กลุ่มผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ส่งบอลลูนบรรทุกใบปลิวไปเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 ว่า กลุ่ม Fighters for a Free North Korea (FFNK) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ส่งบอลลูนพลาสติกขนาดใหญ่กว่า 20 ลูก ข้ามพรมแดนจากเกาะทางตะวันตกของเกาหลีใต้ไปยังเกาหลีเหนือเมื่อ 10 พ.ค.67 โดยบอลลูนดังกล่าวบรรทุกใบปลิวที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือกว่า 300,000 แผ่น และอุปกรณ์ USB ที่มีเนื้อหาบันเทิงของเกาหลีใต้ กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายให้ชาวเกาหลีเหนือเข้าถึงข้อมูลจากภายนอกและมีสิทธิ์เสรีภาพ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกร้องให้กลุ่มต่าง ๆ งดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เกาหลีเหนือไม่พอใจและยิงบอลลูนตก

อิรักจะปรับลดการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจตามข้อตกลงของกลุ่ม OPEC

สำนักข่าว INA ของทางการอิรัก รายงานเมื่อ 12 พ.ค.67 อ้างนาย Hayan Abdul Ghani รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันอิรัก ระบุว่าอิรักจะปรับลดการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจตามข้อตกลงของกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) และจะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวไม่ตรงกับการกล่าวแสดงความเห็นของนาย Ghani ระหว่างเข้าร่วมพิธีออกใบอนุญาตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของกระทรวงน้ำมันอิรัก ที่กรุงแบกแดด เมื่อ 11 พ.ค.67 ที่ว่า อิรักปรับลดการผลิตน้ำมันตามความสมัครใจเพียงพอแล้ว และไม่เห็นด้วยหากกลุ่ม OPEC+ จะเสนอขยายเวลาปรับลดการผลิตน้ำมันเพิ่มเติม ในที่ประชุม Joint Ministerial Monitoring Committee (JMMC) ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ใน 1 มิ.ย.67

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผบ.ทสส.เมียนมา ลงพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน

  พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council – SAC) เมียนมา พร้อมด้วยนางจูจูหละ ภริยา และคณะ ประกอบด้วย พล.ท.เยวินอู เลขานุการร่วม SAC พล.อ.เมียะทุนอู รัฐมนตรีคมนาคมและการสื่อสาร และ พล.ท.เนียวซอ รัฐมนตรีการก่อสร้าง ลงพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน ระหว่าง 10- 12 พ.ค.67 กิจกรรมสำคัญคือ การพบหารือกับทหารที่ บก.ภทบ.ภาคสามเหลี่ยม เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ศาลาว่าการเมืองเชียงตุงในประเด็นการเข้มงวดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงสนามบินเชียงตุงและสนามบินท่าขี้เหล็กในรัฐฉาน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยจะเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากลาว จีน และไทย นอกจากนี้ยังมีการตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างขยายถนนเส้นทางเบี่ยงจากตองยี-เชียงตุง-ท่าขี้เหล็ก เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า การเข้าร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์จำลองพระราชวังเชียงตุง (เพิ่งเสร็จสิ้นการบูรณะระหว่างปี 2564-เม.ย.67) ตลอดจนการสักการะเจดีย์ทัตตะมหาโพธิ์ (จำลองจากพุทธคยา อินเดีย) ณ บริเวณพุทธอุทยานเชียงตุง และวัดเกงยิน (Kengyin)

อดีตสายลับจีนระบุจีนมีปฏิบัติการตามจับและลักพาตัวผู้เห็นต่าง

  สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของอดีตสายลับชาวจีนในออสเตรเลียในรายการสารคดีสืบสวน Four Corners ของสถานี ABC ของออสเตรเลียว่า กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน (Ministry of Public Security – MPS) มีปฏิบัติการในออสเตรเลียครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 โดยสายลับชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า Eric ทำงานให้ MPS ห้วงปี 2551-ต้นปี 2566 ก่อนหนีออกจากจีนไปอาศัยอยู่ในออสเตรเลียระบุว่า ได้รับคำสั่งจาก MPS ให้ดำเนินการต่อเป้าหมายผู้เห็นต่างรัฐบาลจีนที่อาศัยอยู่ในอินเดีย แคนาดา ออสเตรเลีย และไทย เพื่อส่งตัวกลับจีน ส่วนการออกมาเปิดเผยปฏิบัติการดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้ประชาคมโลกรับทราบความจริงเกี่ยวกับสำนักคุ้มครองความมั่นคงทางการเมือง หรือสำนักที่ 1 ของ MPS ซึ่งมีเป้าหมายบุคคลที่เป็นศัตรูของประเทศจีน นอกจากนี้ เนื้อหาในรายการดังกล่าวระบุด้วยว่า ทางการจีนอ้างการใช้มาตรการปราบปรามการคอร์รัปชั่นเพื่อส่งกลับชาวจีนมากกว่า 12,000 คนในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทางการจีน รวมถึงหน่วยข่าวกรองของออสเตรเลียยังไม่แสดงความเห็นใดในเรื่องนี้

สมเด็จฯ ฮุน เซน หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผบ.ทสส.เมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และประธานสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 7 พ.ค.67 โดยขอเข้าพบกับอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา แต่ฝ่ายเมียนมายังไม่ตอบรับคำขอของสมเด็จฯ ฮุน เซน ขณะที่ พล.จ.ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลเมียนมา ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาจะรักษาคำมั่นในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป แต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องดำเนินตามคำขอของกัมพูชา

อิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล

  สำนักข่าว NDTV รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 อ้างกองทัพอิสราเอลว่า กลุ่มฮะมาสยิงจรวด 8 ลูก จากพื้นที่เมือง Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา มุ่งเป้าโจมตีบริเวณจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล ส่งผลให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล  จำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย การโจมตีเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่อิสราเอลกลับมาเปิดจุดผ่านแดน Kerem Shalom หลังกลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดนดังกล่าวเมื่อ 5 พ.ค.67 ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย นอกจากนี้อิสราเอลยังคงปิดจุดผ่านแดน Rafah ระหว่างอียิปต์กับฉนวนกาซา หลังจากกองทัพอิสราเอลเข้าควบคุมจุดผ่านแดนดังกล่าว ตั้งแต่ 6 พ.ค.67 ทำให้ประชาคมโลกกังวลว่าวิกฤติมนุษยธรรมในฉนวนกาซาจะเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากจุดผ่านแดน Rafah เป็นเส้นทางหลักในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา

UNRWA ปิดสำนักงานใหญ่ชั่วคราวหลังถูกชาวอิสราเอลวางเพลิง

นาย Philippe Lazzarini ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) แถลงเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่าตัดสินใจปิดสำนักงานใหญ่ UNRWA ที่เยรูซาเล็มตะวันออกชั่วคราวเพื่อรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุชาวอิสราเอลจุดไฟเผาบริเวณรอบนอกสำนักงานในวันเดียวกัน 2 ครั้ง ส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของสำนักงานเสียหาย อย่างไรก็ดี ไม่มีเจ้าหน้าที่ UNRWA บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ ตั้งแต่ห้วง มี.ค.-พ.ค.67 เจ้าหน้าที่ UNRWA เผชิญกระแสต่อต้านจากชาวอิสราเอลมากขึ้น และเสี่ยงได้รับอันตรายต่อชีวิตจากการแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงของชาวอิสราเอล เช่น การขว้างปาหิน และใช้ปืนข่มขู่

สหรัฐฯ แสวงหาความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นคู่ขัดแย้ง

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย ให้การต้อนรับนาย Brian Nelson ปลัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการข่าวกรองทางการเงินและก่อการร้าย  ในโอกาสเดินทางเยือนมาเลเซีย เพื่อหารือถึงมาตรการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และความร่วมมือในการสกัดกั้นกิจกรรมที่เป็นแหล่งรายได้ของอิหร่าน ตัวแทน (proxy) ของอิหร่านและรัสเซีย ตามมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยอ้างข้อมูลว่า บริษัทมาเลเซียเกี่ยวข้องกับการขนถ่ายน้ำมันเถื่อนของอิหร่าน และรัสเซีย และเป็นแหล่งระดมทุนไปช่วยเหลือกลุ่มฮะมาส ซึ่งเงินเหล่านี้ถูกใช้ไปสร้างความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ทั้งนี้ในการหารือกัน มาเลเซียแสดงความพร้อมให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ภายใต้หลักนิติธรรม และหลักเกณฑ์สากลในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (Basel II และ Basel III) แต่จะยอมรับเฉพาะมาตรการลงโทษที่ผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เท่านั้น ก่อนหน้านี้ เมื่อ ธ.ค.66 สหรัฐฯ ประกาศมาตรการลงโทษบริษัทของมาเลเซีย 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท Arta Wave บริษัท Integrated…

ไต้หวันพร้อมพูดคุยกับจีนหากได้รับการยอมรับสถานะที่เท่าเทียม

  สำนักข่าว South China Morning Post (SCMP) รายงานเมื่อ 8 พ.ค.67 อ้างนาย Alexander Tah-ray Yui ผู้แทนไต้หวัน/สหรัฐฯ ซึ่งเข้ารับตำแหน่ง เมื่อ ธ.ค.66 แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน และท่าทีของนายไล่ ชิงเต๋อ ว่าที่ประธานาธิบดีไต้หวัน ซึ่งจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งใน 20 พ.ค.67 ว่า ไต้หวันไม่ปิดช่องทางการพูดคุยกับจีนหากได้รับการยอมรับในสถานะที่เท่าเทียม เพราะปัจจุบันมีชาวไต้หวันมากขึ้นที่สนับสนุนการรักษาสถานะเดิม (Status Quo) เพื่อให้เกิดสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน แม้ว่าฝ่ายบริหารชุดใหม่ของไต้หวันอาจดำเนินนโยบายต่างประเทศเช่นเดียวกับสมัยของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ซึ่งมีนายไล่ ชิงเต๋อ เป็นรองประธานาธิบดี ทั้งนี้ นาย Alexander Tah-ray Yui แสดงความเห็นดังกล่าวในกิจกรรมฉลอง Taiwan Relations Act ครบรอบ 45 ปี ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ

จีนบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ

  เว็บไซต์ Human Rights Watch รายงานเมื่อ 8 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลจีนบังคับส่งกลับชาวเกาหลีเหนือจากมณฑลจี๋หลินและมณฑลเหลียวหนิงประมาณ 60 คน เมื่อ 26 เม.ย.67 ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ถูกส่งกลับมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกบังคับให้สูญหาย ถูกทรมาน ล่วงละเมิดทางเพศ บังคับใช้แรงงานหรือถูกคุมขัง การบังคับส่งกลับรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากนาย Zhao Leji ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน เยือนเกาหลีเหนือและเข้าพบนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเมื่อ 13 เม.ย.67 Human Rights Watch ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 จีนบังคับส่งกลับชาวเกาหลีเหนือแล้วมากกว่า 670 คน โดยรัฐบาลจีนถือว่าชาวเกาหลีเหนือเป็นแรงงานอพยพด้านเศรษฐกิจ (economic migrants) ที่ผิดกฎหมาย และจะบังคับส่งตัวกลับประเทศภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีด้านชายแดนปี 2529 แต่อนุสัญญาปี ค.ศ. 1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานของสหประชาชาติกำหนดให้จีนไม่สามารถส่งกลับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือถูกทำร้าย เนื่องจากขัดต่อหลักการห้ามผลักดันกลับ (principle of non-refoulement)