เอกชนกัมพูชาและจีนลงนามสัญญาการก่อสร้างท่าเรือเอนกประสงค์ใน จ.กัมปอต

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 8 พ.ค.66 ว่า นายซุน จันทล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา เป็นประธานในพิธีลงนามการก่อสร้างท่าเรือเอนกประสงค์ จ.กัมปอต ระหว่างผู้แทนบริษัท Kampot Logistics and Port Company Limited (KLP) เอกชนกัมพูชา กับบริษัท China Harbour Engineering Company (CHEC) ของจีน เมื่อ 5 พ.ค.66 โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ 600 เฮกตาร์ (3,750 ไร่) ประกอบด้วยคลังสินค้า เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตการค้าเสรี ศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์ผลิตและกระจายสินค้า โรงกลั่นน้ำมันและศูนย์เก็บเชื้อเพลิง ที่พักอาศัย พื้นที่ท่องเที่ยวและอาคารผู้โดยสาร ทั้งนี้ กัมพูชาวางศิลาฤกษ์โครงการดังกล่าวเมื่อ พ.ค.65 และแบ่งการก่อสร้างเป็น 3 ช่วง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3…

ประธานประเทศลาวหารือกับ นรม.กัมพูชา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีอย่างรอบด้าน

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 7 พ.ค.66 ว่า นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว หารือกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ขณะเยือนกัมพูชาระหว่าง 4-5 พ.ค.66 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านความมั่นคง การป้องกันภัยพิบัติ การท่องเที่ยว การลงทุน มาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี และความข้อตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน นอกจากนี้จะกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการสำหรับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมและยาวนานของลาว-กัมพูชา ปี 2566-2570 และสนธิสัญญาว่าด้วยการปักปันเขตแดนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการเยือนและการประชุมผู้แทนระดับสูงทั้งสองฝ่าย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ

กลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาและอิสราเอลโจมตีตอบโต้กันจากเหตุเสียชีวิตของนักโทษชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อ 3 พ.ค.66 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ เมื่อ 2 พ.ค.66 เพื่อตอบโต้เหตุกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซายิงจรวดอย่างน้อย 30 ลูกโจมตีอิสราเอลในวันเดียวกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานชาวจีน 1 คน ทั้งนี้องค์กรของกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซา รวมถึงกลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Islamic Jihad อ้างตัวเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี เนื่องจากไม่พอใจอิสราเอลที่ปล่อยให้นาย Khader Adnan บุคคลสำคัญทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ Islamic Jihad เสียชีวิตในวันเดียวกันที่เรือนจำอิสราเอลจากการอดอาหารประท้วงนาน 87 วัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ ระบุว่าอิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของนาย Adnan รวมทั้งเรียกร้องให้มีการสอบสวนระหว่างประเทศ และระบุจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC)

อินเดียจะตรึงกำลังตามแนวพรมแดนด้านเมียนมาเพิ่มขึ้น

เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 3 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของหน่วย Assam Rifles กองกำลังกึ่งทหาร รับผิดชอบด้านความมั่นคงชายแดน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เมื่อ 2 พ.ค.66 ว่า หน่วย Assam Rifles จะตรึงกำลังเข้มงวดขึ้นตลอดแนวพรมแดนด้านเมียนมา บริเวณรัฐมิโซรัม ระยะทางมากกว่า 510 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและบังกลาเทศ เนื่องจากจำนวนคดีอาชญากรรมในอินเดียเพิ่มขึ้น เช่น คดีฆาตกรรมพลเมืองจำนวน 3 คนของรัฐมิโซรัมในฝั่งเมียนมา การปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวบุคคลของอินเดียจากการหลบหนีเข้าเมือง การค้ายาเสพติดข้ามชาติจากกลุ่มผู้ค้าในรัฐชินของเมียนมาเข้าสู่อินเดีย

อินเดียเป็นประเทศที่น่าห่วงกังวลด้านเสรีภาพทางศาสนา

สำนักข่าว Aljazeera รายงานเมื่อ 1 พ.ค.66 อ้างรายงานของคณะกรรมการเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Commission on International Religious Freedom-USCIRF) ว่า อินเดียเป็นประเทศที่น่าห่วงกังวลเป็นพิเศษ (Country of Particular Concern-CPC) เนื่องจากละเมิดสิทธิมนุษยชนและจำกัดเสรีภาพการนับถือศาสนาอย่างรุนแรงติดต่อกัน 4 ปี ขณะเดียวกันยังระบุว่า รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ เลือกปฏิบัติทางศาสนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี 2565 ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประสงค์เปลี่ยนศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา การสวมฮิญาบ และการฆ่าวัว ซึ่งส่งผลเสียต่อชาวมุสลิม คริสเตียน ซิกข์ และชนเผ่าพื้นเมือง รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำว่า ประชากรอินเดียนับถือศาสนาหลากหลาย โดยกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 14 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 2 นับถือศาสนาคริสต์ และร้อยละ 1.7 นับถือศาสนาซิกข์

อัฟกานิสถานตอบโต้หนังสือของนักวิชาการสหรัฐฯ มีเนื้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริง

เว็บไซต์ช่องข่าวโทรทัศน์ Ariana News ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 2 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกรัฐบาลตอลิบันว่า หนังสือชื่อ “The Return of the Taliban” ซึ่งเขียนโดยนาย Hassan Abbas นักวิชาการชาวอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน มีลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง เนื่องจากเนื้อหาในหนังสืออ้างว่า รัฐบาลตอลิบันอยู่ภายใต้การสั่งการของหน่วยข่าวกรองและกองทัพของต่างประเทศ (ไม่ได้ระบุชื่อประเทศ) ทั้งนี้ นาย Abbas มีตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ของภาควิชาความมั่นคงระหว่างประเทศ วิทยาลัยกิจการความมั่นคงระหว่างประเทศ (College of International Security Affairs-CISA) สหรัฐ ฯ และเคยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานในห้วงที่นาง Benazir Bhutto และ พล.อ.Pervez Musharraf ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ABAC เรียกร้องให้จัดวางเส้นทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใหม่

เว็บไซต์ apec.org รายงานเมื่อ 2 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงนาย Dominic Ng ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council-ABAC) ว่า ABAC ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Trade Ministers) เร่งใช้โอกาสจากความท้าทายในภูมิภาค ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความตึงเครียดทางการเงิน และวิกฤตค่าครองชีพ เป็นปัจจัยในการจัดวางเส้นทางใหม่ (new path) ด้านเศรษฐกิจที่ทั่วถึง (economic inclusion) การฟื้นตัว (resilience) และความยั่งยืน (sustainability) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นอกจากนี้ ABAC ยังเรียกร้องให้องค์การการค้าโลกเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต รวมถึงผลักดันให้เขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific-FTAAP) สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนความเสมอภาค ความยั่งยืน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

ประธานอาเซียนจะหารือประเด็นการค้ามนุษย์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42

กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย รายงานเมื่อ 1 พ.ค.66 ว่า อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน กำหนดหารือประเด็นการค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons – TIP) ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ที่เมืองลาบวน บาโจ อินโดนีเซีย ระหว่าง 9 – 11 พ.ค.66 เพื่อจัดทำ ASEAN Leaders Declaration on Combating TIP Caused by Abuse of Technology รวมถึงเสริมสร้างขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ของสมาชิกอาเซียน และสร้างความร่วมมือในการป้องการ การเยียวยา และการกลับคืนสู่สังคมของผู้เสียหาย

อาเซียน+3 หารือมาตรการทางการเงินระหว่างกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 2 พ.ค.66 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance Ministers and Central Bank Governors’ Meeting -AFMGM+3) ครั้งที่ 26 เมื่อ 2 พ.ค.66 ที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้ โดยมีญี่ปุ่นเป็นประธานร่วมกับอินโดนีเซีย หารือมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางการเงินในช่วงการแพร่ของโรคระบาดและภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และความผันผวนในตลาดการเงินที่ทำให้มีแนวโน้มเศรษฐกิจตกต่ำ

สหรัฐฯ ปราบปรามเครือข่าย Darknet ลักลอบค้าขายยาเฟนทานิล

สำนักข่าววีโอเอ รายงานเมื่อ 2 พ.ค.66 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ว่า สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ  ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของออสเตรีย บราซิล สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์ ปราบปรามเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ารหัส (Darknet) ซึ่งลักลอบค้าขายยาเฟนทานิล (Fentanyl) ภายใต้แผนปฏิบัติการ Joint Criminal Opioid Darknet Enforcement (JCODE)  ส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุม 288 ราย และยึดของกลางเป็นยาเสพติด 850 กิโลกรัม โดยเป็นยาเฟนทานิล 64 กิโลกรัม เงินสดและเงินดิจิทัลมูลค่า 53,400,000 ดอลลาร์สหรัฐ และอาวุธปืน 117 กระบอก ซึ่งเป็นการปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดของ JCODE