ไต้หวันจัดสารวัตรทหารประจำการคุ้มกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม

  หนังสือพิมพ์ Taipei Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่าฝ่ายความมั่นคงไต้หวันดำเนินการจัดสารวัตรทหารเข้าประจำการคุ้มกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วไต้หวัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมโดยกลุ่มผู้เห็นอกเห็นใจ ผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) หรือ ไส้ศึก (fifth column) ซึ่งอาจทำตามคำแนะนำของ พคจ. ในการทำลายหรือทำให้โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ โรงไฟฟ้า คลังเก็บน้ำมัน อ่างเก็บน้ำ และอุทยานวิทยาศาสตร์ ใช้งานไม่ได้ โดยคาดว่ามีบุคคลที่ทำงานให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 5,000 คน ในไต้หวัน ทั้งนี้ กรมสารวัตรทหาร (Military Police Command) ได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่จาก 5,000 นายเป็น 11,000 นาย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายกองทัพและตอบโต้ภัยคุกคามจากจีน หลังจากพิจารณาการแทรกซึมของบุคคลที่ทำงานให้ฝ่ายตรงข้ามและขีดความสามารถในการสร้างความเสียหาย

จีนเรียกร้องให้สหภาพยุโรปแก้ไขข้อพิพาททางการค้าด้วยการเจรจา

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 อ้างผลการหารือระหว่างนายหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์จีน กับนาย Carlos Cuerpo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และธุรกิจของสเปน ในการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจีน-สเปน ครั้งที่ 29 ที่กรุงมาดริด สเปน เมื่อ 3 มิ.ย.67 ซึ่งฝ่ายจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาในประเด็นกำลังการผลิตที่ล้นเกิน (overcapacity) และการทำลายกลไกตลาดของจีน พร้อมกับเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (European Union-EU) แก้ไขข้อพิพาททางการค้ากรณี EU ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการอุดหนุนของรัฐบาลจีนต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพูดคุยและการเจรจา โดยจีนเรียกร้องให้ EU ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเสรีและการร่วมมือโดยที่ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน (win-win cooperation) และขอให้สเปนร่วมมีบทบาทเชิงบวกในการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่รัฐมนตรีพาณิชย์จีนเข้าร่วมในห้วงการเยือนยุโรป ซึ่งนายหวัง เหวินเทา ได้แสดงปาฐกถาในลักษณะเดียวกันในการร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ประกอบการสัญชาติจีน ที่โปรตุเกส เมื่อ 5 มิ.ย.67 ด้วยการเรียกร้องให้สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจที่เสรีและเป็นธรรม ร่วมมือกันเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าที่จะใช้มาตรการกีดกันทางการค้า

ลาว กัมพูชา และสิงคโปร์ จัดตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันการค้าไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านโครงข่ายใต้ทะเล

  เว็บไซต์ข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่ากระทรวงพลังงานและบ่อแร่ลาว กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา และกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์  ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างกัน เมื่อ 3 มิ.ย.67 โดยคณะทำงานดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการซื้อ-ขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนในอาเซียน การปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลและขั้นตอนการออกใบอนุญาตสำหรับการผลิต การส่งออก และการนำเข้าไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการลดความซัำซ้อนของการอนุญาตให้มีกระบวนการสำรวจและติดตั้งสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลข้ามพรมแดน การอำนวยความสะดวกในการจัดทำข้อตกลงทางการค้า และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและส่งผ่านเพื่อให้การค้าไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างสามประเทศราบรื่น ทั้งนี้ ลาวย้ำว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในลาวและภูมิภาค ส่วนสิงคโปร์เห็นว่าคณะทำงานจะช่วยแก้ไขปัญหาสายไฟฟ้าใต้ทะเลในอาเซียน และกัมพูชาคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเครือข่ายพลังงานที่เชื่อมโยงกันในอาเซียนอย่างยั่งยืน

กัมพูชาอนุมัติโครงการฟื้นฟูสีหนุวิลล์ 14 โครงการ เมื่อ เม.ย.67

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.67 อ้างข่าวสารนิเทศของคณะทำงานส่งเสริมการลงทุนในสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ กัมพูชา เมื่อ 29 พ.ค.67 ว่า เมื่อห้วง เม.ย.67 กัมพูชาอนุมัติโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนพิเศษในสีหนุวิลล์ จำนวน 14 โครงการ มูลค่า 737 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ริเริ่มเพื่อแก้ปัญหาอาคารร้างในสีหนุวิลล์ ได้แก่ จัดตั้งสวนอุตสาหกรรมการเกษตรแห่งชาติ โรงแรม รีสอร์ท คอนโดมีเนียม กาสิโน และอาคารสำนักงานเอนกประสงค์ ทั้งนี้ตั้งแต่ ก.พ.67 คณะทำงานฯ อนุมัติโครงการฯ ในสีหนุวิลล์ทั้งสิ้น 41 โครงการ สำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนพิเศษในสีหนุวิลล์มีเงื่อนไขดังนี้ 1) โครงการที่มีอยู่เดิม 2) โครงการใหม่ที่เริ่มก่อสร้างภายในปี 2567 และ 3) โครงการต่อขยายจากโครงการเดิม ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า จนถึง ม.ค.67 มีอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จในสีหนุวิลล์ 362 แห่ง มูลค่าประมาณ…

เวียดนามส่งออกผักและผลไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อห้วง ม.ค.-พ.ค.67

  สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 31 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Nguyen Thanh Binh ประธานสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม ว่า ห้วง ม.ค.-พ.ค.67 เวียดนามส่งออกผักและผลไม้มูลค่า 2,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 เนื่องจากผลผลิตในประเทศมีจำนวนมาก และความต้องการของตลาดเดิมและตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูง เช่น ทุเรียน แก้วมังกร สับปะรด แตงโม มะม่วง ลองกอง และ ลิ้นจี่ อย่างไรก็ดี นาย Nguyen Nhu Cuong ผู้อำนวยการกรมผลิตพืช สังกัดกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม (MARD) กล่าวว่า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและค่าเงินด่งเวียดนามอ่อนจะเป็นความท้าทายต่อการส่งออกสินค้าเกษตร MARD จึงพยายามขยายตลาดด้วยการเจรจาเพื่อลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการส่งออกไปยังจีน สหรัฐฯ ยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งขยายตลาดใหม่ไปยังกลุ่มประเทศฮาลาล อาทิ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

มาเลเซียเร่งตรวจสอบกรณีบริษัทเอกชนเซมิคอนดักเตอร์อยู่ในรายชื่อคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ดาโต๊ะ ซรี อามีร์ ฮัมซะฮ์ อาซีซัน รัฐมนตรีคลังคนที่ 2 ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 4 มิ.ย.67 ว่า กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม จะรับผิดชอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก หลังจากสำนักข่าว Al Jazeera รายงานข่าวว่า สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรเมื่อ พ.ค.67 ต่อบริษัทเอกชนผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 300 แห่ง ที่เชื่อได้ว่าสนับสนุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้กองทัพรัสเซีย โดยในจำนวนนี้เป็นบริษัท Jatronics ของมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ดาโต๊ะ ซรี อามีร์ ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าวไม่ใช่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ แต่เป็นบริษัทที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์

รมว.กต.อินโดนีเซีย เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะยังคงสนับสนุนปาเลสไตน์

  นางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย บรรยายสาธารณะในหัวข้อ “Indonesia Diplomacy for Palestine: All Eyes on Rafah” เมื่อ 3 มิ.ย.67 ที่ Gadjah Mada University เมืองยอกยาการ์ตา ว่า อินโดนีเซียยังคงสนับสนุนปาเลสไตน์ให้บรรลุอิสรภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่จะสนับสนุนปาเลสไตน์เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ นางเร็ตโน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าอิสราเอลกำลังใช้ความพยายามเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบกำจัดปาเลสไตน์ โดยการทำให้สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) อ่อนแอลง เพื่อหวังกำจัดสิทธิในการกลับคืนของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งปฏิเสธแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐ ตลอดจนพยายามขัดขวางการเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติของปาเลสไตน์

การส่งออกข้าวไทยมีปัจจัยส่งเสริมที่ดี

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยมีแผนปรับเป้าหมาย การส่งออกข้าวในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 8,000,000 ตัน เนื่องจากภาพรวมการส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากความต้องการข้าวในตลาดโลกที่ยังคงสูงขึ้น อีกทั้งปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นซัพพลายสำคัญ อาทิ บราซิล เม็กซิโก ที่ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ได้รับความสนใจในการใช้เป็นฐานการผลิตทางธุรกิจ

ผลวิจัยเศรษฐกิจของ Nomura บริษัทหลักทรัพย์ญี่ปุ่น และข้อมูลความคิดเห็นของกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจในประเทศ เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจ และนักลงทุนมีความกังวลอย่างมากกรณีจีนและสหรัฐฯ ออกมาตรการกีดกันทางการค้าต่อกัน และยังมีแนวโน้มจะตึงเครียดมากขึ้นอีก ซึ่งทำให้อาจต้องย้ายฐานการผลิตใหม่เพื่อไม่ให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ โดยประเทศที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. มี ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย

กระแสตอบรับกิจกรรม Pride Month สะท้อนสังคมไทยเปิดรับความหลากหลายทางเพศดี

ภาคส่วนต่าง ๆ เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง Pride Month ซึ่งตรงกับเดือน มิ.ย. ของทุกปี โดยในปี 2567 มีแนวโน้มว่ากิจกรรมจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และได้รับความสนใจมาก เพราะสังคมไทยเริ่มให้การยอมรับประเด็นความหลากหลายทางเพศเป็นวงกว้างและมีทัศนคติที่ดีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวมากขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนก็มองว่ากลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศจะเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภายภาคหน้า จึงมีท่าทีสนับสนุนและส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ แนวโน้มการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ทำให้ประชาชนเห็นด้วยที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเทศกาล World Pride 2030