะเข้าพื้นที่ในวันและเวลาดังกล่าวปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ขณะที่กองบัญชาการยุทธบริเวณภาคใต้ (Southern Theatre Command) เปิดเผยว่า การซ้อมรบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนที่เร็ว การฝึกปิดล้อมแบบ 3 มติ และฝึกผสม โดยลาดตระเวนร่วมระหว่างหน่วยภาคพื้นดินและกองกำลังทางอากาศ ทั้งนี้ การฝึกลาดตระเวนร่วมดังกล่าวมีขึ้นหลังการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณพรมแดนจีนรุนแรงมากขึ้นจนกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจีน

รมว.กต.จีนจะยกประเด็นไต้หวันเป็นเรื่องหลักในการหารือกับ ทปษ.ความมั่นคงของสหรัฐฯ

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 25 ส.ค.67 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะหยิบยกประเด็นที่เป็นข้อห่วงกังวลอย่างจริงจังขึ้นหารือกับนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเยือนจีนระหว่าง 27-29 ส.ค.67 ทั้งกรณีไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด (red line) ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ สิทธิของจีนในการพัฒนา และความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากจีนกับสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตของการสร้างเสถียรภาพและการป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ถดถอยลง จึงจำเป็นต้องหารือในเชิงลึกร่วมกันในประเด็นอ่อนไหว รวมถึงเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ โดยจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ มีความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ  ดำเนินบทบาททางการเมืองอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขวิกฤตต่าง ๆ มากกว่าที่จะกระทำตนเป็นฝ่ายตรงข้าม