อินเดียตั้งเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและขยายตลาดข้าวทั่วโลก

เว็บไซต์ The Hindu Business line รายงานเมื่อ 15 ต.ค.68 ว่า นาย Pralhad Joshi รมว.กระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหาร และการจัดสรรภาครัฐ ระบุเป้าหมายเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรและมุ่งขยายตลาดข้าวทั่วโลกภายในปี 2573 โดยจะวางตำแหน่งอินเดียในฐานะผู้นำด้านการส่งออกข้าวของโลกที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศผ่านการมุ่งปฏิรูประบบ Public Distribution System (PDS) ซึ่งอำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกแก่ผู้ยากไร้ เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกข้าว และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกร ส่วนการประชุม Bharat International Rice Conference 2025 ระหว่าง 30-31 ต.ค.68 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เป็นก้าวสำคัญสู่วิสัยทัศน์ Viksit Bharat 2047 หรือ อินเดียที่พัฒนาแล้วในปี 2590 โดยมีเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ

จีนแสดงความไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือ

จีนไม่พอใจอย่างยิ่งและคัดค้านกรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือและมาตรการจำกัดต่อภาคการเดินเรือ โลจิสติกส์ และการต่อเรือของจีน ซึ่งเป็นการกระทำฝ่ายเดียวและละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก และหลักความเท่าเทียมและต่างตอบแทนภายใต้ข้อตกลงการขนส่งทางทะเลระหว่างจีน–สหรัฐฯ อย่างร้ายแรง โดยได้ประกาศเมื่อ 10 ต.ค.68 ว่า จะเรียกเก็บค่าธรรมท่าเรือพิเศษต่อเรือสหรัฐฯ เรือที่ชักธงสหรัฐฯ สร้างในสหรัฐฯ หรือครอบครอง ดำเนินการ หรือลงทุนโดยบริษัทสหรัฐฯ ทั้งยังขึ้นบัญชีบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการสอบสวนของสหรัฐฯ ในรายชื่อมาตรการตอบโต้ และสอบสวนการกระทำของสหรัฐฯ และบางประเทศ รวมถึงบริษัทที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาของภาคการขนส่งทางเรือและการต่อเรือจีนของจีน

มาเลเซียจะอำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงไทย–กัมพูชา

เว็บไซต์ นสพ. New Strait Times รายงานเมื่อ 14 ต.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในพิธีลงนามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา หรือที่เรียกว่า ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ( Kuala Lumpur Accord declaration) ใน 26 ต.ค.68  ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

Goldman Sachs คาดว่านโยบายภาษีทำให้ชาวอเมริกันรับภาระต้นทุนภาษี

รายงานของ Goldman Sachs ที่เผยแพร่เมื่อ 12 ต.ค.68  ระบุว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน จะต้องแบกรับภาระต้นทุนทางภาษีถึงร้อยละ 55  ในสิ้นปี 2568 จากการดำเนินนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ขณะที่ธุรกิจในประเทศจะรับภาระ ร้อยละ 22  ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการต่างชาติจะรับภาระ ร้อยละ 18 ซึ่งต่างไปจากสถานการณ์เมื่อปี 2562  เพราะภาระภาษียังไม่ได้ถูกส่งผ่านให้ผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากหลายบริษัทเลือกชะลอการปรับขึ้นราคา  เพื่อรอดูทิศทางของนโยบายว่าคงอยู่ต่อไปหรือไม่  และว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล   ซึ่งเป็นดัชนีบอกระดับเงินเฟ้อ และตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค จะเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 0.44

ประธานาธิบดียูเครนจะพบหารือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 17 ต.ค.68

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะพบหารือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ใน 17 ต.ค.68 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขอการสนับสนุนอาวุธแก่ยูเครน โดยเฉพาะระบบต่อต้านการโจมตีทางอากาศ  และ Tomahawk  ซึ่งสามารถโจมตีจุดยุทธศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย โดยยูเครนต้องการใช้ Tomahawk กดดันรัสเซียให้ยอมเจรจายุติสงคราม ก่อนหน้านี้ เมื่อ 11 ต.ค.68 รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานบริเวณภาคตะวันออกของยูเครนรวมกว่า 465 ครั้ง   ขณะที่รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่ควรสนับสนุนขีปนาวุธ Tomahawk แก่ยูเครน เพราะอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ

กลุ่มสแกมเมอร์กลับมาระบาดโดยมุ่งเป้าคนไทยมากขึ้น

  จากรายงานข่าวการช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา พบว่ากลุ่มสแกมเมอร์กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ความน่ากังวลคือกลุ่มดังกล่าวมุ่งเป้ามาที่คนไทยมากขึ้น โดยภายในไม่กี่วันสามารถหลอกลวงคนไทยจากหลายพื้นที่ได้มากถึง 15 คน (ไม่รวมกรณีอื่น) รูปแบบการล่อลวงมีลักษณะเจาะจงกลุ่มผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป เช่น ชวนให้ไปทำงานเทรดคริปโตหรือเว็บพนันออนไลน์ที่ดูเหมือนถูกกฎหมาย เมื่อคนที่ถูกหลอกทราบความจริงและขอกลับบ้าน จะถูกบังคับให้หาคนไทยมาเพิ่ม โดยมีการตั้งค่าหัวสำหรับคนไทยที่ถูกหลอกมาใหม่ในอัตราหัวละ 10,000 บาท ซึ่งการมุ่งเป้ามาที่คนไทยนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้คนไทยหลอกคนไทยด้วยกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook Instagram Tiktok และ Line ทำให้ประชาชนไทยเสี่ยงถูกหลอกและตกเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย หากไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขอย่างครอบคลุม

อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน

มันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก ซึ่งมันสำปะหลังไทยแข่งขันได้ยากเพราะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ประกอบกับนักลงทุนจากจีนและเวียดนามมีแนวโน้มขยายฐานการผลิตโรงงานแป้งมันไปยังลาว ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกแป้งมันไทยชะลอตัว และมีแนวโน้มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดหลักอย่างจีนให้กับประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยในประเทศที่ฉุดรั้งอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย เช่น ปัญหาโรคใบด่างระบาดที่เพิ่มมากขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรบางส่วนเริ่มหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน และคาดว่าผลผลิตรวมของมันสำปะหลังไทยจะหดตัวลงเกือบร้อยละ 9  

ภาคการก่อสร้างไทยเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ SCB EIC ระบุว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้น จากกรณีผู้รับเหมาจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดและลงทุนโดยตรงในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเงินลงทุนจากจีนในภาคการก่อสร้างไทยขยายตัวระหว่างปี 2563 – 2567 สูงถึงร้อยละ 21 สาเหตุเพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนชะลอตัวลง ทำให้ผู้รับเหมาจีนขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในไทย ซึ่งมีการขยายตัวของเมืองและมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซ้ำเติมความเปราะบางของผู้รับเหมาไทยที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่แล้ว เช่น การขาดผลิตภาพในการก่อสร้าง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และการจ้างงานของแรงงานไทย อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากผู้รับเหมาจีนส่วนใหญ่ใช้วัสดุก่อสร้าง และแรงงานจากจีนเป็นหลัก นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังมีแนวโน้มหดตัวได้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้รับเหมาไทยได้รับงานน้อยลงต่อเนื่องด้วย

ผู้ลี้ภัยชาวจีนในไทยกังวลอิทธิพลของรัฐบาลจีน

สนข.AFP ของฝรั่งเศส รายงานเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวจีนในไทยที่แสดงความกังวลต่อการถูกคุกคามและความเสี่ยงถูกบังคับส่งตัวกลับประเทศ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่มีความเข้มแข็งมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในปี 2568 จะครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จีนอาจใช้เป็นโอกาสในการกดดันไทยให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวจีนกลับประเทศ ขณะที่ไทยไม่มีกฎหมายรองรับผู้ลี้ภัย โดยผู้ลี้ภัยชาวจีนหลายคนเริ่มเดินทางออกจากไทยไปยังแคนาดาและยุโรป AFP ยังได้สัมภาษณ์นาย Zhou Junyi ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานกักตัวคนต่างด้าวในกรุงเทพฯ ซึ่งถูก จนท.ตร.ไทยจับกุมหลังจากจัดงานรำลึกถึงเหยื่อจากการปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ 4 มิ.ย. 68 ที่ จ.กาญจนบุรี โดยอ้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับวีซ่า และนาย Zhou กำลังเผชิญกับการเนรเทศ โดยระบุว่ามี จนท.สถานทูตจีนเข้าเยี่ยมหลายครั้งเพื่อให้ลงชื่อในแบบฟอร์มกลับประเทศโดยสมัครใจ แต่ตนปฏิเสธทุกครั้ง เพราะกังวลว่าหากถูกส่งตัวกลับจีนอาจต้องเผชิญกับการทรมานและถูกจำคุกเป็นเวลานาน ซึ่งการจับกุมนาย Zhou สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิเคราะห์อธิบายว่าเป็นรูปแบบที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้นของการปราบปรามข้ามชาติของจีน พร้อมอ้างถึงกรณีไทยบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน ซึ่งถูกประณามจากรัฐบาลชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชน

จีนประณามสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกร้อยละ 100

พณ.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ต.ค.68 ประณามสหรัฐฯ กรณีประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มจากอัตราเดิมอีกร้อยละ 100 ตั้งแต่ 1 พ.ย.68 โดยระบุว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของระบบสองมาตรฐาน ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของจีนและทำลายบรรยากาศการเจรจาทางการค้าทวิภาคีระหว่างกัน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวทันที ทั้งนี้ พณ.จีนย้ำว่า นับตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ เจรจาการค้าที่กรุงมาดริด สเปน สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการจำกัดทางการค้าต่าง ๆ ต่อจีนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนในรายชื่อการห้ามส่งออก โดยย้ำด้วยว่าจีนไม่ต้องการสู้ แต่ก็ไม่กลัวที่จะสู้เช่นกัน