หน่วยงานของ UN กังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) รายงานเมื่อ 3 มี.ค.69 ว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดของ UN กังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนเพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียด โดยเลขาธิการ  UN กังวลการขยายตัวของแนวรบใหม่ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนเพิ่มขึ้น ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน (OHCHR) ประเมินว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มเลวร้ายลงและจะขยายวงกว้าง ส่วนทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่า ทางเข้าอาคารโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมือง Natanz อิหร่าน ได้รับความเสียหาย  ขณะที่ กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) ระบุว่ามีการโจมตีทางอากาศ และการยิงปะทะ ต่อเนื่องบริเวณชายแดนเลบานอนด้านทิศใต้ติดกับอิสราเอล

นรม.มาเลเซียระบุว่าชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนล้มรัฐบาล

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 3 มี.ค.69 ว่า มีชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนล้มรัฐบาล โดยใช้อิทธิพลของสื่อ สถาบันระหว่างประเทศ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ตั้งคำถามถึงโครงการริเริ่มของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ คกก.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (MACC) โดยปลุกปั่นผ่านหน่วยงานระหว่างประเทศและสื่อมวลชนต่างชาติ เช่น สนข.Bloomberg เพื่อบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ทั้งยังอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สส.ขัดขวางการประชุมและตั้งกระทู้ถามในรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว   ความพยายามล้มล้างรัฐบาลน่าจะมาจากการที่ MACC ดำเนินการสืบสวนคดีทุจริตขนาดใหญ่หลายคดี

ชาวอินเดียเชื้อสายมุสลิมชีอะห์ชุมนุมเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน

ชาวอินเดียเชื้อสายมุสลิมชีอะห์ชุมนุมเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของอายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในหลายรัฐและดินแดนสหภาพของอินเดีย อาทิ รัฐราชสถาน รัฐกรณาฏกะ รัฐมหาราษฏระ รัฐอุตตรประเทศ รัฐฌารขัณฑ์ รัฐมัธยประเทศ ดินแดนสหภาพเดลี ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ เมื่อ 1 มี.ค.69 โดยประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน และแสดงความไม่พอใจต่อผู้นำสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมทั้งกล่าวโทษการเยือนอิสราเอลของ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ห้วง 25-26 ก.พ.69 ว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดและสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของอินเดีย

ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกในกาตาร์ประกาศยุติการผลิต LNG เป็นการชั่วคราว

QatarEnergy ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจปิโตรเลียมของกาตาร์ และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศเมื่อ 2 มี.ค.69 ว่า จะยุติการผลิต LNG และผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan และนิคมอุตสาหกรรม Mesaieed ถูกโจมตี  แต่ QatarEnergy ยืนยันว่า ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย  ทั้งนี้ กห.กาตาร์ยืนยันเมื่อวันเดียวกันว่า สิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง 2 แห่งของ QatarEnergy ถูกโดรน 2 ลำจากอิหร่านโจมตี แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว การประกาศยุติการผลิต  ส่งผลให้ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าในตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นทันทีประมาณร้อยละ 50

สอท.สหรัฐฯ/ริยาดถูกโจมตี ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะตอบโต้

สอท.สหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคณะทูต ของกรุงริยาด ถูกโจมตีด้วยโดรน 2 ลำ (เมื่อช่วงเช้ามืดประมาณ 3.00 น. เมื่อ 3 มี.ค.69 ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 7.00 น.ตามเวลาไทย) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยและอาคารได้รับความเสียหาย ขณะที่ สอท.สหรัฐฯ/กรุงริยาดประกาศเมื่อประมาณ 8.30 น.ตามเวลาไทย เตือนให้พลเมืองของตนที่พำนักอยู่ในกรุงริยาด เมืองเจดดาห์ เมืองดะห์ราน หลบภัยอยู่ในที่พักอาศัย ตลอดจนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังที่ตั้งทางทหาร และงดการเดินทางไปติดต่อที่ สอท.สหรัฐฯ/กรุงริยาด ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้การโจมตีครั้งนี้

OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ใน เม.ย.69

สนข.Bloomberg รายงานว่า ที่ประชุมสมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน มีมติเมื่อ 1 มี.ค.69 ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในห้วง เม.ย.69 โดยคาดว่าการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยบรรเทาปัญหาอุปทานน้ำมันดิบขาดแคลน หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมากกว่าร้อยละ 20 ของโลก เมื่อ 28 ก.พ.69 ทั้งนี้ OPEC+ จะจัดประชุมทบทวนปรับกำลังการผลิตอีกครั้งใน 5 เม.ย.69

ไทยมีแผนเก็บภาษีความเค็มเพื่อบรรเทาปัญหาด้านสุขภาพ

CNA ระบุถึงกรณีไทยมีแผนจัดเก็บภาษีความเค็ม สำหรับผลิตภัณฑ์โซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เพื่อควบคุมอัตราการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงและโรคไตที่เพิ่มขึ้น โดยคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยประมาณ 3,600 มิลลิกรัม/วัน มากกว่าคำแนะนำจาก WHO ซึ่งอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่าการเก็บภาษีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภคอาหารรสเค็มของคนไทยได้ และอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค จึงเสนอให้รัฐลงทุนวิจัยสารทดแทนเกลือ ใช้ฉลากสีแสดงระดับความเสี่ยง และกำหนดมาตรฐานบังคับ รวมถึงมีมาตรการเสริม เช่น การปรับพฤติกรรมผ่านการให้ความรู้ รวมถึงการร่วมมือกับผู้ขายอาหารริมทาง ทั้งนี้ คนไทยยังบริโภคน้ำตาลเกินคำแนะนำของ WHO ด้วย และไทยใช้มาตรการเก็บภาษีน้ำตาลกับเครื่องดื่มรสหวานเมื่อปี 2560 แต่ไม่ครอบคลุมร้านอาหารหรือร้านแผงลอย ส่งผลให้ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างจำกัด

สหราชอาณาจักรอนุญาตสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันกับอิหร่าน

นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 2 มี.ค.69  ว่า สหราชอาณาจักรอนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อปฏิบัติการทางทหารในลักษณะการโจมตีเชิงป้องกันต่อเป้าหมายในอิหร่านได้ ภายใต้หลักการป้องกันตนเองร่วมกันของพันธมิตรและเพื่อคุ้มครองชาวอังกฤษในตะวันออกกลางซึ่งมีอยู่ประมาณ 200,000 คน พร้อมย้ำว่าสหราชอาณาจักรไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีเชิงรุกและจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในขณะนี้ ภายหลังประกาศดังกล่าวต่อมามีรายงานว่า ฐานทัพ RAF Akrotiri ของสหราชอาณาจักรในไซปรัส ถูกโดรนซึ่งคาดว่าเป็นของอิหร่านโจมตีเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้บาดเจ็บ

จีน-รัสเซียหารือเกี่ยวกับสถานการณ์โจมตีอิหร่าน

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย เมื่อ 1 มี.ค.69 ว่า การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านในห้วงที่มีการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และการสังหารผู้นำสูงสุดของรัฐอธิปไตย พร้อมกับยุยงให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ จีนกังวลอย่างยิ่งว่า ความรุนแรงที่ขยายขอบเขตไปทั่วอ่าวเปอร์เซีย อาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง เข้าสู่ภาวะวิกฤตยิ่งขึ้น พร้อมกับแสดงจุดยืนของจีน ดังนี้ 1) ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที  2) รื้อฟื้นการเจรจาพูดคุยโดยเร็ว  3) ร่วมกันต่อต้านการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว   ขณะที่ รมว.กต.รัสเซีย ระบุว่า รัสเซียมีจุดยืนเช่นเดียวกับจีน

ราคาน้ำมันดิบโลกอาจปรับเพิ่ม หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.Bloomberg รายงานว่า การขนส่งน้ำมันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อ 28 ก.พ.69 เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล   ซึ่งมีการประเมินว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นถึง 120 – 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ราคาน้ำมันดิบห้วง ก.พ.69 เฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องปรับเส้นทางการขนส่ง โดยซาอุดีอาระเบียอาจเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งชั่วคราวโดยใช้ท่อส่งน้ำมันในประเทศไปยังท่าเรือที่ทะเลแดง ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้ท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากแหล่งน้ำมันไปยังท่าเรืออ่าวโอมาน ขณะที่อิรักส่งน้ำมันผ่านท่อส่งที่เชื่อมกับตุรกีไปยังชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแต่ท่อดังกล่าวสามารถขนส่งน้ำมันที่สูบจากแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศเท่านั้น ด้านคูเวต กาตาร์ และบาห์เรน จะเผชิญผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากไม่มีช่องทางสำรองอื่นนอกจากช่องแคบดังกล่าว