ไต้หวันกำหนดแผนกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2573

สภาพัฒนาแห่งชาติของไต้หวัน (National Development Council-NDC) อนุมัติแผนการท่องเที่ยวปี 2573 (Tourism 2030) ตามที่กระทรวงคมนาคมไต้หวันเสนอ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพิ่มการใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยว และผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไต้หวันมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (32,770 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2573 ขณะเดียวกัน รัฐบาลไต้หวันตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมบริการสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ และสร้างความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว โดยเน้นความแตกต่างของสถานที่ในแต่ละฤดูกาลและแต่ละภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมงานเทศกาลดั้งเดิม   ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันของนักท่องเที่ยวควรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2-4 โดยจะดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายประเภท อาทิ กลุ่ม Digital Nomads ผู้เชียร์กีฬา ผู้โดยสารเรือสำราญ ตลอดจนผู้เข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวยังต้องเสนอต่อ ครม.ไต้หวัน เพื่อพิจารณาอนุมัติ

UNHCR ยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68  ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวนกว่า 81,000 คน พักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ยาวนานหลายสิบปี เกือบครึ่งหนึ่งเกิดและเติบโตที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้ นางสาว Tammi Lynn Sharpe ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย ระบุว่า การให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของไทย เนื่องจากช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ดี UNHCR เห็นว่านโยบายดังกล่าวของไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับสิทธิ แต่หน่วยงานของ UN จะสนับสนุนการดำเนินงานของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมผู้ลี้ภัยมากขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คนศึกษาต่อในสหรัฐฯ

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คน เข้าศึกษาในสหรัฐฯ  โดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และปัจจุบันมีนักศึกษาชาวจีนประมาณ 270,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ  จากเดิมที่เคยมีนักศึกษาจีนในสหรัฐฯ ถึง 370,000 คนเมื่อปี 2552  โดยก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ค.68  นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุ มีแผนจะตรวจสอบและเพิกถอนการตรวจลงตราให้ชาวจีนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน  การเปลี่ยนท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ – จีน ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะยังคงการเจรจาต่อเนื่อง  โดยสหรัฐฯ  จะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีนในอัตราร้อยละ 145 และจีนตอบโต้ด้วยการประกาศจะเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ที่อัตราร้อยละ 125  และต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าแม่เหล็กจากจีนสูงถึงร้อยละ 200 โดยอ้างความไม่พอใจที่จีนผูกขาดตลาดแม่เหล็กของโลก

รัฐสภาจีน-รัสเซียกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 25 ส.ค.68 ว่า นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National’s People Congress-NPC) พบหารือกับนาย Vyacheslav Volodin ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (State Duma) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการจีน-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง นายจ้าวระบุว่า NPC พร้อมจะร่วมมือกับรัฐสภารัสเซียในการยกระดับความร่วมมือ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล รวมถึงการสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กลไกพหุภาคี  ขณะที่นาย Volodin แสดงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียที่จะกระชับความสัมพันธ์กับ NPC เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวของฝ่ายจีนต่อไป

สหรัฐฯ เสริมเรือรบเข้าประจำการในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่าเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิธีของสหรัฐฯ USS Lake Erie (CG-70)  ชั้น Ticonderoga และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ USS Newport News (SSN-750)  ชั้น Los Angeles กำลังเคลื่อนไปเสริมกำลังในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเรือลำเลียงพลและยกพลขึ้นบก อิโวจิมา (Iwo Jima Amphibious Ready Group – IWO ARG) ที่เคลื่อนกำลังกลับท่าเรือ เพื่อหลบพายุเฮอริเคนเอริน และเคลื่อนกำลังอีกครั้งเพื่อเข้าประจำการในพื้นที่ดังกล่าว

สิงคโปร์สั่งจำคุกผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นคดีแรก

นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินจำคุกนาย Mohammed Akil Abdul Rahim วัย 41 ปี เป็นเวลา 16 เดือน พร้อมปรับ 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในข้อหาผลิตพ็อดบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสาร etomidate (Kpods) ซึ่งนับเป็นคดีแรกในสิงคโปร์ โดยนาย Mohammed สารภาพว่ารับสารจากนาย Joe (ไม่ระบุรายละเอียด) ที่มาเลเซีย เพื่อนำมาผสมและบรรจุพ็อดที่บ้านในย่านยิชน  ขณะที่ศาลชี้ว่าการผลิต Kpod เป็นภัยสาธารณะร้ายแรง มีลักษณะเป็นเครือข่ายข้ามชาติ และมีองค์ประกอบอาชญากรรมเชิงองค์กร ปัจจุบันสาร etomidate ยังอยู่ใน Poisons Act แต่ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 จะถูกจัดเป็นสารเสพติด Class C ภายใต้ Misuse of Drugs Act โทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ปรับ…

จีนแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับรุ่นใหม่

การซ้อมสวนสนามครั้งที่ 3 ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีที่ได้รับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชัยชนะเหนือญี่ปุ่น ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง ห้วงกลางดึก 23-เช้า 24 ส.ค.68 ปรากฏการเผยแพร่ภาพเรือรบขนาดเล็กไร้คนขับ (ความยาวประมาณ 15 ม.) ทาสีขาว เทา น้ำเงิน เพื่อพรางตัว ไม่มีเลขประจำเรือ โดยยังมีห้องบังคับการเรือสำหรับการปฏิบัติงานของ จนท.ทหาร บรรทุกมาบนรถลำเลียงขนาดใหญ่ เข้าร่วมในการซ้อมสวนสนามดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ภาพเรือรบไร้คนขับของจีน ที่เป็นคนละรุ่นกับเรือรบไร้คนขับรุ่นวาฬเพชฌฆาต (Killer Whale) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2567

กห.สหรัฐฯ สั่งปลด ผอ.DIA

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 24 ส.ค.68 ว่า นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ สั่งปลด พล.ท.Jeffrey Kruse ผอ.หน่วยข่าวกรองทหารสหรัฐฯ (Defense Intelligence Agency-DIA) จากกรณีการรั่วไหลของรายงานประเมินที่ผิดพลาดเกี่ยวกับความเสียหายในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ มิ.ย.68 ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โต้แย้งผลการประเมินดังกล่าวอย่างรุนแรง และกล่าวหาว่าเป็นความพยายามบ่อนทำลายภาพลักษณ์ความสำเร็จของปฏิบัติการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังไฟป่า

เมียนมาได้รับการสนับสนุนจากไทยในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฝ้าระวัง (Surveillance War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดย นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ ออท.ไทย ประจำเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ได้ส่งมอบและติดตั้งระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 15 ส.ค.68 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งที่ 3 ที่ไทยช่วยเหลือเมียนมาจาก ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก และ จ.เกาะสอง เพื่อเสริมศักยภาพของเมียนมาในการติดตามจุดความร้อนจากดาวเทียม ไฟป่า อนุภาคในอากาศ และข้อมูลสภาพอากาศได้แบบ Real-time และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเติบโตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย คาดว่ากำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จาก 350 เมกะวัตต์เป็นประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 213,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google Amazon Microsoft Nvidia กำลังลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยและทั่วทั้งเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน กำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยตามทันมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในภูมิภาค