สหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียยุติการบังคับชาวยูเครนให้ออกจากพื้นที่

กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ แถลง เมื่อ 13 ก.ค.65 เรียกร้องให้รัสเซียยุติปฏิบัติการแบ่งแยกชาวยูเครน การบังคับใช้ชาวยูเครนออกจากพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมด้วยปฏิบัติการทางทหาร และการบังคับให้ชาวยูเครนย้ายไปอยู่ในรัสเซีย พร้อมเสนอให้รัสเซียเปิดโอกาสให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กต.สหรัฐฯ รายงานว่า ปัจจุบันรัสเซียบังคับชาวยูเครนประมาณ 1.6 ล้านคน รวมทั้งเด็กชาวยูเครนประมาณ 260,000 คน ย้ายไปรัสเซีย คล้ายกับปฏิบัติการที่รัสเซียแบ่งแยกเชชเนีย และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งนี้ ท่าทีของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากรัสเซียประกาศออกหนังสือเดินทางให้ชาวยูเครน และรับเด็กชาวยูเครนเข้าไปอยู่ในรัสเซียมากขึ้น โดยให้แยกจากครอบครัวเดิมที่อยู่ในยูเครน

จีนเตือนประเทศในเอเชียให้ระวังถูกมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อนโยบายต่างประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 11 ก.ค. 65 ว่า นายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการหารือกับเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ว่า ประเทศในเอเชียควรระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงไม่ให้มหาอำนาจใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอำนาจในภูมิภาค พร้อมเสนอว่า อนาคตของภูมิภาคควรอยู่ในมือของประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ นาย หวัง อี้ยังพูดคุยกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายควรสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน เคารพสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมระหว่างกัน มากกว่าการดำเนินนโยบายเป็นปฏิปักษ์กัน หรือดำเนินนโยบายปิดล้อมอีกฝ่าย ทั้งนี้ ปัจจุบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เผชิญการแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ เนื่องจากมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ประเทศในภูมิภาคระมัดระวังท่าทีท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เข้มข้นขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือประเด็นความมั่นคง

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 12 ก.ค. 65 ว่า นายริชาร์ด มาร์เลส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียให้คำมั่นระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ว่า ออสเตรเลียจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในประเด็นการจัดสรรงบประมาณกลาโหม และดำเนินการตามข้อตกลง AUKUS เพื่อสร้างสมดุลอำนาจทางการทหารในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ตลอดจนแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญของออสเตรเลีย ทั้งนี้ การเยือนสหรัฐฯ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีขึ้นในขณะที่ออสเตรเลียรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับจีนหลังจากระงับการเยือนระหว่างกันเป็นเวลาหลายปี โดยเริ่มการประชุมระดับรัฐมนตรีกับจีนอีกครั้งเมื่อ มิ.ย. 65 ซึ่งนายมาร์เลสพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนที่สิงคโปร์ และเมื่อ 8 ก.ค. 65 นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียพบกับนายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนที่อินโดนีเซีย

จีนเตือนญี่ปุ่นเกี่ยวกับแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งวุฒิสภา

สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 12 ก.ค.65 ว่า จีนเตือนรัฐบาลญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ เกี่ยวกับแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพของญี่ปุ่น ซึ่งจีนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 9 ว่าด้วยการประกาศละเลิกสงครามในฐานะสิทธิของรัฐอธิปไตย ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นกลับมาเป็นประเทศยุทธาภิวัฒน์อีกครั้ง โดยจีนระบุว่า ญี่ปุ่นควรยึดมั่นกับหลักสันติ และเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงให้ประเทศเพื่อนบ้านและนานาชาติ ทั้งนี้ ท่าทีของจีนมีขึ้นหลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย  (Liberal Democratic Party – LDP) ของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่น เมื่อ 10 ก.ค.65 โดยได้เสียงข้างมาก จำนวน 2 ใน 3 ของที่นั่งทั้งหมดในวุฒิสภา ทำให้นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ยืนยันจะเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึง มาตรา 9 ต่อไป อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก 2 ใน 3 ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในการลงมติ

ไต้หวันระบุจีนส่ง บ.รบรุกล้ำเขต ADIZ บ่อยครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานอ้างกระทรวงกลาโหมไต้หวันเมื่อ 10 ก.ค.65 ว่า ในห้วงครึ่งแรกของปี 2565 จีนส่งเครื่องบินรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone- ADIZ)ของไต้หวันถึง 555 ครั้ง  ในจำนวนนี้เป็นปฏิบัติการด้วยเครื่องบินรบ 398 ครั้ง เมื่อเทียบกับ 187 ครั้งในห้วงเดียวกันของปี 2564  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 จีนใช้เตรื่องบินรบปฏิบัติการข่มขู่ไต้หวันหนักขึ้น รวมทั้งรุกเข้ามาใกล้ Bashi Channel (เส้นทางเดินเรือระหว่างไต้หวันกับฟิลิปินส์) ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญสู่มหาสมุทรแปซิฟิกทางใต้

สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทจีนและบริษัทในประเทศอื่น ๆ กรณีซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ค. 65 ว่า สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรบริษัทจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัทในประเทศอื่น ๆ เพื่อกดดันให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทดังกล่าวและเครือข่ายมีส่วนช่วยส่งและขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีของอิหร่านไปยังเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นของจีนที่ซื้อน้ำมันอิหร่านจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านก็ตาม การนำเข้าของจีนจึงช่วยให้อิหร่านไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในเศรษฐกิจของอิหร่าน ทั้งนี้ การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์ เมื่อ 29 มิ.ย. 65 สิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้า ทำให้ลดโอกาสในการฟื้นฟูข้อตกลง JCPOA ที่จะให้ความมั่นใจว่าอิหร่านจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ในทางสันติเท่านั้น

ผู้นำสหรัฐฯ จะเยือนตะวันออกกลางระหว่าง 13-16 ก.ค.65

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 10 ก.ค.65 ว่าประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯจะเยือนอิสราเอล เขตเวสต์แบงก์ และซาอุดีอาระเบีย ระหว่าง 13-16 ก.ค.65 ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ สื่อตั้งข้อสังเกตว่า การเยือนอิสราเอลก่อนการเลือกตั้งทั่วไปกลางสมัยของสหรัฐฯ อาจช่วยกระตุ้นคะแนนนิยมของพรรคเดโมแครต ส่วนการเยือนซาอุดีอาระเบียจะเป็นความท้าทายของประธานาธิบดีไบเดนที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และความมั่นคงพลังงาน กับปัญหาสิทธิมนุษยชนในซาอุดีอาระเบีย

UN เผยระดับความหิวโหยเพิ่มขึ้นทั่วโลกอยู่ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ค. 65 อ้างรายงานของโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) เกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการของสหประชาชาติฉบับปี 2565 ว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ระดับความหิวโหยเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากอัตราความอดอยากและการย้ายถิ่นฐานเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกันนี้ WFP และ WHO เรียกร้องให้ทั่วโลกปรับนโยบายเกษตรกรรมใหม่ ที่ส่งเสริมการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงเกษตรกรรายย่อย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า เมื่อปี 2564 ผู้คนกว่า 828 ล้านคนได้รับผลกระทบจากความหิวโหย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 46 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างมาก  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ-ปากีสถาน หารือเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคี

สำนักข่าว U.S. News รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.65 ว่า นายแอนโทนี  บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับ นายบิลาวัล บุตโต ซาร์ดารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน หารือผ่านทางโทรศัพท์ เมื่อ 6 มิ.ย.65 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมีการเจรจาให้สหรัฐฯอนุญาตเรื่องวีซ่าให้ชาวปากีสถาน และยืนยันเป้าหมายความร่วมมือ ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสาธารณสุข พร้อมหาทางผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างกันที่เป็นผลจากนโยบายในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ และยินยอมให้กลุ่มตอลิบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถาน และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าอยู่เบื้องหลังการถอดถอนนายกรัฐมนตรีข่าน ออกจากตำแหน่ง โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และปากีสถาน ปฏิเสธข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในปากีสถาน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความขัดแย้งรัสเซียและยูเครน  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน – สหรัฐฯ หารือกัน นอกรอบการประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 11 ก.ค. 65 ว่า นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบปะกับ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G20 ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อ 9 ก.ค. 65 ประเด็นหลักของการหารือ คือ ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมา และความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศที่จะปรับความเข้าใจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่าง สหรัฐฯ กับจีน ในอนาคต รวมถึงการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้ สื่อดังกล่าวคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ จะพิจารณายกเลิกการเก็บภาษีสินค้าบางชนิดที่นำเข้าจากจีน เพื่อบรรเทาวิกฤติเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยการพบปะครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของทั้งสอง นับตั้งแต่ ต.ค. 64