หน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตรประเมินว่ารัสเซียจะเพิ่มการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป

  สำนักข่าว nytimes รายงานเมื่อ 26 พ.ค.67 ว่า นางเอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) เตรียมหยิบยกประเด็นการปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซียเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมเนโตใน มิ.ย.67 หลังหน่วยข่าวสหรัฐฯ และพันธมิตร ประเมินว่า หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU) จะเพิ่มปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในยุโรป เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหวาดกลัวในสังคม และกดดันไม่ให้รัฐบาลประเทศในยุโรปส่งอาวุธหรือให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ยูเครน ทั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตร ระบุว่า GRU ใช้การชักชวนประชาชนในพื้นที่ให้ปฏิบัติการ และอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการจากกลุ่มต่อต้านนโยบายสนับสนุนยูเครน เพื่อให้ตรวจสอบได้ยาก พร้อมทั้งอ้างความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางเพลิงสถานที่ในห้วงที่ผ่านมา เช่น คลังสินค้าในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โรงงานสีในเมือง Wroclaw โปแลนด์ อาคารบ้านเรือนประชาชนในลัตเวีย และห้างสรรพสินค้าอิเกียในลิทัวเนีย รวมทั้งความพยายามในการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ สอดคล้องกับผู้นำประเทศในยุโรปและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเนโต ที่แจ้งเตือนการเฝ้าระวังภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติการ shadow war ของรัสเซีย

แนวโน้มเด็กหายมีจำนวนมากขึ้น

มูลนิธิกระจกเงาแจ้งเตือนภัย “เด็กหาย” ซึ่งพบมากขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน และรายงานข้อมูลที่บ่งชี้ว่าจำนวนเด็กหายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี อ้างอิงจากสถิติเมื่อปี 2563 อยู่ที่จำนวน 222 คน และเมื่อปี 2566 เพิ่มเป็น 298 คน ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2567 มีรายงานเด็กหายแล้ว 134 คน ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 11 – 15 ปี หรือช่วงแรกของวัยรุ่นที่ตัดสินใจออกจากบ้าน เพราะปัญหาครอบครัว หรือหลงเชื่อบุคคลภายนอกจนไม่ยอมกลับบ้าน รองลงมาคือ กลุ่มเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาที่พลัดหลงกับครอบครัว

การละเมิดทางเพศต่อเยาวชนทางออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNODC) และผลการศึกษาของมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก พบสถิติการละเมิดทางเพศต่อเยาวชนทางออนไลน์ ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ห้วงปี 2562 – 2565 เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยมีรายงานพบกรณีการละเมิดสูงถึง 2 ล้านครั้ง (เฉพาะปี 2565 มีจำนวน 525,000 ครั้ง) ขณะที่ฟิลิปปินส์มีรายงาน 8 ล้านครั้ง และเวียดนาม 3 ล้านครั้ง โดยรูปแบบการละเมิดทางเพศเยาวชนทางออนไลน์

คนไทยถูกหลอกทางออนไลน์คิดเป็นความเสียหายกว่าสี่หมื่นล้านบาท

คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ สสส. รายงานผลสำรวจภัยคุกคามทางออนไลน์ พบข้อมูลในปี 2566 มีคนไทยกว่า 36 ล้านคน เคยถูกหลอกลวงทางออนไลน์ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 55 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และในจำนวนดังกล่าวตกเป็นผู้เสียหายกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนใหญ่ถูกหลอกจากการซื้อสินค้าออนไลน์และหลอกให้ลงทุน รองลงมาคือ การหลอกรับสมัครงาน ให้ทำงานออนไลน์ หลอกว่ามีพัสดุตกค้าง หลอกเป็นคนรู้จักโดยปลอมหรือแฮกบัญชีหรือลวงว่าคนรู้จักกำลังมีปัญหา หลอกให้กู้หรือใช้แอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย หลอกเรียกเก็บเงินหรืออ้างว่าค้างจ่ายค่าบริการต่าง ๆ หลอกให้รักออนไลน์ เป็นต้น

เกาหลีใต้พบความเคลื่อนไหวในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในการเตรียมส่งดาวเทียมทางทหารขึ้นสู่วงโคจรโลกครั้งใหม่ในพื้นที่ Tongchang-ri จ.พย็องอันเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) ดวงแรกของประเทศเมื่อ พ.ย.66 และตั้งเป้าหมายส่งเพิ่มอีก 3 ดวงภายในปี 2567 โดยเกาหลีใต้พบว่า มีการเข้า-ออกพื้นที่ของบุคคล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ในพื้นที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงอุปกรณ์สำหรับประเมินเส้นทางเคลื่อนที่ของจรวดนำส่งดาวเทียม ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะที่ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ก็เตรียมความพร้อมสกัดกั้นจรวดของเกาหลีเหนือหากรุกล้ำน่านฟ้าของเกาหลีใต้ คาดว่า การส่งดาวเทียมครั้งใหม่ของเกาหลีเหนืออาจสอดรับกับห้วงการจัดประชุมสุดยอดเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่นใน 27 พ.ค.67 เพื่อแสดงนัยทางการเมืองระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าว Kyodo รายงานอ้างถ้อยแถลงนายฮายาชิ โยชิมาสะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นในการแถลงข่าวเมื่อ 24 พ.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นประณามการขนส่งอาวุธจากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซียอย่างรุนแรง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดฉันทามติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นตัดสินใจคว่ำบาตรองค์กรของรัสเซียเพิ่มเติม 9 แห่ง และบริษัทของไซปรัส 2 แห่ง เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงบุคคลและองค์กรที่สนับสนุนรัสเซียในการรุกรานยูเครน ซึ่งเป็นมาตรการตามแนวทางของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) โดยเมื่อ ก.พ.67 ผู้นำกลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการขนส่งขีปนาวุธแบบทิ้งตัว (ballistic missile) จากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือและรัสเซียยุติการกระทำดังกล่าวในทันที

ผู้นำรัสเซียลงนามกฤษฎีกาอนุญาตให้ยึดทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในรัสเซียเพื่อชดเชยความเสียหายจากสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่าด้วยขั้นตอนการชดเชยความเสียหายต่อรัสเซียจากการกระทำที่ไม่เป็นมิตรของสหรัฐฯ ที่ระบุให้รัฐบาลหรือธนาคารกลางของรัสเซียมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลกรณีถูกยึดทรัพย์อย่างไม่เป็นธรรมในสหรัฐฯ หากศาลรับคำร้องจะส่งต่อไปยังคณะกรรมธิการควบคุมทรัพย์สินของต่างชาติ และจัดทำรายการการทรัพย์สินของพลเมืองหรือบริษัทสหรัฐฯ ที่มีอยู่จริงในรัสเซีย เพื่อยึดทรัพย์ชดเชยความเสียหายตามสัดส่วนการถูกยึดทรัพย์ในสหรัฐฯ โดยผู้นำรัสเซียสั่งการให้รัฐบาลเตรียมกรอบกฎหมายสำหรับกลไกดังกล่าวภายใน 4 เดือน และส่งให้รัฐสภาพิจารณา ทั้งนี้ รัสเซียถูกอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศมูลค่า 260,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.65

กห.จีนย้ำว่าการยั่วยุเพื่อแยกไต้หวันเป็นอิสระจะเผชิญกับมาตรการตอบโต้

  นาย Wu Qian โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ตอบประเด็นสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวเมื่อ 24 พ.ค.67 กรณีการซ้อมรบของกองทัพจีนรอบเกาะไต้หวันว่า กองบัญชาการภาคตะวันออกได้จัดกำลังทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพจรวด ในการซ้อมรบร่วมดังกล่าวเพื่อทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และมีวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามแนวความคิดแยกไต้หวันเป็นอิสระจากจีน รวมถึงป้องปรามการแทรกแซงหรือการก้าวก่ายจากภายนอก และว่าการซ้อมรบของจีนเป็นสิ่งจำเป็น เป็นไปอย่างสมเหตุผลและชอบธรรมตามหลักกฎหมายทุกประการ นอกจากนี้ นาย Wu ยังระบุด้วยว่า นับตั้งแต่ผู้นำคนใหม่ของไต้หวันเข้ารับตำแหน่ง ได้แสดงท่าทีท้าทายอย่างจริงจังต่อหลักการจีนเดียวด้วยการกล่าวถึงทฤษฎีสองรัฐ รวมทั้งพยายามแยกไต้หวันเป็นอิสระด้วยการใช้กำลังและพึ่งพากองกำลังจากภายนอก ซึ่งจะผลักดันให้ไต้หวันเข้าสู่สงคราม ขณะที่กองทัพจีนจะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนด้วยปฏิบัติการอย่างเข้มข้น

ฟิลิปปินส์เริ่มสอบสวนกรณีนักการทูตจีนลักลอบบันทึกการสนทนาประเด็นทะเลจีนใต้

  พล.ร.ท. Alberto Carlos อดีต ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคตะวันตก กองทัพฟิลิปปินส์ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกลาโหมของวุฒิสมาชิก เมื่อ 22 พ.ค.67 กรณีสื่อมวลชนฟิลิปปินส์เผยแพร่เนื้อหาที่อ้างว่าเป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง พล.ร.ท. Carlos กับนักการทูตจีนในประเด็นทะเลจีนใต้ โดย พล.ร.ท. Carlos ยอมรับว่า เป็นการสนทนาที่เกิดขึ้นจริงกับพันเอกอาวุโสหลี่ ผู้ช่วยทูตทหารจีน/ฟิลิปปินส์ ในรูปแบบไม่เป็นทางการ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที (จีนอ้างว่ามีความยาว 12 นาที) แต่ไม่ได้หารือหรือตอบรับข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ตามที่จีนกล่าวอ้าง พร้อมประณามการกระทำของจีนที่บันทึกการสนทนาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลและมุ่งร้ายต่อสังคมฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ พล.ร.ท. Carlos ยืนยันด้วยว่าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำข้อตกลงใด ๆ กับประเทศอื่น

สหรัฐฯ จะส่งยุทโธปกรณ์มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครน

  สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 23 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมจัดส่งยุทโธปกรณ์มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครนใน 24 พ.ค.67 นับเป็นการจัดส่งยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครนครั้งที่ 4 ตั้งแต่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับพันธมิตร เมื่อปลาย เม.ย.67 หลังจากประสบความล่าช้า ยุทโธปกรณ์ชุดนี้ประกอบด้วย เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง (HIMARS) เครื่องกระสุน จรวดต่อสู้รถถัง ทุ่นระเบิดดักรถถัง ยานยนต์ทางยุทธวิธี และอาวุธขนาดเล็กพร้อมกระสุน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพจากประเทศต่างๆ ประมาณ 50 คนเมื่อ 20 พ.ค.67 เพื่อสานความร่วมมือในการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้กับยูเครนมากขึ้น โดยจัดประชุมกันทุกเดือน ทั้งนี้พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในการประชุมครั้งล่าสุดว่า ยูเครนกำลังเผชิญความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากรัสเซียโจมตีแคว้นคาร์คิฟซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครน และย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ที่จะจัดส่งยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนต่อเนื่อง