ประธานาธิบดีทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลร้อยละ 50

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งผู้บริหาร เมื่อ 30 ก.ค.68 ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิลทุกชนิด จากที่เรียกเก็บอยู่แล้วร้อยละ 10เป็นร้อยละ 50 ยกเว้นกลุ่มสินค้าประเภทเครื่องบินพาณิชย์และชิ้นส่วน น้ำส้มคั้นสด เยื่อไม้ เชื้อเพลิงหรือพลังงาน ปุ๋ย โลหะซิลิคอนบางชนิด เหล็กดิบ อะลูมิเนียม และแร่ดีบุก จะยังคงอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ไว้ตามเดิม เริ่มมีผลบังคับใช้ใน 6 ส.ค.68 โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้รัฐบาลบราซิลภายใต้ประธานาธิบดีลูลา ดาซิลวา ที่ใช้กลไกทางกฎหมายกีดกันฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง  และการใช้อำนาจตุลาการของบราซิลคุกคามนโยบายของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งหนังสือถึงประธานาธิบดีบราซิล เมื่อ 9 ก.ค.68 ขู่ว่า   จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิล ร้อยละ 50 ตั้งแต่ 1 ส.ค.68

มาเลเซียผลักดันการพัฒนารัฐตอนเหนือที่ติดกับชายแดนไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 31 ก.ค.68 ว่า มาเลเซียตั้งเป้าหมายการลงทุน มูลค่า 367,800 ล้านริงกิต (ประมาณ 2,827,000 ล้านบาท) และสร้างงาน จำนวน 412,000 อัตรา เพื่อพัฒนารัฐตอนเหนือที่ติดกับไทย เฉพาะอย่างยิ่งในเขตบูกิตกายูฮิตัม และปาดัง เตอรัป ในรัฐเกดะห์ ตามแนวทางการพัฒนา Northern Corridor Economic Region ประจำปี 2567-2573 โดยเน้นไปที่บริการขั้นสูง การผลิตมูลค่าสูง และเกษตรกรรมสมัยใหม่ ซึ่งได้มีการริเริ่มโครงการไปบ้างแล้ว เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรัฐเกดะห์ รวมทั้งยังใช้ประโยชน์จากความร่วมมือภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย-ไทย (Indonesia – Malaysia-Thailand Growth Triangle-IMT-GT) เช่น อุตสาหกรรมฮาลาล การแปรรูปยาง โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเฉพาะกับจังหวัดชายแดนใต้ของไทยด้วย

โครงการโรงงานเหล็กหมายเลข 2 จะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบใน พ.ย.69 ที่ จ.ตองจี รัฐฉาน

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 29 ก.ค.68 ว่า โครงการโรงงานเหล็กหมายเลข 2 ที่ จ.ตองจี รัฐฉาน จะเปิดเต็มรูปแบบใน พ.ย.69  ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างบริษัท Myanmar Economic Corporation (MEC) ที่เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กองทัพเมียนมา กับบริษัท VO Tyazhpromexport ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของรัฐวิสาหกิจรัสเซีย Rostec เพื่อการสกัดและแปรรูปแร่เหล็ก โครงการนี้ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2547 ถูกระงับการดำเนินการเมื่อปี 2560 จากรัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD)  อย่างไรก็ดี หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2564 พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และ นรม.เมียนมา พยายามฟื้นฟูโครงการโรงงานเหล็กอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือจากรัสเซีย เพื่อลดการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า

ญี่ปุ่นประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวใกล้คาบสมุทรคัมซัตคาของรัสเซีย

  รายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เมื่อ 30 ก.ค.68 ระบุว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้คาบสมุทรคัมซัตคา (Kamchatka Peninsula) ของรัสเซีย เมื่อเวลา 08.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขนาด 8.8 แมกนิจูด และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิระดับสีแดง (ระดับสูงสุด) ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่น นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า จุดเกิดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเกาะฮอกไกโด ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ประมาณ 250 กม. โดยได้รับแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย และยังไม่มีรายงานความเสียหาย ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรพาฟลอฟสก์ของรัสเซีย ไปทางตอ.ต.ประมาณ 136 กิโลเมตร และลึก 19.3 กิโลเมตร 

มาเลเซียเตรียมใช้ระบบ AI ดูแลชายแดนทั่วประเทศ

สนข.New Straits Times รายงานเมื่อ 30 ก.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายใน มาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียเตรียมเปิดตัวระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบบูรณาการ (The National Integrated Immigration System-NIISe) ทั่วประเทศ ภายใน มี.ค.69 ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลเชิงรุก เช่น ระบบจดจำข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ ใบหน้า ลายนิ้วมือ และม่านตา เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่เข้ามาในประเทศได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) เช่น ประวัติอาชญากรรม การใช้เอกสารปลอม หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายถิ่นฐาน 

คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงต่ำสุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,023 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน +/- 3) จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 25 – 27 ก.ค.68 ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ปรับลดลง เมื่อห้วง 15 -16 ก.ค.68 เหลือร้อยละ 40 ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เนื่องจากชาวอเมริกันห่วงกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและผู้อพยพของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่วนร้อยละ 38 ของชาวอเมริกัน เห็นด้วยกับนโยบายเศรษฐกิจ และร้อยละ 43 เห็นด้วยกับนโยบายผู้อพยพ

UN แสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงผ่าน X เมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเห็นว่าเป็นพัฒนาการที่ดีในการยุติสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมย้ำว่า UN พร้อมให้การสนับสนุนทุกความพยายามที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

จีนยินดีต่อความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

นายกัว เจียคุน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อเมื่อ 28 ก.ค.68 กรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จีนเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียที่เกิดจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะกระทำการเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในประเทศ ยึดมั่นในสันติภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รวมทั้งยับยั้งชั่งใจ ยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือ จีนชื่นชมอาเซียนที่ผลักดันการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย และยินดีกับการคลี่คลายความตึงเครียด โดยจีนที่ยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและเป็นธรรม จะยังรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับไทยและกัมพูชา ส่งเสริมสันติภาพและอำนวยความสะดวกในการเจรจา และแสดงบทบาทเชิงสร้างสร้างเพื่อส่งเสริมการหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง

สื่ออินเดียติดตามรายงานการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา

สื่อหลักของอินเดียยังคงให้ความสำคัญในการติดตามรายงานสถานการณ์การปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา  อาทิ สนข.The Press Trust of India (PTI) และเว็บไซต์ ndtv.com เมื่อ 29 ก.ค.68 อ้างสนข. AP ประเด็นการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาว่าจะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่ โดยกองทัพไทยกล่าวว่ากัมพูชาเปิดฉากโจมตีในหลายพื้นที่หลังจากการหยุดยิงที่ควรมีผลตามกำหนด ในขณะที่กัมพูชาปฏิเสธไม่มีการยิงโจมตีสถานที่ใด ๆ

ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

  นสพ.Manila times รายงานอ้างการวิเคราะห์ของ Maybank FX Research & Strategy เมื่อ 28 ก.ค.68 ว่า ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย (รูเปียห์) มาเลเซีย (ริงกิต) ฟิลิปปินส์ (เปโซ) และไทย (บาท) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ อาเซียนยังได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เอื้อต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนในตลาดเกิดใหม่