ผู้แทนพิเศษจีนแสดงจุดยืนต่อประเด็นปาเลสไตน์-อิสราเอลในการประชุมสันติภาพที่อียิปต์

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 22 ต.ค.66 ว่า นายไจ้ จุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของจีน กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสุดยอดไคโรเพื่อสันติภาพ (Cairo Summit for Peace) ที่อียิปต์ เมื่อ 21 ต.ค.66 ระบุจีนติดตามพัฒนาการความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์-อิสราเอลอย่างใกล้ชิด และกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากและเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรม โดยจีนประณามการกระทำทั้งหมดที่เป็นอันตรายต่อพลเรือน ต่อต้านการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารทันที นอกจากนี้ นายไจ้ จุนยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศมีความเป็นกลางและยุติธรรมในประเด็นปาเลสไตน์และใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งเสนอให้สหประชาชาติจัดการประชุมสันติภาพระหว่างประเทศ เพื่อรวบรวมความเห็นที่สอดคล้องกันในการส่งเสริมสันติภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมและยั่งยืน ขณะที่จีนจะทำงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อพยายามยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ให้ได้สิทธิชอบธรรมกลับคืน ดำเนินการตามแนวทางแก้ปัญหาสองรัฐ (two-state solution) และบรรลุสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวอิสราเอลให้ชะลอการปฏิบัติการภาคพื้นดิน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 22 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวและกดดันอิสราเอลให้ชะลอการปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซา เพื่อผลักดันกระบวนการเจรจากับกลุ่มฮะมาสในการปล่อยตัวประกัน และการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยอ้างท่าทีประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระหว่างการเยือนอิสราเอลเมื่อ 18 ต.ค.66 ที่โน้มน้าวให้อิสราเอลทบทวนแผนการปฏิบัติการภาคพื้นดินที่จะทำให้ความขัดแย้งขยายตัว รวมถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีไบเดนระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อ 21 ต.ค.66 ว่า จะหารือกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเกี่ยวกับการปฏิบัติการในฉนวนกาซา อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลปฏิเสธกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งย้ำถึงการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบอย่างใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล

สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์สนับสนุนอิสราเอลร่วมกับพันธมิตร

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกับแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร เมื่อ 22 ต.ค.66 ย้ำการสนับสนุนอิสราเอล และสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเองจากการก่อการร้าย โดยยินดีกับกรณีการปล่อยตัวประกัน 2 ราย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการปกป้องประชาชน และปล่อยตัวประกันทุกรายโดยทันที นอกจากนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตร จะยังสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาร่วมกับหุ้นส่วนในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการประสานงานทางการทูต เพื่อป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายตัวจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและสันติสุขของภูมิภาค

สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการในฉนวนกาซา หลังสิ้นสุดการสู้รบกับกลุ่มฮะมาส

สำนักข่าวบลูมเบอร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 21 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการในฉนวนกาซา หลังสิ้นสุดการสู้รบกับกลุ่มฮะมาส โดยคาดหวังจะได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติและประเทศอาหรับ อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวอยู่ในช่วงเริ่มต้น และจะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์สู้รบ เฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอล ขณะที่นาย William Usher อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency – CIA) ที่รับผิดชอบภารกิจภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเมินว่า การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการดังกล่าวจะเผชิญความท้าทายในการยอมรับจากประเทศอาหรับ และความไว้วางใจจากอิสราเอล

กต.ปาเลสไตน์ เรียกร้องให้ประชาคมโลกจริงจังต่อการกดดันอิสราเอลให้ยุติการรุกรานปาเลสไตน์

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 22 ต.ค.66 ว่ากระทรวงการต่างประเทศของ Palestinian Authority (PA) ซึ่งเป็นองค์การบริหารดินแดนยึดครองในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ ภายใต้การนำของนายมะห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ (นานาชาติให้การรับรอง) ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ เรียกร้องให้ประชาคมโลกจริงจังต่อการกดดันอิสราเอลให้ยุติการรุกรานปาเลสไตน์ และช่วยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถูกส่งเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ PA เห็นว่าการที่อิสราเอลส่งเครื่องบินรบยิงขีปนาวุธโจมตีมัสยิด Al-Ansar ใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน ในเมือง Jenin เขตเวสต์แบงก์ เมื่อห้วงเช้าวันเดียวกันนี้ เป็นการยกระดับการโจมตีทางอากาศที่เป็นอันตราย และเป็นความพยายามที่จะจำลองการโจมตีทางอากาศต่อฉนวนกาซา ทั้งนี้ด้านอิสราเอลอ้างว่า มัสยิด Al-Ansar ในเมือง Jenin เขตเวสต์แบงก์ มีห้องใต้ดินที่กลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) ในเขตเวสต์แบงก์ ใช้ประชุมวางแผนก่อเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 รวมถึงเก็บซ่อนอาวุธ โดยการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 3 คน

อิสราเอลตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อติดตามและสังหารสมาชิกแกนนำและ ผบ.กลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานอ้างสำนักข่าว Ynet ของอิสราเอล เมื่อ 22 ต.ค.66 ว่า หน่วยข่าวกรองอิสราเอล Mossad และ Shin Bet จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Nili เพื่อติดตามและสังหารสมาชิกแกนนำ สมาชิกปฏิบัติการ และ ผู้บังคับบัญชากองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในปาเลสไตน์ (Nukbha fighters) ที่เป็นผู้นำการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยเฉพาะ นาย Muhammad Deif ผู้นำกองกำลังติดอาวุธ และนาย Yahya Sinwar ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาส ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาของอิสราเอล ตั้งแต่ 8 ต.ค.66 สังหารสมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มฮะมาสได้แล้วมากกว่า 10 คน

สหรัฐฯ แจ้งเตือนพลเมืองกรณีด่าน Rafah อาจเปิดให้ข้ามแดนใน 21 ต.ค.66

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงเทลอาวีฟ ประกาศว่า จุดข้ามแดนฉนวนกาซา-ด่าน Rafah อียิปต์ อาจเปิดให้ข้ามแดนใน 21 ต.ค.66 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาอิสราเอล และไม่ระบุระยะเวลาในการเปิดให้ชาวต่างชาติข้ามแดน) พร้อมทั้งเตือนพลเมืองสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังเหตุวุ่นวาย เนื่องจากสหรัฐฯ ประเมินว่า จะมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการข้ามแดน

ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ชุมนุมในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยไม่มีเหตุปะทะรุนแรง

สำนักข่าว Foxnews รายงานการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในหลายเมืองของสหรัฐฯ เมื่อ 21 ต.ค.66 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่มีเหตุปะทะรุนแรง อาทิ ถือธงปาเลสไตน์ ปราศรัยเรียกร้องอิสราเอลให้ยุติการโจมตีในฉนวนกาซา และโจมตีนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลว่าเป็นอาชญากรสงคราม พื้นที่ชุมนุมต่อต้านอิสราเอลในสหรัฐฯ ที่สำคัญได้แก่ บริเวณ Pershing Square เมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน และการชุมนุมกดดันให้วุฒิสภาสนับสนุนการหยุดยิงในฉนวนกาซา บริเวณหน้าอาคารสำนักงานของนางแนนซี เพโลซี ในเมืองซานฟรานซิสโก และสำนักงานของนาง Kirsten Gillibrand ในนครนิวยอร์ก ขณะเดียวกัน ผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ยังรวมตัวบริเวณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในประเทศมุสลิมหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอิรัก เพื่อต่อต้านกรณีสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอล

สหรัฐฯ เตรียมเพิ่มปริมาณคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ 6 ล้านบาร์เรลภายใน ม.ค.67

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 20 ต.ค.66 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงพลังงาน สหรัฐฯ เมื่อ 19 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ เตรียมจัดซื้อน้ำมันดิบปริมาณ 6 ล้านบาร์เรล เพื่อเพิ่มเติมคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) ในห้วง ธ.ค.66 – ม.ค.67 เพื่อสำรองน้ำมันในภาวะฉุกเฉิน โดยจะจัดซื้อน้ำมันดิบในระดับราคา 79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งสูงกว่าระดับราคาซื้อเดิมที่เคยกำหนดไว้ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังต่ำกว่าระดับราคาซื้อขายล่วงหน้าที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแผนจะเพิ่มการสำรองน้ำมันอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ค.67 ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจหยุดชะงักจากการลุกลามของความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาส ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

หลายประเทศเตือนประชาชนของตนให้ออกจากเลบานอน

สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และออสเตรเลียเตือนเมื่อ 19 ต.ค.66 ให้ประชาชนของตนออกจากเลบานอน เนื่องจากอาจเกิดความไม่ปลอดภัยจากการที่อิสราเอล และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ทางตอนใต้ของเลบานอนจะตอบโต้กันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็มีบางประเทศเตือนอาทิ สเปน ฝรั่งเศส และแคนาดา เป็นต้น นอกจากนี้ คำประกาศการเตือนภัยไปยังเลบานอนต่อชาวอเมริกันของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 17 ต.ค.66 ยังอยู่ในระดับสูงสุด