ประธานาธิบดีรัสเซียขอบคุณพันธมิตรอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 73 ปี

สนข.Tass รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้รับสารแสดงความยินดีจากผู้นำประเทศพันธมิตร รวมถึงได้พูดคุยทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยประธานาธิบดีปูติน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำหลายประเทศ เช่น อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และ อินเดีย เป็นต้น ขณะที่ผู้นำจีนและเกาหลีเหนือส่งสารแสดงความยินดีผ่านระบบออนไลน์ของแอปพลิเคชัน Telegrams ซึ่งประธานาธิบดีปูตินชื่นชมว่าการอวยพรของผู้นำทุกคน ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้โทรศัพท์หรือส่งสารใดแก่ประธานาธิบดีปูติน แม้ประธานาธิบดีปูตินจะโทรศัพท์แสดงความยินดีแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 14 มิ.ย.68 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดและหารือประเด็นความมั่นคง

อาเซียนมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

ที่ประชุม ASEAN Fourth Industrial Revolution Task Force Group (A4IR-TFG) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 6 ต.ค.68 ได้หารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution-4IR) ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยเฉพาะการปรับปรุงยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (ASEAN Consolidated Strategy on the Fourth Industrial Revolution-CS4IR) ให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก เทคโนโลยีเกิดใหม่ และลำดับสำคัญของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนความคืบหน้าของความร่วมมือ 4IR ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับทักษะบุคลากร และการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม รวมถึงความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement-DEFA) เพื่อสร้างรากฐานกฎเกณฑ์ด้านการค้าดิจิทัลและนวัตกรรมระดับภูมิภาค

ไต้หวันระบุหากจีนยึดไต้หวันสำเร็จจะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ

สนข.The Straits Times รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ The Clay Travis and Buck Sexton Show ของสหรัฐฯ ระบุว่า หากจีนผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนได้ ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะจีนจะแข็งแกร่งมากขึ้นและสามารถท้าทายสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ ลดทอนระเบียบโลกที่ยึดกฎระเบียบเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งตอบคำถามถึงสิ่งที่จะพูดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หากมีโอกาสได้พบว่า จะเสนอให้ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อสิ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กำลังดำเนินการอยู่  ไม่ใช่เพียงการเพิ่มระดับการฝึกซ้อมทางทหารขนาดใหญ่ในช่องแคบไต้หวัน แต่ยังขยายกองกำลังทางทหารในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ด้วย

สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ Tomahawk ให้ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาอนุมัติการส่งขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลความเร็วต่ำกว่าเสียง Tomahawk ให้กับยูเครน ตามการร้องขอของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ยูเครนต้องชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า จะนำระบบอาวุธดังกล่าวไปโจมตีเป้าหมายใด เนื่องจากไม่ต้องการยกระดับความรุนแรงของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว ตลอดจนการสนับสนุนข่าวกรอง เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของยูเครนในการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางพลังงานของรัสเซีย  สอดคล้องกับท่าทีของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยืนยันข้อพิจารณาในการส่งมอบระบบอาวุธดังกล่าว ผ่านการขายให้กับชาติพันธมิตรในยุโรป เพื่อส่งมอบให้ยูเครนต่อไป ขณะที่รัสเซียตอบโต้ว่าจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ทั้งนี้ ขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยทำการถึง 2,500 กม. ซึ่งสามารถโจมตีถึงกรุงมอสโกของรัสเซีย

ประธานประเทศลาวเตรียมเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ

สนข.Yonhap รายงานอ้าง สนข. KCNA ของเกาหลีเหนือว่า ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว เตรียมเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมวันครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลีเหนือใน 10 ต.ค.68 ตามคำเชิญของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ลาวและเกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทวิภาคีเมื่อปี 2517

อินเดียกำลังสอบสวนการทุ่มตลาดของแผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์จากเกาหลีใต้ เวียดนาม และไทย

พณ.อินเดียกำลังสอบสวนการทุ่มตลาดของสินค้าประเภท แผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์ที่มีต้นกำเนิดหรือส่งออกจากเกาหลีใต้ เวียดนามและไทย ตามประกาศของสำนักงาน Directorate General of Trade Remedies (DGTR) ซึ่งดูแลการทุ่มตลาด หลังได้คำร้องจาก บ. RenewSys ผู้ผลิตสารห่อหุ้มและแผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์  บ. Vishakha Renewables และ บ. Navitas Alpha Renewables ที่แจ้งว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีข้อแตกต่างจากสินค้าที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยการสอบสวนจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจากเกาหลีใต้ เวียดนาม และไทยในห้วง 1 เม.ย.67 – 31 มี.ค.68 และมีระยะเวลาสำหรับการยื่นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเป็นระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศเมื่อ 29 ก.ย.68

เยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มฮะมาสและมีแผนปฏิบัติการในเยอรมนี

เจ้าหน้าที่เยอรมนีจับกุมชาย 3 คนที่กรุงเบอร์ลินเมื่อ 1 ต.ค.68  ฐานต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มฮะมาสและมีแผนโจมตีเป้าหมายชาวยิวและอิสราเอลในเยอรมนี  ผู้ต้องสงสัย ได้แก่ นาย Abed Al G. และ Ahmad ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน และนาย Wael F. M. ชาวเลบานอน ได้จัดหาอาวุธปืนรวมถึงปืน AK-47 ปืนพก และกระสุน ซึ่งถูกยึดได้ระหว่างการจับกุม พร้อมกับการตรวจค้นในเมือง Leipzig และ Oberhausen ทั้งสามเผชิญข้อหาเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติและเตรียมก่อเหตุร้ายแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ด้านนาย Alexander Dobrindt รมว.มท. ยกย่องการทำงานของตำรวจที่สามารถป้องกันภัยคุกคามสำคัญได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังคงเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย ขณะที่กลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวปราศจากมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง ศาลจะมีคำสั่งใน 2 ต.ค.68 ว่าจะคุมขังผู้ต้องสงสัยทั้งสามระหว่างการพิจารณาคดีหรือไม่

อาวุธจากจีนเป็นจุดเปลี่ยนสงครามไทย-กัมพูชา 

นสพ.The New York Times ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความระบุ อาวุธจากจีนเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยอ้างรายงานข่าวกรองทางทหารของไทยว่า เมื่อ มิ.ย. 68 จีนได้ขนส่งจรวด กระสุนปืนใหญ่ และปืนครก ไปยังกัมพูชา จำนวน 42 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยจัดเก็บไว้ใกล้กับฐานทัพเรือเรียม และต่อมาอาวุธดังกล่าวถูกลำเลียงไปยังชายแดนทางเหนือของกัมพูชาซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทกับไทย สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชน Fortify Rights ที่ระบุว่า จรวดที่กัมพูชาใช้โจมตีไทยส่วนใหญ่มาจากจีน รายงานการขนส่งอาวุธดังกล่าว ทำให้ความพยายามของจีนที่จะแสดงบทบาทเป็นคนกลางผลักดันสันติภาพในเอเชีย ตอ.ต.ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า การส่งมอบอาวุธน่าจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้นำระดับสูงของจีน และด้วยการสนับสนุนจากจีน อาจทำให้นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มั่นใจว่ากัมพูชาอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าในอดีต ส่งผลให้ความขัดแย้งครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการใช้อาวุธหนักแทนการใช้ปืนไรเฟิลและปืนเล็ก โดยในปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์ปะทะครั้งใหญ่ระหว่างกัมพูชากับไทย กัมพูชาเผชิญกับปัญหาขาดแคลนอาวุธ ซึ่งผลักดันให้กัมพูชากระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับจีน หลังจากนั้นจีนได้กลายเป็นผู้สนับสนุนทางทหารหลักของกัมพูชา ทั้งสองประเทศได้จัดการฝึกซ้อมรบประจำปีร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และในปี 2561 จีนยังให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กัมพูชามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ปัจจุบันอาวุธส่วนใหญ่ในคลังของกัมพูชามาจากจีน

สินค้าจีนมีแนวโน้มทะลักเข้าไทยมากขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดระบุว่า สินค้าจากจีนมีแนวโน้มไหลทะลักเข้าสู่ไทย และภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.  ซึ่งมีปัจจัยมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาวิกฤตของภาคอสังหาริมทรัพย์และการฟื้นฟูการบริโภคภายในประเทศ ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างอยู่ให้กลายเป็นพื้นที่ค้าปลีก การเพิ่มเงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการและประชาชน โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยกำลังซื้อในประเทศยังไม่เพียงพอ ประกอบกับการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ เผชิญกับการปรับขึ้นภาษี ทำให้ผู้ประกอบการจีนต้องหาตลาดรองเพื่อระบายสินค้าส่วนเกิน โดยเฉพาะอาเซียนและไทย ซึ่งยังกลายเป็นพื้นที่ประกอบชิ้นส่วนและขนส่งต่อเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ อีกด้วย นอกจากนี้ จีนยังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าในพื้นที่ชนบท ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์ในชนบทกว่า 20 ล้านราย สามารถส่งออกสินค้าได้ในราคาถูก ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนยังใช้ระบบอัลกอริทึม และเครือข่ายในการกระจายสินค้าเพื่อผลักดันสินค้าจีนให้เข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สินค้าไทยเสียเปรียบในการแข่งขันด้านราคา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อผู้ค้ารายย่อยไทยอย่างมาก

ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบจากชัตดาวน์สหรัฐฯ

หลายภาคส่วนเศรษฐกิจให้ความสนใจต่อกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในภาวะปิดทำการ (ชัตดาวน์) โดยประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะส่งผลกระทบต่อไทย คือ ปัญหาเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อไป ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยที่จะชะลอตัวมากขึ้น เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และส่งผลต่อภาคการส่งออกไทยเพราะสินค้าจะสามารถแข่งขันในตลาดได้ยากขึ้นจากราคาที่แพงขึ้น กับทั้งอาจได้รับคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ อาจล่าช้าจากการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารสินค้านำเข้า ซึ่งทั้งหมดทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูญเสียมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ สูงถึง ๑๐,๖๘๐ ล้านบาทต่อเดือน