กองทัพเมียนมาใช้โดรนโจมตีบ้านพักของแกนนำ DKBA ใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

กองทัพเมียนมาใช้อากาศยานไร้คนขับแบบพลีชีพ และปืนใหญ่โจมตีบ้านพักของ พ.อ.ซอเส่นวิน ผบ.ฝ่ายสารบรรณ กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ในเขตวาเลย์มไยง์ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง (ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก) เมื่อ 3 ส.ค.68 ส่งผลให้บ้านพักได้รับความเสียหาย  การโจมตีครั้งนี้ จึงมองว่าเป็นการโจมตีโดยเจตนา แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต การโจมตีครั้งนี้ กิดขึ้นหลังจาก พ.อ.ซอเส่นวิน ให้สัมภาษณ์กับ สนข. Burma News International เมื่อ 7 ก.ค.68 ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับ DKBA ที่จะช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาในการจัดเลือกตั้งในพื้นที่ควบคุมของ DKBA ใน ธ.ค.68 หากรัฐบาลเมียนมาไม่สามารถรับประกันสันติภาพที่แท้จริงได้

มาเลเซียพร้อมส่งคณะสังเกตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 5 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลมาเลเซียพร้อมส่งคณะสังเกตการณ์เฝ้าติดตามเพื่อดูแลความสงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หากได้รับการร้องขอจากทั้งสองฝ่าย ปัจจุบันสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังอยู่คงตึงเครียดและอ่อนไหว ขณะที่มาเลเซียได้รับอนุญาตให้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังผ่านระบบดาวเทียมร่วมกับสมาชิกอาเซียน

ศรีลังกาเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ Free Visa ทำธุรกิจผิดกฎหมาย

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 4 ส.ค.68 ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของศรีลังกากำลังเผชิญปัญหาหลังการบังคับใช้กฎหมายผู้อพยพและผู้ย้ายถิ่นฐาน โดยพบชาวต่างชาติกว่า 40 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวอิสราเอลที่เปิดคลับ ร้านอาหาร และให้บริการด้านการท่องเที่ยวร่วมกับคนท้องถิ่น โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ ยังพบชาวจีนลักลอบเปิดศูนย์หลอกลวง และชาวอินเดียที่ได้รับ Visa ทำงานและท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนการอยู่เกินกำหนด

ญี่ปุ่นยืนยันไม่มีแผนมอบโดรนติดอาวุธให้ไทย

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก เมื่อ 6 ส.ค.68 กรณีปรากฏข่าวสารว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ติดอาวุธให้ไทย ว่า ข่าวสารดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และรัฐบาลญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าวให้ไทย อีกทั้งไม่เคยได้รับการร้องขอจากไทย พร้อมย้ำว่าการมอบความช่วยเหลือของญี่ปุ่นจำกัดเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยตรง และรัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทยเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะสันติภาพโดยเร็ว อีกทั้งคาดหวังให้ชาวกัมพูชาสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างสันติโดยเร็วที่สุด และญี่ปุ่นขอบคุณบุคคลที่ไม่เผยแพร่ข่าวปลอมดังกล่าว

มาเลเซียทบทวนกลับมานำเข้าเนื้อสุกรจากไทย

ดาโต๊ะ ซรี โมฮาหมัด ซาบู รมว.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย ยื่นเอกสารชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 7 ส.ค.68 ว่า กรมบริการสัตวแพทย์ของมาเลเซีย (Department of Veterinary Services-DVS) อยู่ระหว่างการทบทวนยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากไทย เวียดนาม กัมพูชา จีน โปแลนด์ และเบลเยียม ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรสูง ซึ่งเป็นผลงจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในประเทศ โดยเนื้อสุกรนำเข้าจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดการนำเข้าเนื้อสัตว์ของมาเลเซียอย่างเข้มงวด

อินเดียย้ำจุดยืนกรณีที่อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย

กต.อินเดีย เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 6 ส.ค.68 ว่า อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบตามปัจจัยตลาดเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศให้แก่พลเมืองอินเดีย การที่สหรัฐฯ เลือกปรับมาตรการภาษีเพิ่มเติมแก่อินเดียขณะที่ประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศยังคงค้าขายกับรัสเซีย เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ไม่ยุติธรรมและไม่สมเหตุสมผล อินเดียจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียเป็นร้อยละ 50 เพื่อตอบโต้ที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย

สหรัฐฯ จะกดดันอินเดียเพิ่มขึ้นด้วยมาตรการภาษี

สนข. CNN รายงานอ้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 5 ส.ค.68 ว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มมาตรการทางภาษีศุลกากรต่ออินเดีย เนื่องจากอินเดียยืนยันนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพื่อส่งออกไปยังตลาดอื่นต่อไป ซึ่งเป็นการสนับสนุนรัสเซียให้โจมตียูเครน ด้านรัฐบาลอินเดีย ตอบโต้ว่า การนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย เป็นการสร้างหลักประกันด้านพลังงานในประเทศและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคชาวอินเดีย

ไต้หวันได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

รายงานของ US Congressional Research Service (CRS) ที่เผยแพร่เมื่อ 5 ก.ค.68 ในห้วข้อ Taiwan: Defense and Military Issues  สาระสำคัญระบุว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันกำลังขยายตัว ครอบคลุมถึงการให้ความช่วยเหลือโดยตรงและการซื้ออาวุธ  การเข้าร่วมในโครงการศึกษาและฝึกอบรมทางทหารนานาชาติเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้  ในห้วงปี 2562-2566 งบประมาณด้านการป้องกันประเทศของไต้หวันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบร้อยละ 5 ต่อปี แต่กองทัพไต้หวันยังคงเผชิญความท้าทาย อาทิ ความเห็นต่างในระดับผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการป้องปรามภัยคุกคามจากจีน  รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ พลังงาน น้ำ อาหาร และการสื่อสารมีความเสี่ยงต่อการถูกวินาศกรรม

Pacific Islands Forum อาจไม่เชิญสหรัฐฯ และจีนเข้าร่วมการประชุม

สนข.ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 4 ส.ค.68 ว่า หมู่เกาะโซโลมอนในฐานะประธานองค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum-PIF) ประจำปี 2568 อาจตัดสินใจจัดการประชุมผู้นำ PIF เฉพาะสมาชิกเท่านั้น  ใน ก.ย.68 ที่กรุงโฮนีอารา โดยไม่เชิญสหรัฐฯ และจีน รวมถึงประเทศคู่เจรจาอื่น ๆ เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากจีน ไม่ให้เชิญผู้แทนของไต้หวันเข้าร่วมการประชุม โดยที่ผ่านมา ไต้หวันเข้าร่วมการประชุม PIF ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา และใช้โอกาสนี้พบปะกับพันธมิตรในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ที่ยังคงให้การยอมรับทางการทูตกับไต้หวัน (ปาเลา ตูวาลู และหมู่เกาะมาร์แชล) ทำให้จีนไม่พอใจ  สนข.ABC News ยังอ้างว่า หมู่เกาะโซโลมอนอาจเสนอให้เลื่อนการประชุมออกไป จนกกว่าจะเสร็จสิ้นการทบทวนสถาปัตยกรรมทางการทูตระดับภูมิภาค รวมถึงข้อเสนอในการจัดตั้งระบบ “แบ่งระดับ” (tier) ใหม่สำหรับคู่เจรจาของ PIF ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนด อีกทั้งอาจใช้วิธีดังกล่าวเพื่อใช้เป็นแนวทางการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยไม่เลือกฝ่าย

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอินเดีย และ รมว.กต.อินเดียจะเยือนรัสเซียใน ส.ค.68

นายอาจิต โดวาล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ นรม.อินเดีย และนายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดียจะเยือนรัสเซียใน ส.ค.68 โดยนายโดวาล จะเดินทางช่วงต้น ส.ค.68 เพื่อหารือประเด็นการขยายความร่วมมือด้านการทหาร ขณะที่นายชัยศังกระ จะเดินทางช่วงกลาง ส.ค.68 โดยจะพบหารือกับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย และนาย Denis Manturov รอง นรม.รัสเซีย ประเด็นความร่วมมือด้านทรัพยากรในภูมิภาคอาร์กติก และการเพิ่มการส่งออกไปรัสเซีย  การเยือนดังกล่าวมีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในอัตราร้อยละ 25  และจะเพิ่มมาตรการลงโทษประเทศที่ยังค้าขายกับรัสเซีย ซึ่งอินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย รองจากจีน และยังคงจัดซื้อยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่จากรัสเซีย