ผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซียยังไม่บรรลุข้อตกลงยุติสงครามยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย แถลงหลังเสร็จสิ้นการหารือกันกว่า 3 ชม. เมื่อ 15 ส.ค.68 ว่า เป็นไปด้วยดีและมีความคืบหน้าอย่างยิ่ง แม้ข้อตกลงยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่เสร็จสิ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะนำผลการหารือครั้งนี้ ไปหารือกับพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวเสริมว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และนอกจากประเด็นยูเครนแล้ว ยังมีการหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือทางธุรกิจการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือในพื้นที่อาร์กติกและการสำรวจอวกาศ ทั้งนี้ การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซีย ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ผู้นำทั้งสองประเทศพบหารือกันในดินแดนสหรัฐฯ

ญี่ปุ่นเห็นว่าการเยือนของ รมว.กต.ไต้หวันกระทบความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีน

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 16 ส.ค.68 ว่า บุคคลหลายรายในรัฐบาลญี่ปุ่นเห็นว่า การที่นาย Lin Chia-Lung รมว.กต.ไต้หวัน เยือนญี่ปุ่น เมื่อ ก.ค.68 เป็นเหตุให้นาย Han Jun รมว.กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนยกเลิกการเยือนญี่ปุ่น เพื่อพบหารือกับนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงจากเดิมที่เคยกำหนดไว้เป็น 12 ส.ค.68 ขณะที่นายฮายาชิ โยชิมาซะ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่นระบุว่าเนื่องจากกำหนดการและห้วงเวลาการพบหารือที่ทั้งสองฝ่ายเสนอไม่ตรงกัน ส่วนฝ่ายไต้หวันระบุว่าการเยือนญี่ปุ่นของนาย Lin เป็นการเยือนเป็นการส่วนตัว

รัสเซียประกาศรายชื่อคณะผู้แทนสำหรับการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ

สนข.TASS รายงานอ้างนายยูริ อุชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า คณะผู้แทนรัสเซียที่จะร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ ใน 15 ส.ค.68 ที่รัฐอะแลสกา ประกอบด้วย 1) นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย 2) นายยูริ อุชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย 3) นายอังเดร เบลูซอฟ รมว.กห.รัสเซีย 4) แอนตัน สิลูอานอฟ รมว.กค. และ 5) นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ หัวหน้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) และผู้แทนพิเศษด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประธานาธิบดีรัสเซีย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มหารือในเวลาประมาณ 22.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก) โดยมีคณะผู้แทนของฝ่ายละ 5 คนเข้าร่วม และผู้นำทั้งสองประเทศจะแถลงข่าวร่วมภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น

สิงคโปร์สอบสวนคดีบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่า 100 ราย

สธ. และสำนักงานวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า ปัจจุบัน มีผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนมากกว่า 100 คนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การครอบครอง การจำหน่าย หรือการนำเข้าอุปกรณ์ไอระเหย ซึ่งมีอย่างน้อย 5 คนที่ถูกตั้งข้อหาในศาลจากการจำหน่ายหรือส่งออก Kpods ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติมที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสมของสารอีโทมิดาท ซึ่งเป็นยาระงับความรู้สึกที่ใช้ในทางการแพทย์และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากใช้ผิดวิธี

อินโดนีเซียไม่เคยเจรจากับอิสราเอลเพื่อรับผู้อพยพชาวปาเลสไตน์

กต.อินโดนีเซีย เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า อินโดนีเซียไม่เคยเจรจากับอิสราเอลในประเด็นการรองรับชาวปาเลสไตน์ที่อพยพจากฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้รายงานของสื่อมวลชนอิสราเอลซึ่งระบุว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่อิสราเอลเจรจาให้เป็นพื้นที่รองรับการย้ายถิ่นฐานถาวรของชาวปาเลสไตน์ รวมถึงยูกันดา เซาท์ซูดาน ลิเบีย และโซมาลีแลนด์ ก่อนหน้านี้ รมช.กต.อินโดนีเซีย ยังได้แถลงชี้แจงแผนการรองรับการรักษาพยาบาลชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา จำนวน 2,000 คน ในอินโดนีเซีย ซึ่งเบื้องต้นมีแผนจะจัดขึ้นบนเกาะ Galang จังหวัดหมู่เกาะรีเยา ว่าไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมแผนการอพยพถาวรของกลุ่มไซออนิสต์ แต่เป็นปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม

ฟิลิปปินส์ยืนยันเรือรบสหรัฐฯ มีเสรีภาพการเดินเรือในทะเลอาณาเขตฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

สำนักข่าว PNA ของทางการฟิลิปปินส์รายงาน อ้างคำแถลงของ กต.ฟิลิปปินส์ เมื่อ 13 ส.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ รับทราบปฏิบัติการของเรือรบ USS Higgins และ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ เพื่อแสดงเสรีภาพการเดินเรือ บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ ในทะเลจีนใต้ หลังจากเหตุเรือจีนชนกันเองในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) ฟิลิปปินส์จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งให้สหรัฐฯ ทราบถึงสิทธิและเสรีภาพ การเดินเรือที่มีเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อสัญจรผ่านเส้นทางเดินเรือ  ในทะเลอาณาเขตและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์

รัสเซียจำกัดการโทรผ่านแอปพลิเคชัน Whatsapp และ Telegram เพื่อป้องกันการฉ้อโกง

สนข.TASS รายงานเมื่อ 13 ส.ค.68 ว่า Roskomnadzor ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อมวลชนของรัสเซียประกาศใช้มาตรการจำกัดการโทรด้วยเสียงบางส่วนผ่านแอปพลิเคชัน Whatsapp และ Telegram เพื่อต่อต้านการฉ้อโกง  Roskomnadzor อ้างว่าบริการโทรด้วยเสียงของทั้งสองแอปพลิเคชันเป็นช่องทางของการหลอกลวงรีดไถเงินจากชาวรัสเซีย รวมทั้งการชักจูงชาวรัสเซียให้เข้าร่วมการก่อวินาศกรรมและการก่อการร้าย ทั้งนี้ มาตรการจำกัดการโทรด้วยเสียงอาจยกเลิกในภายหลัง หากผู้ให้บริการแอปพลิเคชันปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสื่อสารมวลชนของรัสเซีย อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนตะวันตกหลายสำนักมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นข้ออ้างของทางการรัสเซียในการจำกัดเสรีภาพทางการสื่อสาร

ญี่ปุ่นเริ่มการสอบสวนการทุ่มตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนและเกาหลีใต้

แถลงการณ์ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรรม ของญี่ปุ่น เมื่อ 13 ส.ค.68 ระบุว่า ญี่ปุ่นเริ่มการสอบสวนข้อกล่าวหาการทุ่มตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กกัลวาไนซ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างซึ่งนำเข้าจากจีน (ไม่รวมฮ่องกงและมาเก๊า) และเกาหลีใต้ ภายหลังบริษัทผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ในญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย Nippon Steel Corp Nippon Steel Coated Sheet Corp Kobe Steel Ltd และ Yodogawa Steel Works Ltd ได้ยื่นคำร้อง เมื่อ 28 เม.ย.68 ว่า ผลิตภัณฑ์เหล็กที่นำเข้าจากประเทศดังกล่าว มีราคาต่ำกว่าราคาตลาด ส่งผลให้บริษัทในประเทศต้องลดราคาเหล็กลง

จีนยืนยันว่าความร่วมมือกับหมู่เกาะคุกไม่เกี่ยวข้องกับการทหารและความมั่นคง

นายหวัง เสี่ยวหลง ออท.จีน/นิวซีแลนด์ หมู่เกาะคุก และนีวเว กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีการปกครองตนเองของหมู่เกาะคุก เมื่อ 4 ส.ค.68 ว่า แผนปฏิบัติการว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีนกับหมู่เกาะคุก ปี 2568-2573  มุ่งเน้นความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับทางทหารและความมั่นคง  ทั้งยังเผยแพร่เอกสารความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันสู่สาธารณะ และกิจการระหว่างจีนกับหมู่เกาะคุกไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศที่สาม ด้านนายมาร์ค บราวน์ นรม.หมู่เกาะคุก ยืนยันว่า ความสัมพันธ์กับจีนไม่ได้ทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างหมู่เกาะคุกกับนิวซีแลนด์หรือประเทศอื่น

รัสเซียอ้างว่ายูเครนเพิ่มการโจมตีห้วงก่อนการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ

สนข.TASS รายงานอ้างการสัมภาษณ์นาย Rodion Miroshnik เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงของรัสเซียรับผิดชอบด้านการติดตามอาชญากรรมของระบอบเคียฟ (มีนัยถึงรัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้) เมื่อ 12 ส.ค.68 ว่า ยูเครนเพิ่มจำนวนการโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในห้วงการเตรียมการจัดประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ ใน 15 ส.ค.68 โดยห้วงต้น ส.ค.68 ก่อนการประกาศกำหนดการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ เมื่อ 8 ส.ค.68 ยูเครนโจมตีเข้าในพื้นที่รัสเซียที่มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 50 แห่ง ขณะที่หลังการประกาศฯ ยูเครนขยายพื้นที่โจมตีเป็น 138 แห่ง เมื่อ 9 ส.ค.68 และ 128 แห่ง เมื่อ 10 ส.ค.68 ส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายที่แคว้นเบลโกรอด แคว้นคุสค์ และแคว้นลูฮันสค์ ซึ่งมีพรมแดนติดด้านตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 105 คน