กองเรือรัสเซีย 4 ลำ จะเข้าเทียบท่าที่คิวบาระหว่าง 12-17 มิ.ย.67

กองเรือรัสเซีย จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วย 1) เรือฟริเกต Admiral Gorshkov 2) เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ Kazan 3) เรือบรรทุกน้ำมัน Akademik Pashin และ 4) เรือลากจูง Nikolay Chiker จะเข้าเทียบท่าเรือฮาวานา คิวบา ระหว่าง 12-17 มิ.ย.67 อย่างเป็นทางการ โดย เมื่อ 6 มิ.ย.67 กระทรวงกลาโหมคิวบา  ระบุว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างคิวบากับรัสเซีย และเป็นการเยือนที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ไม่มีเรือลำใดติดอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้นการเข้าเทียบท่าในคิวบาจึงไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ระหว่างที่พำนักในคิวบา ผู้บัญชาการกองเรือรัสเซียมีกำหนดพบกับผู้บัญชาการกองทัพเรือคิวบา และผู้ว่าการกรุงฮาวานา รวมทั้งเข้าชมสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคิวบา โดยเมื่อกองเรือรัสเซียมาถึงท่าเรือฮาวานา ต่างฝ่ายจะยิงสลุต 21 นัด เพื่อเป็นการให้เกียรติตามธรรมเนียมของทหารเรือด้วย

จีนประท้วง นรม.อินเดียกรณีทวีตข้อความขอบคุณการแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีไต้หวัน

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 7 มิ.ย.67 ว่า กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) จีนประท้วงอินเดียเมื่อ 6 มิ.ย.67 กรณีมีทวิตข้อความบนแอปพลิเคชั่น X แลกเปลี่ยนกันระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดีย กับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยนางเหมา หนิง โฆษก กต.จีน ระบุว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าประธานาธิบดีของไต้หวัน เพราะมีเพียงจีนเดียวซึ่งไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจีนต่อต้านการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการทุกรูปแบบระหว่างเจ้าหน้าที่ชาวไต้หวัน (Taiwanese authorities) กับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน เนื่องจากหลักการจีนเดียวได้รับการยอมรับและเป็นข้อเห็นพ้องในประชาคมระหว่างประเทศ การกระทำของอินเดียจึงขัดต่อท่าทีของจีนต่อไต้หวันอย่างรุนแรง อนึ่ง ประธานาธิบดีไล่ของไต้หวันทวีตข้อความแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีโมดิ และเสริมว่าไต้หวันคาดหวังจะร่วมมือกับอินเดียเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการค้าและเทคโนโลยีเพื่อสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งฝ่ายผู้นำอินเดียตอบขอบคุณและคาดหวังจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ UN กังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 6 มิ.ย.67 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และประณามการโจมตีของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ และภาคสะไกง์ ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด และให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองพลเรือนเป็นลำดับแรกตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งป้องกันการยุยงให้เกิดความตึงเครียดและการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สมาชิก UN และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ร่วมสนับสนุนการทำงานเพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนของนางจูลี บิช็อป ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการ UN เรื่องเมียนมา (Special Envoy on Myanmar)

กองทัพอาระกัน (AA) กระชับพื้นที่สู้รบสู่เมืองตานดเวในรัฐยะไข่

สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่า สถานการณ์สู้รบในรัฐยะไข่รุนแรงขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตีฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมาได้ 3 แห่ง ทำให้ทหารเมียนมาต้องล่าถอยไปประจำอยู่ใกล้สนามบินเมืองตานดเว เพื่อรับกำลังเสริม ขณะที่กองทัพโต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ และโรงแรมบางแห่งริมชายหาดได้รับความเสียหาย พลเรือนในเมืองตานดเว ระบุว่า การปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 2 มิ.ย.67 หลังกลุ่ม AA เริ่มปฏิบัติการโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมาที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดงะปะลี และสนามบิน ทั้งนี้ การต่อสู้ระหว่างกองทัพเมียนมากับ AA ที่เมืองตานดเวเริ่มตั้งแต่ 22 เม.ย.67 โดยห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ 32 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันพื้นที่ปะทะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไม่เกิน 8 กิโลเมตร เมื่อการสู้รบเข้าใกล้เขตเมืองมากขึ้น ทำให้พลเรือนหลายพันคนต้องหลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ขณะที่เที่ยวบินถูกระงับเช่นกันเนื่องจากสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองบางส่วนเริ่มย้ายไปที่ภาคย่างกุ้ง ซึ่ง AA ประกาศว่า จะเข้าควบคุมทุกเมืองในรัฐยะไข่และมีแผนที่จะโจมตีฐานปฏิบัติการทางทหารที่เหลือทั้งหมดของกองทัพเมียนมาในเมืองอัน ซิตตเว หม่องดอ เจ้าผิว ตองอัป ตานดเว กวา…

ผู้นำเกาหลีใต้ส่งเสริมการเตรียมพร้อมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ กล่าวปาฐกถาเนื่องในวัน Memorial Day ของเกาหลีใต้ ที่สุสานแห่งชาติกรุงโซล โดยระบุจะส่งเสริมความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้เข้มแข็ง เฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมทางทหาร เพื่อตอบโต้กิจกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนืออย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ยังวิจารณ์เกาหลีเหนือที่ไม่พัฒนาประเทศไปตามโลก ละเมิดสิทธิมนุษยชน และปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ซึ่งเกาหลีใต้จำเป็นต้องพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อจะช่วยฟื้นฟูสิทธิและเสรีภาพของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ และพัฒนาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป

แคนาดาแจ้งเตือนประชาชนในการเดินทางไปอิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศสและสเปน

เว็บไซต์ travel.gc.ca ของรัฐบาลแคนาดาแถลงเมื่อ 4 มิ.ย.67 แจ้งเตือนชาวแคนาดาให้เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูงในการเดินทางไปอิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศสและสเปน เนื่องจากภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายที่คนร้ายมุ่งโจมตีหน่วยงานราชการ โรงเรียน ศาสนสถาน ท่าอากาศยาน และสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ศูนย์การค้า ตลาดนัด โรงแรม พร้อมกับขอให้ชาวแคนาดาที่พำนักในพื้นที่ดังกล่าวและประเทศในยุโรปอื่นๆ ติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

ผู้นำปาเลาอ้างว่าจีนอาจแทรกแซงการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2567

นาย Surangel Whipps Jr. ประธานาธิบดีปาเลา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างการเยือนกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เมื่อ 5 มิ.ย.67 ว่า จีนอาจแทรกแซงการเลือกตั้งทั่วไปของปาเลาใน พ.ย.67 เนื่องจากประธานาธิบดี Whipps มีนโยบายรับรองความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน จึงกลายเป็นศัตรูของจีน และจีนต้องการให้ผู้ที่มีนโยบายเป็นมิตรกับจีนขึ้นดำรงตำแหน่งแทน นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Whipps ระบุว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนความช่วยเหลือด้านความมั่นคงให้ปาเลาหากเผชิญภัยคุกคาม ทั้งนี้ ปาเลาเป็น 1 ใน 12 ประเทศ ที่ยังคงรับรองความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน หลังนาอูรู ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันและรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับจีน เมื่อ ม.ค.67 ก่อนหน้านี้ รัฐบาลปาเลาถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อ มี.ค.67 ทำให้เอกสารประมาณ 20,000 ฉบับ ถูกขโมยและรั่วไหลในดาร์คเว็บ โดยปาเลากล่าวหาจีนเป็นผู้กระทำ เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์ไม่เรียกเงินค่าไถ่ อีกทั้งเกิดขึ้นหลังปาเลาและสหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงฉบับใหม่ ระยะเวลา 20 ปี

หน่วยข่าวกรองจีนเตือนไม่ให้ จนท.รัฐใช้บริการคลาวด์จัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือข้อมูลลับ

  กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน  เผยแพร่ข้อมูลบนบัญชี WeChat ของหน่วยงานเมื่อ 5 มิ.ย.67 เตือนไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดเก็บ ดำเนินการ หรือส่งต่อข้อมูลอ่อนไหวและมีชั้นความลับบนสื่ออินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และบนบริการคลาวด์ (cloud services) หากจำเป็นต้องใช้บริการคลาวด์ก็จะต้องเข้ารหัสเอกสาร เปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยครั้ง และปิดระบบการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยข่าวกรองของต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยข่าวกรองต่างประเทศพยายามขโมยข้อมูลอ่อนไหวและข้อมูลลับโดยหลายวิธีการ อาทิ การโจมตีทางไซเบอร์ และการใช้มัลแวร์ (Trojan horse viruses) เป็นภัยต่อความเป็นส่วนตัวของบุคคลและความมั่นคงของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนฝรั่งเศสระหว่าง 5-9 มิ.ย.67

  ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เยือนฝรั่งเศสระหว่าง 5-9 มิ.ย.67 เพื่อเข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 80 ปี สมรภูมินอร์มังดีหรือ Deliverance Day (D-Day) โดยมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในยุโรป หลังการรณรงค์หาเสียงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความห่วงกังวลว่าสหรัฐฯ อาจลดระดับความร่วมมือกับภูมิภาค ทั้งนี้ในการพบกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส จะหารือกันในประเด็นการนำสินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัดมาใช้ฟื้นฟูยูเครน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาส การขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ร่วมในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก การรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการค้าในห้วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2567 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมีแผนจะพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เพื่อยืนยันการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อยูเครนด้วย

รัสเซียจัดประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก SPIEF ระหว่าง 5-8 มิ.ย.67

รัสเซียจัดประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg Economic Forum – SPIEF) ครั้งที่ 27 ระหว่าง 5-8 มิ.ย.67 ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ภายใต้แนวคิดหลัก “รากฐานของโลกหลายขั้วอำนาจ – สร้างพื้นที่ใหม่เพื่อการเติบโต” โดย นาย Anton Kobyakov ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า การประชุมนี้เป็นเวทีชั้นนำสำหรับอภิปรายประเด็นการพัฒนาระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนความเห็น และสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ประกอบด้วยการเจรจาทางธุรกิจในรูปแบบของ EAEU-ASEAN รัสเซีย-แอฟริกา รัสเซีย-ลาตินอเมริกา รัสเซีย-จีน รัสเซีย-แอฟริกาใต้ และการประชุมทวิภาคีอื่น ๆ ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจที่จะขยายความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนจาก 136 ประเทศเข้าร่วม อาทิ อาเซอร์ไบจาน บราซิล เวเนซุเอลา อินเดีย คาซัคสถาน และจีน เป็นต้น และผู้นำประเทศที่เข้าร่วมด้วยตนเอง ได้แก่ ประธานาธิบดี Emmerson Mnangagwa ของซิมบับเว ประธานาธิบดี Luis Arce…