สหรัฐฯ เตรียมฝึกนักบินยูเครนขับเครื่องบินขับไล่ F-16

  กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า กองกำลังป้องกันทางอากาศของสหรัฐฯ (U.S. Air National Guard) เตรียมจัดฝึกขับเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้กับนักบินยูเครน รวมถึงฝึกอบรบเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงเครื่องบินขับไล่ ที่ Morris Air National Guard Base เมือง Tucson รัฐแอริโซนา โดยจะเริ่มฝึกใน ต.ค.66 ใช้เวลาประมาณ 5 เดือน คู่ขนานการจัดฝึกขับเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้กับนักบินยูเครนของเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก อย่างไรก็ดี พลจัตวา แพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า การฝึกดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมปฏิบัติการรุกตอบโต้รัสเซียในปัจจุบัน แต่เพื่อยกระดับขีดความสามารถการป้องกันประเทศของยูเครนในระยะยาว

กลุ่ม BRICS ประกาศขยายสมาชิกใหม่อีก 6 ประเทศ

  ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซาของแอฟริกาใต้ ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ครั้งที่ 15 (BRICS Summit XV) แถลงผ่านบัญชี X (ชื่อเดิม ทวิตเตอร์) เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่าที่ประชุมมีมติรับรองหลักคิด มาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติสำหรับการขยายประเทศสมาชิก โดยในระยะที่ 1 กลุ่ม BRICS จะรับรองการเป็นสมาชิกภาพของ 6 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจะมีผลใน 1 ม.ค.67

นายกรัฐมนตรีเวียดนามเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระหว่าง 27-29 ส.ค.66

  สำนักข่าว VNexpress International และ สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 25 ส.ค.66 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เชิญนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่าง 27-29 ส.ค.66 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และ 10 ปี การเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ โดยนาย Mai Phuoc Dung เอกอัครราชทูตเวียดนาม ณ สิงคโปร์ คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามความร่วมมือระหว่าง 8-10 ฉบับ ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และอาจรวมถึงการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ทั้งนี้ เวียดนามเป็นคู่ค้าลำดับที่ 12 ของสิงคโปร์ และสิงคโปร์เป็นคู่ค้าลำดับที่ 15 ของเวียดนาม การค้าทวิภาคีเมื่อปี 2565…

นายกรัฐมนตรีลาวส่งสารแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่

  สำนักข่าว Fresh News รายงานเมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เนื่องในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ โดยระบุว่า ลาวพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ผลประโยชน์ระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างลาว-กัมพูชาในระยะยาว

สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับจีน

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน (U.S.-China Science and Technology Agreement-STA) ซึ่งกำหนดสิ้นสุดใน 27 ส.ค.66 อีก 6 เดือน เพื่อให้ข้อตกลง STA มีผลบังคับใช้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุการเจรจาเพื่อปรับปรุงข้อตกลง STA กับจีน ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ห่วงกังวลว่า จีนแสวงประโยชน์จากข้อตกลง STA เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจัดทำข้อตกลง STA เมื่อปี 2522เพื่อเป็นส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิชาการ โดยมีการต่ออายุข้อตกลงทุก 5 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561

นรม.เวียดนามเชิญนายฮุน มาเนต นรม.กัมพูชาคนใหม่ เยือนเวียดนาม

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ชุดที่ 7 และเชิญให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางเยือนเวียดนามในห้วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากัมพูชาและเวียดนามที่มีพื้นฐานความสัมพันธ์เชิงบวก โดยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรดั้งเดิม มีความร่วมมืออย่างรอบด้านอย่างมีเสถียรภาพ จะร่วมกันเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่งคั่ง และการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

UNSC ประณามการสังหารพลเรือนของรัฐบาลทหารเมียนมา

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) 13 ประเทศจาก 15 ประเทศ (ยกเว้นจีนและรัสเซีย) เห็นชอบในแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 23 ส.ค.66 ประณามรัฐบาลทหารเมียนมาที่ยังคงสังหารพลเรือนอย่างต่อเนื่อง และไม่ปฏิบัติตามมติ UNSC เมื่อ ธ.ค.65 ที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองรวมถึงอองซานซูจี นอกจากนี้ UNSC ยังเรียกร้องให้อาเซียนเร่งผลักดันให้เมียนมาดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ (5 Point Consensus-5PC) ให้สำเร็จ ทั้งนี้ในแถลงการณ์ยังระบุว่า ประชาชนในเมียนมาราว 18 ล้านคนต้องได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในจำนวนนี้กว่า 15 ล้านคนประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นถึงราว 2 ล้านคน

ญี่ปุ่นส่งกำลังพลฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า JGSDF จะส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสที่ดินแดนนิวแคลิโดเนียของฝรั่งเศสประจำปี 2566 ภายใต้รหัส Brunet-Takamori23 ระหว่าง 10-29 ก.ย.66 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมระดับทวิภาคีเป็นครั้งแรกระหว่าง JGSDF กับกองทัพบกฝรั่งเศส เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และยกระดับขีดความสามารถทางยุทธวิธี เช่น การจัดกำลังทำการรบขนาดเล็กกว่ากองร้อย การปฏิบัติการพิเศษ และการยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยมีกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น กรมทหารราบที่ 5 กองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ JGSDF และกองพันทหารราบนาวิกโยธินนิวแคลิโดเนีย กองทัพฝรั่งเศสในนิวแคลิโดเนีย (French Armed Forces in New Caledonia-FANC)

ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายพัก จิน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธในภารกิจนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 24 ส.ค.66 ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่า ทั้งสามประเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือให้สำเร็จตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) รวมถึงยกระดับการดำเนินมาตรการป้องปรามในภูมิภาคผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับไตรภาคีระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ การตอบโต้ภายใต้กรอบ UNSC และความร่วมมือกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกัน

กองทัพเรืออินเดียฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเล Malabar ครั้งที่ 27 กับสมาชิก QUAD

สำนักข่าว India Today รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า กองทัพเรืออินเดียกับกองทัพเรือประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) ฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเลภายใต้รหัส Malabar ครั้งที่ 27 โดยออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพจัดฝึกบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย มีกำหนดฝึก 10 วัน แบ่งเป็น 2 ห้วงฝึก คือ 1) การฝึกซ้อมบนชายฝั่ง ห้วง 11-15 ส.ค.66 และ 2) การฝึกซ้อมทางทะเล ห้วง 16-21 ส.ค.66 วัตถุประสงค์ของการฝึกดังกล่าวเพื่อเน้นย้ำศักยภาพของกองทัพเรือทั้ง 4 ประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม และแสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งเสถียรภาพของภูมิภาคภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี การฝึกครั้งนี้กองทัพเรืออินเดียนำเรือพิฆาต INS Kolkata เรือฟริเกต INS Sahyadri และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P8I ซึ่งผลิตขึ้นเองภายในประเทศเข้าร่วมฝึกด้วย