คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 40

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,018 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน +/- 3) จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 24 – 26 ต.ค.68 ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 40  ซึ่งลดลงจากการสำรวจเมื่อห้วง 15 – 20 ต.ค.68 ที่อญุ่ในระดับร้อยละ 42 เนื่องจากความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อการจัดการปัญหาค่าครองชีพ และไม่เห็นด้วยกับมาตรการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ถึงร้อยละ 63  ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 ของการสำรวจก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ชาวอเมริกันมีความกังวลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับภาวะ government shutdown  ซึ่งยาวนานเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยร้อยละ 29  ไม่สนใจหรือดีใจกับภาวะดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 20 รู้สึกโกรธ และประมาณร้อยละ 50 รู้สึกหงุดหงิด โดยส่วนใหญ่เห็นว่าภาวะดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ไทยและสิงคโปร์ส่งออกพลังงานไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือมาเลเซีย

Bernama และ Malay Mail รายงานอ้าง Datuk Seri Fadillah Yusof รอง นรม.และ รมว.เปลี่ยนผ่านพลังงานและทรัพยากรน้ำของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ไทยและสิงคโปร์ได้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารวม 800 เมกะวัตต์ ให้แก่มาเลเซียช่วงที่มาเลเซียเผชิญกับเหตุไฟดับเป็นวงกว้างใน 15 ต.ค.68 และสถานการณ์ดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรอบความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid-APG) ในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเห็นชอบหลักการเรื่องการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศ และเตรียมเริ่มดำเนินโครงการ Large Scale Solar 6 ภายในต้นปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของมาเลเซียด้วย

ข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาอาจไม่ยั่งยืน

SCMP รายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา มองว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์เพียงชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่ทางออกระยะยาว เนื่องจากยังไม่ได้แก้ไขสาเหตุหลักจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับแผนที่ที่ใช้ปักปันเขตแดน และแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท ซึ่งไทยต้องการเจรจาทวิภาคี ขณะที่กัมพูชาต้องการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) นอกจากนี้ ข้อตกลงยังไม่ใช่สนธิสัญญาทางกฎหมายที่มีข้อกำหนดในการบังคับใช้ หรือผลที่ตามมาหากมีการละเมิด ซึ่งอาจยากที่จะรักษาข้อตกลงไว้ได้ เมื่อพิจารณาจากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เคยเกิดขึ้น และความตึงเครียดอาจปะทุขึ้นอีกจากกระแสชาตินิยมในทั้งสองประเทศ พร้อมเสนอให้ขยายคณะผู้สังเกตการณ์ให้มีทหารเข้าร่วมมากขึ้น เพื่อติดตามสถานการณ์และบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของจีนที่ลดลง ทั้งที่จีนพยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาค และสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในอาเซียน

การที่จีนลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม

  Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ปัจจุบันเงินทุนจากจีนกำลังครองตลาด ทั้งการเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงการเข้ามาดำเนินกิจการร้านค้า และร้านอาหาร จนบางพื้นที่เกิดเป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ โดยมีการใช้นอมินีในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ที่ยากต่อการตรวจสอบและควบคุม ขณะที่กิจการที่ดำเนินการโดยชาวจีนมีการจ้างงานคนท้องถิ่นและกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจให้ไทยเพียงเล็กน้อย จึงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการบิดเบือนโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของไทย เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร ซึ่งผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ไทยต้องกำหนดกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ประธานาธิบดีจีนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 จะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้  อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ เชื่อว่า  ประธานาธิบดีสี จะพิจารณาเยือนฟิลิปปินส์หากการเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-COC) มีความคืบหน้าไปมากแล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำให้ COC สำเร็จตามเป้าหมาย ในวาระที่ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะแสวงหาหนทางอื่นในการจัดการข้อพิพาท และจำกำหนดความสัมพันธ์กับจีนใหม่ในมิติอื่น นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้   เช่น การค้า การแลกเปลื่ยน การเกี่ยวพันในประเด็นอื่นๆ

อินโดนีเซียระบุกัมพูชายังไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงาน

นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Abdul Muhaimin Iskandar รมว.ประสานงานด้านเสริมสร้างศักยภาพประชาชนของอินโดนีเซีย เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังตอบรับข้อเสนอจากกัมพูชา ซึ่งยังเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงานข้ามชาติ   เนื่องจากไม่มีข้อตกลงทวีภาคีที่เป็นกลไกการปกป้องแรงงาน ปัจจุบัน มีแรงงานอินโดนีเซียในกัมพูชามากกว่า 100,000 คน รวมทั้งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการ ซึ่งรองรับชุมชนชาวอินโดนีเซียที่ขยายตัว ที่ผ่านมาทางการอินโดนีเซียออกคำเตือนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เลือกกัมพูชาเป็นปลายทางในการทำงาน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ามีชาวอินโดนีเซียเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชาจำนวนมาก

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสริมสร้างความมั่นคงและการทหารในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 29 ต.ค.68 ว่านายปีเตอร์ เฮ็กเซ็ธ รมว.กห.สหรัฐฯ พบหารือกับนายชินจิโร่ โคอิซุมิ รมว.กห.ญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมทั้งแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบสนองของพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการส่งเสริมกิจการทางการทหาร อาทิ การซ้อมรบ การใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถทางความมั่นคงผ่านการลงทุน และสนับสนุนระบบการป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่นและขีดความสามารถทางความมั่นคงทางทะเลในมิติน่านฟ้าเหนือทะเล พื้นทะเลใต้น้ำ และการรบใต้น้ำ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจากจีน

สิงคโปร์ชื่นชมผลการหารือกับ นรม.ไทยนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นรม.สิงคโปร์ระบุผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อ 27 ต.ค.68 ว่าได้พบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยที่มีมามากกว่า 60 ปี บนพื้นฐานของความไว้วางใจและเคารพกันและกัน โดยความร่วมมือมีความเข้มแข็งและหลากหลาย ครอบคลุมด้านการเงินดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะสานต่อความเป็นพันธมิตรผู้บุกเบิกในภาคส่วนใหม่ๆ และจะได้หารือมากขึ้นในโอกาสที่ นรม.อนุทินจะเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการต่อไป ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์ยินดีที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่ นรม.มีดำริจะจัดขึ้น ขณะที่ นรม.อนุทินตอบรับคำเชิญเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการใน 7 พ.ย.68  โดยสองฝ่ายเตรียมจะลงนาม MOU ระหว่างกันในเรื่องการค้าข้าวระหว่างการเยือนด้วย

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและแร่หายาก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับและประชุมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 28 ต.ค.68 ที่กรุงโตเกียว และได้ลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงการมุ่งสู่ยุคทองใหม่แห่งความเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนที่ตกลงก่อนหน้านี้  และ 2) กรอบความร่วมมือด้านการจัดหาแร่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Minerals) และแร่หายาก (Rare Earths)  โดยอาศัยเครื่องมือทางนโยบาย เช่น กลไกสนับสนุนทางการเงิน มาตรการทางการค้า และการสำรองแร่   ทั้งนี้ นรม.ญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะสร้างยุคทองใหม่แห่งพันธมิตรญี่ปุ่น–สหรัฐฯ ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ  และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่ายในขณะนี้เป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เลขาธิการ UN ยินดีกับการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงเมื่อ 26 ต.ค.68 ยินดีต่อการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย (the Joint Declaration between Cambodia and Thailand) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ ก.ค.68 อีกทั้งยินดีกับความพยายามเพื่อบรรเทาทุกข์ของพลเรือน และความร่วมมือในการกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รวมทั้งหวังว่าคำแถลงร่วมฉบับนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน นอกจากนี้ เลขาธิการ UN ยังชื่นชมบทบาทสำคัญของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และสหรัฐฯ ที่อำนวยความสะดวกในกระบวนการจัดทำคำแถลงร่วม โดย UN ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค