กาตาร์จะให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมืองพำนักในประเทศต่อไปหากเป็นประโยชน์ต่อการเจรจายุติสงครามในกาซา

สำนักข่าว AFP และเว็บไซต์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 23 เม.ย.67 อ้างนาย Majed al-Ansari โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)กาตาร์ แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า กาตาร์จะให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมือง พำนักในประเทศต่อไป หากเป็นประโยชน์และส่งผลเชิงบวกต่อการเจรจายุติสงครามในฉนวนกาซา และไม่มีเหตุผลที่กาตาร์จะยุติการตั้งสำนักงานฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา ซึ่งกาตาร์อนุญาตให้เข้ามาจัดตั้งตั้งแต่ปี 2555 นอกจากนี้กาตาร์จะมุ่งดำเนินบทบาทคนกลางเจรจาข้อตกลงหยุดยิงและช่วยเหลือตัวประกัน ระหว่างอิสราเอลกับกุล่มฮะมาสต่อไป แม้ว่าจะไม่พอใจนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิสราเอล ที่วิจารณ์การทำหน้าที่ดังกล่าวของกาตาร์ในเชิงลบ ทั้งนี้ การแถลงของโฆษก กต.กาตาร์ มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ระบุเมื่อ 17 เม.ย.67 ว่ากาตาร์ต้องพิจารณาทบทวนบทบาทของตนต่อความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกุล่มฮะมาส เพราะมีผู้ฉวยโอกาสใช้การเป็นคนกลางของกาตาร์เพื่อหวังผลทางการเมือง ทำให้มีการคาดการณ์ว่ากาตาร์อาจถอนตัวจากการเป็นคนกลางเจรจายุติสงครามในฉนวนกาซา ประกอบกับปรากฏรายงานอ้างผู้นำกลุ่มฮะมาสฝ่ายการเมือง เริ่มพิจารณาการย้ายสำนักงานฝ่ายการเมืองจากกาตาร์ไปยังประเทศอื่น หลังจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก แสดงท่าทีให้กาตาร์ใช้อิทธิพลกดดันให้กลุ่มฮะมาสยอมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล และปล่อยตัวประกันที่เหลือ

พณ.เมียนมาให้ภาคเอกชนเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้าจากที่ผ่านรัฐคะฉิ่นชายแดนจีนเป็นผ่านชายแดนไทย

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 อ้างประกาศของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เมียนมา เมื่อ 12 เม.ย.67 ให้ภาคเอกชนเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้า จากที่ผ่านด่านชายแดนลเวเจ (Lweje) รัฐคะฉิ่น กับเมืองชางฟง (Zhangfeng) มณฑลยูนนานของจีน ไปใช้เส้นทางขนส่งผ่านชายแดนไทย เช่น ด่านชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตอนใต้ และด่านชายแดนระนอง-เกาะสอง ภาคตะนาวศรี เนื่องจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพคะฉิ่นอิสระ (KIA) รุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้น มี.ค.67 จนกระทั่ง KIA ยึดพื้นที่เมืองลเวเจได้อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อ 4 เม.ย.67 และส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนลเวเจหยุดชะงัก

โฆษก กต.จีนระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องสายลับจีนในอังกฤษและเยอรมนีมีเป้าหมายทำลายบรรยากาศความร่วมมือ

นายหวัง เหวินบิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเมื่อ 23 เม.ย.67 กรณีตำรวจสหราชอาณาจักรและเยอรมนีจับกุมบุคคลต้องสงสัยเป็นสายลับให้แก่หน่วยข่าวกรองจีนเมื่อ 22 และ 23 เม.ย.67 ว่า ทฤษฎีภัยคุกคามจากสายลับจีน (Chinese spy threat theory) ไม่ใช่ประเด็นใหม่ในยุโรป และว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อใส่ร้ายจีนและทำลายบรรยากาศความร่วมมือระหว่างจีนกับยุโรป พร้อมกับยืนยันว่าจีนดำเนินความร่วมมือกับทุกประเทศบนพื้นฐานของการเคารพและไม่แทรกแซงกิจการภายในกันภายใต้กรอบกฎหมาย ทั้งนี้ เมื่อ 22 เม.ย.67 ตำรวจอังกฤษจับกุมชาย 2 คนโดยตั้งข้อหาเป็นสายลับให้จีน โดยผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นนักวิจัยของ สมาชิกสภาพรรคอนุรักษ์นิยม และเมื่อ 23 เม.ย.67 เยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย โดยรายหนึ่งเป็นผู้ช่วยของสมาชิกรัฐสภายุโรปถูกตั้งข้อหาในความผิดฐานจารกรรมจากการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่อาจใช้ในกิจการทางทหารให้แก่หน่วยข่าวกรองจีน

จนท.ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออยู่ระหว่างเยือนอิหร่าน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ และเว็บไซต์ NK News รายงานเมื่อ 24 เม.ย.67 อ้างการรายงานของ สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือว่า นายยุน จ็อง-โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศของเกาหลีเหนือพร้อมคณะเดินทางออกจากเกาหลีเหนือเมื่อ 23 เม.ย.67 เพื่อเยือนอิหร่าน (ไม่ระบุห้วงเยือนที่ชัดเจน) ซึ่งเป็นการเยือนอิหร่านของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 5 ปี ทั้งนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีเหนือต้องการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดกับอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือวิเคราะห์ว่า เกาหลีเหนืออาจขอรับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธจากอิหร่าน เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็งและติดตั้งหัวรบความเร็วเหนือเสียง ขณะที่ประเทศตะวันตกอ้างว่า เกาหลีเหนือและอิหร่านมีความร่วมมือด้านการพัฒนาอาวุธในอดีต แต่ไม่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าวในปัจจุบัน นอกจากทั้งสองประเทศสนับสนุนอาวุธให้รัสเซียทำสงครามในยูเครน

รัสเซียยิงขีปนาวุธร่อนทำลายเสาสัญญานโทรทัศน์ขนาดใหญ่ในเมืองคาร์คีฟ ฝั่งตะวันออกของยูเครน

สำนักข่าว RT และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 ว่า กองทัพรัสเซียใช้ขีปนาวุธร่อน Kh-59 ยิงถล่มเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ขนาดใหญ่ สูง 240 เมตร ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าในเมืองคาร์คีฟ ฝั่งตะวันออกของยูเครน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างหนึ่งในสามของเสาสัญญาณ และส่งผลกระทบต่อการส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลภายในเมือง รัสเซียอ้างว่ากองทัพยูเครนใช้เสาส่งสัญญาณดังกล่าวติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิคต่างๆ รวมถึงอากาศสื่อสารกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่าการโจมตีเสาสัญญาณเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรัสเซียที่จะพลักดันพลเมืองยูเครนให้อพยพออกจากเมืองคาร์คีฟ

UN ยังคงให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการทำงานของ UNRWA

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 อ้างแถลงของนาย Stéphane Dujarric โฆษกเลขาธิการ UN ในวันเดียวกันว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ยังคงให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) ภายหลังที่อิสราเอลอ้างว่าเจ้าหน้าที่ UNRWA มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยตั้งกลุ่มตรวจสอบอิสระ (Independent Review Group) มี นางCatherine Colonna อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบปัญหาความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรมของ UNRWA ซึ่งกลุ่มตรวจสอบอิสระจัดทำรายงานขั้นสุดท้าย (final report) เสนอเลขาธิการ UN แล้ว เมื่อ 20 เม.ย.67 นอกจากนี้…

ฟิลิปปินส์เปิดการฝึกร่วมทางทหารครั้งใหญ่ประจำปีกับสหรัฐฯ

กองทัพฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ เริ่มต้นการฝึกร่วมรหัสบาลิกันตัน (เคียงบ่าเคียงไหล่) ซึ่งเป็นการฝึกร่วมใหญ่ประจำปีเมื่อ 22 เม.ย.67 นับเป็นปีแรกที่ขยายพื้นที่ฝึกออกนอกน่านน้ำฟิลิปปินส์   โดยพื้นที่ฝึกบางส่วนอยู่ในบริเวณใกล้กับทะเลจีนใต้และไต้หวัน  และเป็นครั้งแรกที่หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์เข้าร่วมฝึกด้วย รูปแบบการฝึกที่สำคัญ ได้แก่ ปฏิบัติการจำลองการยึดคืนเกาะที่ถูกยึดครอง  ปฏิบัติการจมเรือ การป้องกันภัยทางอากาศ ภัยทางไซเบอร์ และสงครามข่าวสาร โดยสหรัฐฯ ส่งกำลังพลเข้าร่วม 11,000 นาย ฟิลิปปินส์ 5,000 นาย ฝรั่งเศสซึ่งส่งกองกำลังเข้าร่วมเป็นครั้งแรก จะส่งเรือรบเข้าประจำการการฝึกด้วย ขณะที่ประเทศในยุโรปและเอเชีย 14 ประเทศ รวมทั้งไทย เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์

ชาวฝรั่งเศสชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ กระแสหวาดกลัวอิสลาม และการใช้ความรุนแรงของ จนท.ตร.

สำนักข่าว Reuters และ Anadolu agency รายงานเมื่อ 21 เม.ย.67 ว่า ประชาชนชาวฝรั่งเศสประมาณ 2,000 คน ออกมาชุมนุมประท้วงและเดินขบวนในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ กระแสหวาดกลัวอิสลาม และการใช้ความรุนแรง โดยผู้ชุมนุมต้องการประณามการใช้ความรุนแรงของตำรวจฝรั่งเศสที่เคยทำให้เยาวชนเชื้อสายแอฟริกัน อายุ 17 ปี เสียชีวิต รวมถึงแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ทั้งนี้ แต่เดิมทางตำรวจปารีสมีแผนจะสั่งห้ามการชุมนุมประท้วงและเดินขบวน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และอาจเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้เห็นต่าง แต่ผู้ชุมนุมฟ้องศาลและได้รับอนุญาตให้จัดการชุมนุม ขณะเดียวกัน มีบุคคลสำคัญจากขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองประชานิยมของฝรั่งเศส สมาชิกของพรรค La France Insoumise พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของฝรั่งเศส และผู้อพยพผิวสีเข้าร่วมชุมนุมด้วย

สื่อมวลชนออสเตรเลียกังวลกรณี AI ของ Meta อาจก่ออคติทางการเมือง

หนังสือพิมพ์ The Australian รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 ว่า บริษัท Meta เปิดตัวเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในรูปแบบโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หรือ Generative AI ภายใต้ชื่อ Llama 3 เมื่อ 19 เม.ย.67 (ยังไม่เปิดให้บริการในไทย) โดยบรรณาธิการข่าวของ The Australian พบว่า Llama 3 ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดอันดับนายกรัฐมนตรี(นรม.)ที่ดีที่สุดของออสเตรเลียโน้มเอียงไปยังพรรคเลเบอร์เป็นจำนวน 4 ใน 5 คน เช่น นาย Gough Whitlam อดีต นรม. นายแอนโทนี อัลบาเนซี นรม.ออสเตรเลียคนปัจจุบัน รวมทั้งระบุอดีต นรม.เควิน รัดด์ เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีมนุษยธรรมมากที่สุด ขณะที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับนักการเมืองที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดโน้มเอียงไปยังพรรคลิเบอรัลและพรรคเนชั่นแนล เช่น นายโทนี แอ็บบ็อท และนายสก็อต มอร์ริสัน อดีต นรม.…

กห.เกาหลีใต้ตรวจจับการยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (SRBM) ของเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 22 เม.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ตรวจจับความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในการยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (Short-Range Ballistic Missile-SRBM) จำนวนหลายลูกจากพื้นที่ในกรุงเปียงยางเมื่อเวลา 15.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับไทยเวลา 13.01 น.) ขีปนาวุธเคลื่อนที่เป็นระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรก่อนตกในทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) นอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ของญี่ปุ่น โดย JCS ประณามการยั่วยุทางทหารของเกาหลีเหนือ และอยู่ระหว่างวิเคราะห์รายละเอียดของขีปนาวุธเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้กระทรรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมการส่งดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) ครั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นดาวเทียมดวงที่ 2 ของประเทศ แต่ไม่สามารถระบุห้วงเวลาที่ชัดเจน หลังจากเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรโลกเมื่อ 21 พ.ย.66