ไต้หวันสืบสวนบริษัทและพลเมืองไต้หวันที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท Prince Group

สนข.Focus Taiwan รายงานเมื่อ 16 ต.ค.68 ว่า สำนักงานอัยการเขตไทเปและสำนักงานสอบสวน สังกัด ยธ.ไต้หวัน (Ministry of Justice Investigation Bureau-MJIB) เริ่มสืบสวนบริษัทและพลเมืองไต้หวันที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท Prince Group ที่ก่อตั้งโดยนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจสัญชาติกัมพูชา (สละสัญชาติจีน) หลังจาก กค. สหรัฐฯ กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Group เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและคว่ำบาตรเป้าหมาย 146 รายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีพลเมืองไต้หวัน 3 คนและบริษัทที่จดทะเบียนในไต้หวัน 9 แห่งรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งกรมสอบสวนคดีอาญาไต้หวันระบุว่าจะประสานขอข้อมูลจากสหรัฐฯ และสืบสวนหากพบชาวไต้หวันฝ่าฝืนกฎหมาย  

UN เผชิญวิกฤติการขาดแคลนงบประมาณส่งผลให้ลดภารกิจสันติภาพทั่วโลก

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations–UN) รายงานเมื่อ 16 ต.ค.68 ว่า UN กำลังเผชิญวิกฤติการขาดแคลนงบประมาณอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจรักษาสันติภาพทั่วโลก และจำเป็นต้องลดการลาดตระเวน ปิดสำนักงานภาคสนาม รวมถึงส่ง จนท.รักษาสันติภาพ จำนวนมากกลับประเทศ เนื่องจากประเทศสมาชิกชำระเงินสมทบไม่ครบถ้วนและล่าช้า ทำให้งบประมาณที่ได้รับต่ำกว่าที่ UNGA อนุมัติไว้ที่ 5,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN ระบุให้ทุกภารกิจสันติภาพพิจารณาลดรายจ่ายลงร้อยละ 15 ของงบประมาณประจำปี ซึ่งจะส่งผลให้ต้องลดกำลัง จนท.ฝ่ายทหารและพลเรือนลงร้อยละ 25 และอาจกระทบต่อการดำเนินงานในพื้นที่สำคัญ เช่น ดีอาร์คองโก ซูดานใต้ แอฟริกากลาง เลบานอน และที่ราบสูงโกลัน  

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาบุคคลและคว่ำบาตรกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชา

สนข.AP รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำหนดให้กลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ในกัมพูชา และดำเนินธุรกิจหลายสิบแห่งใน 30 ประเทศ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และประกาศคว่ำบาตรร่วมกับสหราชอาณาจักร  สหรัฐฯ ยังตั้งข้อหานายเฉิน จื้อ (37 ปี/2568 สัญชาติอังกฤษและกัมพูชา) ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงิน จากการใช้ความรุนแรงบังคับให้แรงงานปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ สร้างมูลค่าความเสียหายทั่วโลกวันละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังใช้อิทธิพลทางการเมืองติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศต่าง ๆ  นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังอายัดและยื่นฟ้องริบทรัพย์นายเฉิน มูลค่าประมาณ 127,271 บิตคอยน์ (15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการริบทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ กรณียูเครนขอรับการสนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk

สนข.Tass รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 อ้างบทสัมภาษณ์ของนายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย ประเด็นความขัดแย้งรัสเซียยูเครน ได้แก่ 1) รัสเซียยังรักษาช่องทางเจรจาและหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และข้อตกลงหลังการประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ เมื่อ 15 ส.ค.68 ที่รัฐอะแลสกา ดังนั้น หากสหรัฐฯ สนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk แก่ยูเครน จะส่งผลให้การเจรจายุติสงครามหยุดชะงักและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน 2) รัสเซียได้รับสัญญาณเชิงบวกจากสหรัฐฯ ประเด็นการขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์หรือ New Start 3) รัสเซียยืนยันจะไม่ร่วมมือกับประเทศอื่นเพื่อต่อต้านจีน และ 4) ข้อกล่าวหาของ EU กรณีโดรนรัสเซียลุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์ไม่เป็นความจริง และรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกล่าวหา EU ว่าพยายามดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับสงคราม

อินเดียตั้งเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและขยายตลาดข้าวทั่วโลก

เว็บไซต์ The Hindu Business line รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 ว่า นาย Pralhad Joshi รมว.กระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหาร และการจัดสรรภาครัฐ ระบุเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและมุ่งขยายตลาดข้าวทั่วโลกภายในปี 2573 โดยจะวางตำแหน่งอินเดียในฐานะผู้นำด้านการส่งออกข้าวของโลกที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศผ่านการมุ่งปฏิรูประบบ Public Distribution System (PDS) ซึ่งอำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกแก่ผู้ยากไร้ เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกข้าว และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกร ส่วนการประชุม Bharat International Rice Conference 2025 ระหว่าง 30-31 ต.ค.68 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เป็นก้าวสำคัญสู่วิสัยทัศน์ Viksit Bharat 2047 หรือ อินเดียที่พัฒนาแล้วในปี 2590 โดยมีเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ

จีนแสดงความไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือ

จีนไม่พอใจอย่างยิ่งและคัดค้านกรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือและมาตรการจำกัดต่อภาคการเดินเรือ โลจิสติกส์ และการต่อเรือของจีน ซึ่งเป็นการกระทำฝ่ายเดียวและละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก และหลักความเท่าเทียมและต่างตอบแทนภายใต้ข้อตกลงการขนส่งทางทะเลระหว่างจีน–สหรัฐฯ อย่างร้ายแรง โดยได้ประกาศเมื่อ 10 ต.ค.68 ว่า จะเรียกเก็บค่าธรรมท่าเรือพิเศษต่อเรือสหรัฐฯ เรือที่ชักธงสหรัฐฯ สร้างในสหรัฐฯ หรือครอบครอง ดำเนินการ หรือลงทุนโดยบริษัทสหรัฐฯ ทั้งยังขึ้นบัญชีบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการสอบสวนของสหรัฐฯ ในรายชื่อมาตรการตอบโต้ และสอบสวนการกระทำของสหรัฐฯ และบางประเทศ รวมถึงบริษัทที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาของภาคการขนส่งทางเรือและการต่อเรือจีนของจีน

มาเลเซียจะอำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงไทย–กัมพูชา

เว็บไซต์ นสพ. New Strait Times รายงานเมื่อ 14 ต.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา หรือที่เรียกว่า ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ( Kuala Lumpur Accord declaration) ใน 26 ต.ค.68  ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

Goldman Sachs คาดว่านโยบายภาษีทำให้ชาวอเมริกันรับภาระต้นทุนภาษี

รายงานของ Goldman Sachs ที่เผยแพร่เมื่อ 12 ต.ค.68  ระบุว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน จะต้องแบกรับภาระต้นทุนทางภาษีถึงร้อยละ 55  ในสิ้นปี 2568 จากการดำเนินนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ขณะที่ธุรกิจในประเทศจะรับภาระ ร้อยละ 22  ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการต่างชาติจะรับภาระ ร้อยละ 18 ซึ่งต่างไปจากสถานการณ์เมื่อปี 2562  เพราะภาระภาษียังไม่ได้ถูกส่งผ่านให้ผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากหลายบริษัทเลือกชะลอการปรับขึ้นราคา  เพื่อรอดูทิศทางของนโยบายว่าคงอยู่ต่อไปหรือไม่  และว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล   ซึ่งเป็นดัชนีบอกระดับเงินเฟ้อ และตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค จะเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 0.44

ประธานาธิบดียูเครนจะพบหารือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 17 ต.ค.68

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะพบหารือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ใน 17 ต.ค.68 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอการสนับสนุนอาวุธแก่ยูเครน โดยเฉพาะระบบต่อต้านการโจมตีทางอากาศ  และ Tomahawk  ซึ่งสามารถโจมตีจุดยุทธศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย โดยยูเครนต้องการใช้ Tomahawk กดดันรัสเซียให้ยอมเจรจายุติสงคราม ก่อนหน้านี้ เมื่อ 11 ต.ค.68 รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานบริเวณภาคตะวันออกของยูเครนรวมกว่า 465 ครั้ง   ขณะที่รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่ควรสนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk แก่ยูเครน เพราะอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ

กลุ่มสแกมเมอร์กลับมาระบาดโดยมุ่งเป้าคนไทยมากขึ้น

  จากรายงานข่าวการช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา พบว่ากลุ่มสแกมเมอร์กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ความน่ากังวลคือกลุ่มดังกล่าวมุ่งเป้ามาที่คนไทยมากขึ้น โดยภายในไม่กี่วันสามารถหลอกลวงคนไทยจากหลายพื้นที่ได้มากถึง 15 คน (ไม่รวมกรณีอื่น) รูปแบบการล่อลวงมีลักษณะเจาะจงกลุ่มผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป เช่น ชวนให้ไปทำงานเทรดคริปโตหรือเว็บพนันออนไลน์ที่ดูเหมือนถูกกฎหมาย เมื่อคนที่ถูกหลอกทราบความจริงและขอกลับบ้าน จะถูกบังคับให้หาคนไทยมาเพิ่ม โดยมีการตั้งค่าหัวสำหรับคนไทยที่ถูกหลอกมาใหม่ในอัตราหัวละ 10,000 บาท ซึ่งการมุ่งเป้ามาที่คนไทยนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้คนไทยหลอกคนไทยด้วยกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook Instagram Tiktok และ Line ทำให้ประชาชนไทยเสี่ยงถูกหลอกและตกเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย หากไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างครอบคลุม