สหรัฐฯ ประเมินว่ายังต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามจากเทคโนโลยี AI

สำนักข่าววีโอเอ รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 อ้างคำแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯระหว่างประชุมร่วมกับสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (President’s Council of Advisors on Science and Technology-PCAST) ในวันเดียวกัน ว่า สหรัฐฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และต้องมีมาตรการป้องกันและจัดการความเสี่ยง ตลอดจนผลกระทบต่อสังคม ความมั่นคงและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ พร้อมกับเรียกร้องฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้ผ่านร่างกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทเทคโนโลยี ห้ามการโฆษณาที่มุ่งเป้าหมายเยาวชน และให้ความสำคัญกับประเด็นสุขภาพและความปลอดภัยในวงจรของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี

อาเซียนและ USAID ส่งเสริมการใช้ ASW เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าในภูมิภาค

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า อาเซียนและสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (United States Agency for International Development-USAID) จัดประชุมวิชาการประเด็น ASEAN Single Window (ASW) ครั้งที่ 6 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และขยายขอบเขตการใช้ ASW อำนวยความสะดวกทางการค้าในภูมิภาค โดยที่ประชุมได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการใช้ระบบ ASW Live Operation พิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement-ATIGA) การกำหนดให้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) ทดแทนออกเอกสารฉบับจริง เป็นประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ (Priority Economic Deliverables-PEDs) ที่อาเซียนจะดำเนินการภายในปี 2566 และการวางแผนขยายขอบเขตการใช้ ASW ให้ครอบคลุมการออกใบขนสินค้าอาเซียน (ASEAN Customs Declaration. Document-ACDD) และใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto )

บังกลาเทศถูกกดดันให้ระงับการส่งตัวชาวโรฮีนจากลับเมียนมา

เว็บไซต์ นสพ.Arab News ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า คณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัยของบังกลาเทศเรียกร้องให้รัฐบาลระงับการส่งชาวโรฮีนจากลับเมียนมา หากรัฐบาลเมียนมายังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและให้หลักประกันความปลอดภัยแก่ผู้ลี้ภัยในการกลับคืนถิ่นฐานได้ ขณะเดียวกัน Human Rights Watch (HRW) ชี้ว่า การส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาไปยังเมียนมาควรเป็นไปด้วยความสมัครใจ ปลอดภัย และมีเกียรติ แต่คงไม่อาจเป็นไปได้ในห้วงที่รัฐบาลทหารยังคงดำเนินการสังหารหมู่ทั่วประเทศและแบ่งแยกชาติพันธฺุ์ในรัฐยะไข่ ทั้งนี้ บังกลาเทศควรปล่อยให้ชาวโรฮีนจาใช้ชีวิตอย่างอิสระ โดยไม่กดดันหรือบังคับให้กลับไป เพื่อให้การส่งกลับเป็นไปด้วยความสมัครใจในอนาคตอย่างแท้จริง ปัจจุบัน บังกลาเทศเป็นผู้ให้ที่พักพิงและจัดหาความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่หนีความรุนแรงจากเมียนมากว่า 1.2 ล้านคน เมื่อปี 2560

รัสเซียแถลงจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อกรณีเนโตรับฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ

  สำนักข่าว RT และ Financial Times รายงานเมื่อ 4 เม.ย.66 ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงกรณีที่เนโตรับฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกใหม่ลำดับที่ 31 อย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้ว่า รัสเซียพร้อมจะใช้มาตรการตอบโต้เพื่อรับประกันความปลอดภัยของประเทศทั้งในเชิงยุทธวิธีและยุทธศาสตร์ โดยจะคอยติดตามการตั้งฐานทัพและการเคลื่อนกองกำลังของเนโตในฟินแลนด์ รวมถึงตามแนวเขตแดนที่ติดกับรัสเซีย เพื่อหาวิธีโต้กลับที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี เลขาธิการเนโตและ รัฐมนตรีกลาโหมของฟินแลนด์ ระบุว่าการเข้าไปตั้งฐานทัพหรือส่งกองกำลังของเนโตเข้าไปในฟินแลนด์จะต้องได้รับการยินยอมจากฟินแลนด์ก่อน ซึ่งในเวลานี้ยังไม่มีการหารือในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ รัสเซียมองว่า การเปิดรับสมาชิกของเนโตแสดงให้เห็นถึงการรุกล้ำต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของรัสเซีย และสถานะใหม่ของฟินแลนด์ในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบให้ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกลุกลามยิ่งขึ้น

ตำรวจอิสราเอลปะทะกับชาวปาเลสไตน์ที่มัสยิดอัลอักศอ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 5 เม.ย.66 ว่า เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนที่บริเวณมัสยิดอัลอักศอ (ศาสนสถานสำคัญอันดับ 3 ของศาสนาอิสลาม) ในนครเยรูซาเล็มเมื่อ 4 เม.ย.66 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บ 7 คนจากการถูกซ้อมและถูกยิงด้วยกระสุนยาง โดยตำรวจอ้างว่าเป็นการตอบโต้การก่อความรุนแรงของชาวปาเลสไตน์ที่ใช้อาวุธดอกไม้ไฟ ไม้ และก้อนหิน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ โฆษกประธานาธิบดีปาเลสไตน์ประณามการใช้ความรุนแรงของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ว่าเป็นการก่ออาชญากรรม พร้อมเตือนไม่ให้อิสราเอลละเมิดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งยกระดับความรุนแรงมากขึ้น

ลาวแจ้งเตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 ในหลายพื้นที่

  หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 27 มี.ค.66 ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลาวสั่งการให้ประชาชนลาวยุติการเผาขยะทุกชนิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกเคหสถาน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) โดยเฉพาะในแขวงบอลิคำไซ แขวงหลวงพระบาง และแขวงเชียงขวาง ซึ่งมีระดับความเข้มข้นสูง เนื่องจากการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ การแผ้วถางพื้นที่เพื่อปลูกมันสำปะหลัง และการเผาขยะและใบไม้ ทั้งนี้ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศระบุว่า เมื่อห้วง ม.ค.-มี.ค.66 นครหลวงเวียงจันทน์ (ติด จ.หนองคาย) มีค่า PM 2.1 สูงถึง 71 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดระดับปลอดภัยไว้ที่ 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อนึ่ง มันสำปะหลังเป็นสินค้าเกษตรส่งออกหลักของลาว ส่วนใหญ่ส่งออกมายังไทยและเวียดนาม

สหรัฐฯ เสร็จสิ้นการฝึกทหารยูเครนเพื่อใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot

  สำนักข่าววีโอเอ รายงานเมื่อ 23 มี.ค.66 ว่า สหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการฝึกทหารยูเครนจำนวน 65 คน เพื่อใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ที่เริ่มตั้งแต่ ม.ค.66 ที่ฐานทัพ Fort Sill รัฐโอคลาโฮมา  โดยใช้เวลาฝึก 10 สัปดาห์ ซึ่งเร็วกว่าหลักสูตรฝึกปกติที่ใช้เวลาประมาณครึ่งปี โดยหลังการฝึกในสหรัฐฯ ทหารยูเครนทั้ง 65 คนจะเข้ารับการฝึกขั้นตอนสุดท้ายที่ยุโรป เพื่อประสานงานการสู้รบกับหน่วยทหารอื่นของกองทัพยูเครน และคาดว่ายูเครนจะสามารถนำระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ปฏิบัติการจริงได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะใช้ร่วมกับระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้และกลาง เพื่อสกัดกั้นการจู่โจมทางอากาศหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์จะส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ให้กับยูเครนประเทศละ 1 ชุด ซึ่งเยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ได้ฝึกการใช้ระบบดังกล่าวให้กับทหารยูเครนเช่นกัน โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot เป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดในโลก สามารถตรวจจับภัยคุกคามในรัศมี 150 กิโลเมตร และสกัดกั้นได้หลายเป้าหมายพร้อมกันในระดับความสูงถึง 20 กิโลเมตร อีกทั้งความคล่องตัวสูงและสามารถต้านทานสัญญาณรบกวนอิเล็กทรอนิกส์

ลาวระบุว่าการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 คืบหน้าแล้วร้อยละ 69.1

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 24 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายไลทอง พมมะวง ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 (แขวงบอลิคำไซ – จ.บึงกาฬ) ระบุว่า โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 5 เมื่อ ก.พ.66 มีความคืบหน้าร้อยละ 69.1 เร็วกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.8 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ทั้งนี้ รัฐบาลลาวอนุมัติการก่อสร้างโครงการดังกล่าวเมื่อปี 2562 โดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ให้เงินกู้เพื่อก่อสร้างจำนวน 1,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะพานดังกล่าวเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงลาวกับประเทศรอบบ้าน (ไทยและเวียดนาม) ทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างลาวและไทย เพื่อส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนในห้วงปี 2565-2569

ภาคเอกชนลาว-ไทยลงนาม MOU เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าข้ามแดนทางราง

  หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 22 มี.ค.66 ว่า รัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว (LNR) และบริษัท Global Multimodal Logistics บริษัท Pan-Asia Silk Road กับบริษัท เก้าเจริญ เทรน ทรานสปอร์ต ของไทย ลงนามในบันทึกความเข้าใจไตรภาคี (MOU) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างจีน ลาว และไทย โดยผ่านเส้นทางรถไฟไทย-ลาว และเส้นทางรถไฟลาว-จีน ณ เวียงจันทน์ เมื่อ 17 มี.ค.66 ทั้งนี้ LNR จะทำหน้าที่ประสานงาน อำนวยความสะดวกและจองรถพ่วงรางจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟลาว-จีน เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างการรถไฟในกรุงเทพฯ-สถานีท่านาแล้ง ในเวียงจันทน์ รวมถึงจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น ขณะที่เอกชนไทยจะทำหน้าที่ประสานงานกับผู้ขายทุเรียนในจีน รวมทั้งตั้งเป้าหมายการจัดส่งทุเรียนและผลไม้อื่น ๆ ของไทยอย่างน้อย 20,000 ตันไปยังตลาดจีน

กัมพูชาจะคงการสนับสนุนกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC)

  สำนัข่าว AKP ของทางการกัมพูชาและหนังสือพิมพ์ Khmer Times ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 21 มี.ค.66 ว่า นายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี /รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ส่งสารในโอกาสเฉลิมฉลองสัปดาห์แห่งกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lanchang Cooperation–MLC) ในวันเดียวกัน ว่า กัมพูชาจะสนับสนุนกรอบ MLC ที่เสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในอนุภูมิภาค พร้อมกับกล่าวชื่นชมจีนที่ริเริ่มและสนับสนุนกรอบความร่วมมือดังกล่าวอย่างแข็งขัน ทั้งนี้ กัมพูชาจะติดตามพัฒนาการของกรอบ MLC ที่สนับสนุนการปฏิบัติตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) รวมถึงการร่วมมือระหว่างระเบียงการพัฒนาเศรษฐกิจแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Economic Development Belts) กับระเบียงทางการค้าเชื่อมทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor)