กต.อินเดียแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของพลเมืองอินเดียในการสู้รบรัสเซีย-ยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย แถลงเมื่อ 11 มิ.ย.67 แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของพลเมืองอินเดีย 2 ราย ที่ปฏิบัติงานอยู่ในกองทัพรัสเซีย ในพื้นที่สู้รบรัสเซีย-ยูเครน โดยทางกระทรวงอินเดียเรียกร้องต่อทางการรัสเซียให้ปล่อยตัวชาวอินเดียที่ยังประจำการในกองทัพรัสเซียและส่งกลับอินเดียโดยเร็ว พร้อมประสานขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศ และย้ำว่า การส่งพลเมืองอินเดียเข้าร่วมกับกองทัพรัสเซียมิใช่ความร่วมมือที่มีระหว่างกัน และขอให้ทางการรัสเซียหยุดรับชาวอินเดียเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพรัสเซีย ควบคู่กับเรียกร้องให้ชาวอินเดียใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาโอกาสการทำงานในรัสเซีย

กัมพูชาเจรจาการส่งออกทุเรียนไปยังจีน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Khim Finan โฆษกกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงกัมพูชา ว่า กระทรวงฯ อยู่ระหว่างเจรจาเรื่องการส่งออกทุเรียนไปยังจีนซึ่งเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนรายใหญ่ นอกเหนือจากการเจรจาเรื่องการส่งออกสับปะรด และขนุน หลังจากจีนอนุญาตให้กัมพูชาส่งออกมะพร้าวสดได้ ปัจจุบันกัมพูชาอยู่ในขั้นการเจรจาเรื่องมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ทุเรียนกับจีนซึ่งน่าจะใช้เวลาหลายปี กัมพูชาจึงหาตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอื่น รวมถึงไทยและเวียดนามที่กัมพูชามี SPS และกัมพูชาส่งออกทุเรียนมายังไทยแล้ว สำหรับจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมาก ได้แก่ พระตะบอง กัมปอต โพธิสัต กัมปงจาม ทบงคะมุม เกาะกง และรัตนคีรี

กลุ่มฮะมาสยอมรับข้อเสนอหยุดยิงตามมติ UNSC

นายซะมี อบู ซุห์รี โฆษกกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ แถลงเมื่อ 11 มิ.ย.67 ว่า กลุ่มฮะมาสยอมรับข้อเสนอหยุดยิงตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) และพร้อมที่จะเจรจาในรายละเอียด โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ กดดันให้อิสราเอลยอมรับข้อเสนอหยุดยิงดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้ สมาชิก UNSC 14 จาก 15 ประเทศ มีมติสนับสนุนร่างข้อเสนอหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาที่เสนอโดยสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขหลักคือ การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์และเต็มรูปแบบ การปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ การส่งคืนศพตัวประกันที่เสียชีวิต และการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอล

รัสเซียและเบลารุสเริ่มการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ระยะที่ 2 ที่รัสเซีย

นายอังเดร เบลูซอฟ รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย ประกาศเมื่อ 11 มิ.ย.67 ว่า กองทัพรัสเซียและเบลารุสเริ่มการซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ระยะที่ 2 ที่รัสเซีย (ไม่ระบุสถานที่ซ้อมรบ) และยังคงย้ำจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความพร้อมของบุคลากรและยุทโธปกรณ์ของหน่วยรบอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีของรัสเซียและเบลารุสเพื่อรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทั้งสองประเทศอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้านทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า รัสเซียจำเป็นต้องรักษาความพร้อมท่ามกลางการยั่วยุของชาติยุโรปที่เกิดขึ้นในห้วงนี้ ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียจัดซ้อมรบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี ระยะที่ 1 เมื่อ 21 พ.ค.67 ที่มณฑลทหารใต้ติดกับชายแดนยูเครน

ไต้หวันประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดรนรุ่น Teng Yun II

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.67 อ้างสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Chung-Shan (The National Chung Shan Institute of Science and Technology-NCCIST) ของไต้หวัน ว่า โดรนรุ่น Teng Yun II ได้รับการพัฒนาให้ปฏิบัติงานได้นานขึ้นในทุกสภาพอากาศ สามารถติดและบรรทุกอาวุธขนาดเล็กได้ โดยกองทัพอากาศไต้หวัน ฝึกใช้ Teng Yun II ระหว่าง ม.ค.- มี.ค.67 และเมื่อ พ.ค.67 ได้นำส่งรายงานประเมินผลการฝึกใช้โดรนดังกล่าวต่อ NCCIST เพื่อนำไปพิจารณาสำหรับการผลิตจำนวนมากในอนาคต ทั้งนี้ เครื่องยนต์ของโดรนรุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นเดียวกับ MQ-9B Reaper ของสหรัฐฯ แต่ส่วนประกอบส่วนใหญ่สามารถผลิตได้ในไต้หวัน ซึ่ง NCCIST ระบุว่า เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตโดรนในไต้หวัน

รองประธานาธิบดีมาลาวีถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเครื่องบินตก

ทำเนียบประธานาธิบดีมาลาวี ออกแถลงการณ์เมื่อ 11 มิ.ย.67 ว่า นายเซาลอส ชิลิมา รองประธานาธิบดี (อายุ 51 ปี/ปี2567) ถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเครื่องบินตก พร้อมกับผู้โดยสารบนเครื่องอีก 9 คน หลังจากที่เครื่องบินขาดการติดต่อไปเมื่อ 10 มิ.ย.67 โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบซากเครื่องบินลำดังกล่าวใกล้ภูเขาในป่าชิคังกาวา คาดว่าเครื่องบินเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายขณะเกิดเหตุ ทั้งนี้ นายซิลิมาเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปร่วมงานศพของอดีตรัฐมนตรี ที่เมืองมซูซู ทางตอนเหนือ ด้วยเครื่องบิน Dornier 228-202K ของกองทัพอากาศมาลาวี แต่ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดที่สนามบินในเมืองมซูซูซึ่งเป็นพื้นที่ป่าและหุบเขาได้ตามกำหนด เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และจำเป็นต้องเดินทางกลับมายังกรุงลิลองเว แล้วขาดการติดต่อ

สหรัฐฯ เตรียมขยายมาตรการควบคุมการขายและส่งออกชิ้นส่วนชิปไปยังรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.67 ว่า สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการควบคุมไม่ให้บริษัทผลิตชิปของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตหรืออุปกรณ์ของสหรัฐฯ รวมทั้งบริษัทรายย่อยในประเทศอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งจีน ขายหรือส่งออกชิ้นส่วนชิปของสหรัฐฯ ไปยังรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียนำไปใช้พัฒนาอาวุธในการสู้รบกับยูเครน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมจากเดิมที่มุ่งเป้าเฉพาะชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยคาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัท 8 แห่งในฮ่องกง ที่สหรัฐฯ เชื่อว่าเอื้อประโยชน์เพื่อขายชิ้นส่วนชิปของสหรัฐฯ ให้กับรัสเซียในเร็ว ๆ นี้

สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธของยูเครน

สำนักข่าว Washington Post รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.67 ว่า สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธให้กับกองพลน้อยอะซอฟ (Azov Brigade) กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับแนวคิดชาตินิยมขวาจัดของยูเครน เพื่ออนุญาตให้สมาชิกกลุ่มดังกล่าวสามารถใช้อาวุธและรับการฝึกฝนของสหรัฐฯ หลังรายงานการตรวจสอบของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่พบแนวปฏิบัติที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มดังกล่าว การสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารให้กับกลุ่มดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมาย Leahy Law ที่ห้ามรัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนความช่วยเหลือแก่กองทัพต่างชาติที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ กองพลน้อยอะซอฟเป็นกองกำลังพิเศษที่ 12 ของกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติยูเครน (Ukraine’s National Guard) และเข้าร่วมปกป้องยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย ตั้งแต่ปี 2565 เฉพาะอย่างยิ่งในการสู้รบที่เมือง Mariupol

ประชาชนลงชื่อเห็นด้วยกับการนำกัญชาไปเป็นยาเสพติดมากกว่าแสนคน

ตามที่เครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด (YNAC) ได้ออกมานำเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อประชาชนที่เห็นด้วยกับการนำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ซึ่งเปิดรับรายชื่อจนถึงวันนี้ (10 มิ.ย. 67) ผ่านทางเว็บไซต์ Google Docs นั้น ล่าสุดเฟซบุ๊ก Drama-Addict ของอดีตนายแพทย์ที่เป็นระดับ  อินฟลูเอนเซอร์ได้รายงานว่าขณะนี้มีประชาชนที่เห็นด้วยไปร่วมลงชื่อมากกว่า 180,000 คน แล้ว (ขณะรายงานยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์โพสต์และแสดงความเห็นด้วยอย่างต่อเนื่อง)

สังคมไทยเปิดมุมมองในเรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ

รายงาน LGBTQ+ Pride Report 2024 ของอิปซอสส์ (Ipsos) บริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างจาก 26 ประเทศ ต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยข้อมูลจากสำรวจนั้นได้สะท้อนว่า สังคมไทยมีความเปิดกว้างทางความคิดต่อกลุ่ม LGBTQ+ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งร้อยละ 58 สนับสนุน Same-sex Marriage (การสมรสเพศเดียวกัน) ร้อยละ 73 สนับสนุนกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ ร้อยละ 89 สนับสนุนกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (Transgender) และร้อยละ 82 มองว่าคู่รักเพศเดียวกันควรมีสิทธิรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้เหมือนกับคู่รักต่างเพศ