กต.มาเลเซียออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิสราเอลในเมืองราฟาห์

กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ก.พ.67 ประณามกองทัพอิสราเอลที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเมืองราฟาห์ ในฉนวนกาซา ว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ ผิดกฎหมาย และไร้มนุษยธรรม อีกทั้งชัดเจนว่าเป้าหมายของอิสราเอลคือการทำลายล้างชาวปาเลสไตน์ให้สิ้นซาก โดยไม่คำนึงถึงหลักพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ  เมื่อ 26 ม.ค.67 ที่ให้ความคุ้มครองชาวปาเลสไตน์ชั่วคราว โดยมาเลเซียเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างวิกฤตด้านมนุษยธรรม และเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค นอกจากนี้มาเลเซียยังเรียกร้องให้เลขาธิการสหประชาชาติ  และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ  เร่งยับยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้โดยเร็ว โดยมาเลเซียยังคงยืนหยัดสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในการกำหนดใจตนเอง (Right to Self-Determination) การสถาปนารัฐปาเลสไตน์ที่มีกรุงเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวง และการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติโดยสมบูรณ์ ทั้งนี้ อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อเมืองราฟาห์เมื่อช่วงเช้า 12 ก.พ.67 เป็นเหตุให้มีพลเรือน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิตกว่า 100 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก ปัจจุบันมีชาวปาเลสไตน์ประมาณ 1.4 ล้านคน อาศัยอยู่ในเมืองราฟาห์ เนื่องจากกองทัพอิสราเอลบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ย้ายถิ่นฐานจากทางตอนเหนือลงมายังตอนใต้ของฉนวนกาซา

รอง นรม./รมว.กต. พบหารือ รมว.กต. และ รมว.พณ.สหรัฐฯ ในห้วงการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) และกระทรวงพาณิชย์ (พณ.)สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 12 ก.พ.67 ว่า ในวันเดียวกัน นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทย ได้พบหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนางจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ บนพื้นฐานค่านิยมและผลประโยชน์ร่วม เพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ทั้งนี้ไทยมุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล เฉพาะอย่างยิ่งผ่านกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework-IPEF) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมพลังงานสะอาดและมาตรฐานทางการค้าที่เป็นธรรม ตลอดจนเชิญชวนภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในเมียนมาและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การให้ความช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยในกาซา และขอสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระปี 2568 – 2570

ธุรกิจไทย 5 ประเภท เผชิญความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยศูนย์ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานและการจ้างงานไทย โดยคาดการณ์ว่าโครงสร้างสังคมไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 ประเภท ได้แก่ กลุ่มการเกษตร กลุ่มค้าปลีกและค้าส่ง กลุ่มการผลิต กลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร กลุ่มก่อสร้าง ตามลำดับ

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดที่นำมาสู่ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่รายงานสถานการณ์แรงงานไทยที่มีแนวโน้มขาดแคลน จากการประเมินว่าไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัย “ขั้นสุดยอด” ภายในปี ๒๕๗๒ ปัญหาคือ จะส่งผลให้แรงงานไทยลดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานที่รุนแรง ขณะที่การพยายามเพิ่มจำนวนประชากรของไทยก็ยังมีปัญหาจากการที่ประชากรยังมีค่านิยมเรื่องการคุมกำเนิด และความต้องการที่จะไม่มีลูกเพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยด้านปัญหาเศรษฐกิจ

ชาวกรีกชุมนุมประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน

เว็บไซต์ VOA และ AP รายงานเมื่อ 12 ก.พ.67 ว่า ชาวกรีกประมาณ 1,500 คน จัดชุมนุมประท้วงที่กรุงเอเธนส์ กรีซ เมื่อ 11 ก.พ.67 เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมยื่นพิจารณาเข้ารัฐสภาในสัปดาห์นี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยม แต่จะต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านกลางและพรรคฝ่ายค้านซ้ายด้วยจึงจะได้รับการอนุมัติ ปัจจุบัน กรีซให้การรับรองสัญญาการอยู่ร่วมกันสําหรับคู่รักเพศเดียวกัน และอนุญาตให้เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศได้โดยไม่ต้องมีการประเมินทางจิตเวชและการผ่าตัดแปลงเพศ อย่างไรก็ตาม การที่กรีซเป็นประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์เป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้ผู้ชุมนุมมองว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวขัดต่อจริยธรรมประเพณี สวนทางกับความเชื่อทางศาสนา และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ หากได้รับการอนุมัติ กรีซจะกลายเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ประเทศแรกที่รับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

หลายประเทศในยุโรปยังคงมีการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์

สำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี รายงานเมื่อ 11 ก.พ.67 ว่า ประชาชนในหลายประเทศทั่วยุโรปยังคงออกมาชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์และประท้วงการกระทำของอิสราเอลและพันธมิตร โดยเมื่อ 10 ก.พ.67 ประชาชนออกไปรวมตัวประท้วงที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ผู้ชุมนุมถือธงปาเลสไตน์และป้ายข้อความ “หยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” “เสรีภาพในฉนวนกาซา” และ “อิสราเอลเป็นผู้ก่อการร้าย”เช่นเดียวกับที่กรุงโรม อิตาลี ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนไปรวมตัวกันที่ Fori Imperiali Avenue เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ ขณะที่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผู้ชุมนุมได้เดินขบวนประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนจะไปยุติที่ด้านหน้าสํานักงานสหประชาชาติ เช่นเดียวกับที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส และกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ที่มีการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้หยุดยิงทันทีและยุติการเหยียดเชื้อชาติและความหวาดกลัวชาวต่างชาติ

กัมพูชาส่งออกข้าวเมื่อ ม.ค. 67 เพิ่มขึ้นร้อยละ 26

สำนักข่าวThmey Thmey ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 11 ก.พ.67 อ้างรายงานของสมาพันธ์ข้าวกัมพูชา (Cambodia Rice Federation-CRF) ว่า เมื่อห้วง ม.ค.67 กัมพูชาส่งออกข้าว 46,221 ตัน มูลค่า 32.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยัง 42 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 โดยส่งออกไปยังประเทศในยุโรปมากที่สุด 25,005 ตัน มูลค่า 8.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 54 ของการส่งออกข้าวของกัมพูชา รองลงมาได้แก่ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11,999 ตัน (มูลค่า 8.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จีน 5,171 ตัน (มูลค่า 2.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และประเทศอื่น ๆ อาทิ แอฟริกา ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ออสเตรเลีย…

ศาลสูงมาเลเซียตัดสินให้กฎหมายชารีอะฮ์ในรัฐกลันตัน 16 มาตรา เป็นโมฆะ

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานเมื่อ 10 ก.พ.67 ว่า คณะผู้พิพากษาศาลสูงมาเลเซีย มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ตัดสินให้กฎหมายชารีอะฮ์ที่บังคับใช้ในรัฐกลันตัน 16 มาตรา อาทิ การประพฤติผิดเพศเดียวกัน การประพฤติผิดในหมู่เครือญาติ การพนัน การล่วงละเมิดทางเพศ การลบหลู่ศาสนสถาน ให้ถือเป็นโมฆะ เพราะทับซ้อนกับเขตอำนาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ครอบคลุมประเด็นดังกล่าวอยู่แล้ว ด้านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ยืนยันว่า คำตัดสินของศาลไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการพิจารณาขอบเขตการใช้อำนาจของรัฐบาลรัฐกลันตันในการบัญญัติกฎหมาย ทั้งยังเรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยเฉพาะพรรคปาสซึ่งมีอิทธิพลในรัฐกลันตัน อย่าใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นเครื่องมือลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หรือชี้นำให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลต่อต้านกฎหมายชารีอะฮ์ ทั้งนี้นายฮัมซา ไซนูดิน เลขาธิการกลุ่มพันธมิตรแห่งชาติ (Perikatan Nasional-PN/กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน) โจมตีคำตัดสินของศาลว่าทำร้ายความรู้สึกของชาวมาเลย์มุสลิม และเป็นความท้าทายต่อทุกรัฐในการออกกฎหมายชารีอะฮ์เพื่อปกป้องศาสนาอิสลาม

กลุ่มติดอาวุธชีอะฮ์ Kataib Hezbollah ในอิรักและแนวร่วมจะตอบโต้สหรัฐฯ ที่โจมตีสังหารแกนนำกลุ่มเมื่อ 7 ก.พ.67

เว็บไซต์  The Washington Post รายงานเมื่อ 7 ก.พ.67 อ้างกลุ่ม Kataib Hezbollah (KH) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธพลเรือนชีอะฮ์ในอิรักที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน เผยแพร่แถลงการณ์ไว้อาลัยนาย Wissam Muhammad Sabir Al-Saadi หรือ Abu Baqir Al-Saadi สมาชิกระดับแกนนำและผู้บัญชาการกองกำลัง KH ประจำซีเรีย ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่ชานกรุงแบกแดด อิรัก เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน โดยกลุ่มฯ ยืนยันจะตอบโต้สหรัฐฯ และย้ำให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงในอิรัก ขณะที่กลุ่ม Harakat Hezbollah al-Nujaba (HHN) ในอิรัก และกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) ของปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ และยืนยันจะร่วมตอบโต้สหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิรักมีจุดยืนที่มั่นคงและเข้มงวดต่อสหรัฐฯ ด้าน พล.ต. Tahseen Al Khafaji โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการร่วมในอิรัก ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ…

เกาหลีใต้เสียใจที่ ออท.รัสเซีย/กรุงโซลให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวโทษเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ในประเด็นเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 8 ก.พ.67 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)เกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เสียใจอย่างยิ่งต่อบทสัมภาษณ์ของนาย Alexander Matsegora เอกอัครราชทูตรัสเซีย/กรุงโซล ที่เผยแพร่โดย สำนักข่าว TASS ของรัสเซียเมื่อ 7 ก.พ.67 โดยบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมีเนื้อหากล่าวโทษความเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ทำให้เกาหลีเหนือจำเป็นต้องตอบโต้และพัฒนานิวเคลียร์ อีกทั้งนาย Matsegora ยังเห็นด้วยหากเกาหลีเหนือจะรื้อฟื้นการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อพิจารณาว่า สหรัฐฯ ดำเนินกิจกรรมยั่วยุบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โฆษก กต.เกาหลีใต้ย้ำว่า ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงตามมาตรการปกป้องพลเรือน และจะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นมากขึ้น หากรัสเซียกับเกาหลีเหนือยังคงดำเนินการที่เป็นภัยคุกคามทางทหาร