นรม.ญี่ปุ่นประกาศลาออกจากตำแหน่ง

สนข. Japan Times รายงานเมื่อ 7 ก.ย.68 อ้างการแถลงข่าวของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อวันเดียวกันว่า ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นถัดไปเข้าบริหารประเทศ เนื่องจากเห็นว่าเป็นห้วงเวลาที่เหมาะสม และการเจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็นมาตรการทางภาษี ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ระดับประเทศ บรรลุผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายแล้วเมื่อ 5 ก.ย.68   การประกาศลาออกของนายอิชิบะมีขึ้น 1 วัน ก่อนที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) จะจัดการลงมติภายในพรรคว่าสมาชิกพรรคประสงค์จะให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งของนายอิชิบะจะสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังญี่ปุ่นจัดการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อ 20 ก.ค.68 ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค LDP  พรรครัฐบาล และพรรคโคเม (Komeito) พรรคร่วมรัฐบาล สูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภา

ฟิลิปปินส์เตรียมผ่อนคลายวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน

สนข. PNA รายงานเมื่อ 7 ก.ย.68 ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ (DOT) กำลังผลักดันให้มีการผ่อนคลายข้อกำหนดด้านวีซ่า รวมถึงการกลับมาใช้วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยมีจำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากเกาหลีใต้ ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีกฎระเบียบการขอวีซ่าที่เข้มงวด ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ที่มีการยกเว้นวีซ่า ทั้งนี้ DOT ได้กล่าวถึงพัฒนาการหลังฟิลิปปินส์ประกาศยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเมื่อ ส.ค.68 มีอัตราการเติบโตเป็นร้อยละ 4.93 จากเดิมร้อยละ -21 เมื่อ ม.ค.68 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อห้วง ม.ค. – ส.ค.68 ลดลงเหลือ 182,228 คน จากเดิม 241,041 คน เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2567

ผู้นำยุโรป จะเยือนสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 8 ก.ย.68 ที่เปิดเผยว่า ผู้นำประเทศในยุโรป จะเยือนสหรัฐฯ 8 หรือ 9 ก.ย.68 เพื่อหารือถึงการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน  และตนจะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินในเร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังแสดงความไม่พอใจกับสถานการณ์การสู้รบรัสเซีย-ยูเครนในห้วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มั่นใจว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน

จีนแสดงความยินดีต่อ นรม.ไทย คนใหม่

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 5 ก.ย.68 แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในโอกาสที่ได้รับเลือกเป็น นรม. คนที่ 32 ของไทย  รวมทั้งในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย จีนพร้อมจะร่วมมือกับไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงรูปธรรม การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ และความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะผลักดันการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาคร่วมกัน

สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทให้กับประเทศคู่ค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 5 ก.ย.68 ยกเว้นภาษีนำเข้าบางส่วนแก่ประเทศคู่ค้าที่บรรลุข้อตกลงด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น นิกเกิล ทองคำ และโลหะอื่น ๆ รวมถึงสารประกอบทางเภสัชภัณฑ์และสารเคมีภัณฑ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ก.ย.68 ในหมวดหมู่สินค้ามากกว่า 45 ประเภท หากประเทศคู่ค้าสามารถทำข้อตกลงกรอบความร่วมมือเพื่อลดภาษีตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมาตรา 232 ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีขึ้นอยู่กับขอบเขตและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพันธกรณีที่ประเทศคู่ค้ามีต่อสหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ตลอดจนผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ

ไทยกำลังสร้างจุดยืนด้าน AI ด้วยการเป็นศูนย์กลางผลิตแผงวงจรพิมพ์

Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ในไทย ซึ่งในห้วงเวลาไม่ถึง 3 ปี มีผู้ผลิต PCB จากจีนและไต้หวันกว่า 60 ราย เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยศูนย์ยุทธศาสตร์นานาชาติด้านอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของไต้หวัน ประเมินว่ามูลค่าการผลิต PCB ในไทยจะขยายตัวจาก 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 5,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 7.6 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดย PCB เป็นส่วนประกอบในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ชิป ใช้ทั้งในโทรศัพท์ รถยนต์ เครื่องบิน ศูนย์ข้อมูล และระบบป้องกันประเทศ ซึ่งไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางการผลิต PCB ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน แต่การเข้ามาในไทยของผู้ผลิต PCB ยังเผชิญความท้าทาย ทั้งด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรมในการทำงาน การขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะวิศวกรด้าน PCB และผู้ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ รวมถึงการแข่งขันสูงในการทำธุรกิจ ขณะที่ระบบนิเวศของอุตสาหกรรม PCB ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น…

ไทยเผชิญปัญหาอุทกภัยเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลลานีญา

  องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ลานีญาจะกลับมาอีกครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศโลกตั้งแต่ ก.ย. – พ.ย. 68 โดยอาจทำให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักหรือเกิดภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งแม้ลานีญาจะทำให้อุณหภูมิลดลง แต่อุณหภูมิโลกโดยรวมยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ จึงก่อให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ด้านนักวิชาการไทยประเมินคล้ายกันว่าไทยจะเผชิญความเสี่ยงจากพายุที่มีความรุนแรงและความถี่สูงขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณฝนและความเร็วลมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังชี้ว่ามีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหาอุทกภัย เช่น การจัดการน้ำที่ยังไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การวางผังเมืองที่ไม่รอบคอบ รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งพบว่าขีดความสามารถของแต่ละชุมชนในการจัดการน้ำมีความแตกต่างกัน โดยหลายพื้นที่ยังขาดความเข้าใจในข้อจำกัดและศักยภาพของตนเอง

พบกลุ่มรับอุปการะเด็กในโซเชียลมีเดียที่อาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์

พบการตั้งกลุ่มพูดคุยสำหรับผู้ที่ต้องการอุปการะบุตรบุญธรรมบนเฟซบุ๊กหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีสมาชิกตั้งแต่หลักพันถึงหมื่นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดต่อกับผู้ปกครองที่ไม่สามารถดูแลบุตรของตนเองได้ โดยการพูดคุยส่วนใหญ่เป็นการประกาศขอรับอุปการะเด็ก ซึ่งมีทั้งผู้ปกครองที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ รวมถึงตัวเด็กเองมาประกาศหาผู้รับอุปการะ โดยพบว่าหลายกรณีมีการเรียกเงินหรือเสนอสินน้ำใจเพื่อแลกกับตัวเด็ก รวมถึงการยินยอมให้ผู้รับอุปการะมีสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดู ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก เนื่องจากบุคคลส่วนใหญ่ที่เข้ามาในกลุ่มเป็นผู้ไม่ระบุตัวตน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประวัติ ความน่าเชื่อถือ หรือเจตนาที่แท้จริงได้ ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ รวมถึงการตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้กลุ่มอาชญากรรมเข้ามาหาผลประโยชน์โดยใช้ข้ออ้างการอุปการะเป็นฉากบังหน้า

ขบวนการต่างชาติจัดหาหญิงไทยเพื่อรับจ้างอุ้มบุญ

พบกลุ่มนายหน้าลักลอบจัดหาหญิงไทยเพื่อรับจ้างตั้งครรภ์แทน (อุ้มบุญ) ให้กับผู้ว่าจ้างชาวต่างชาติ โดยการโพสต์ข้อความในลักษณะเชิญชวนอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และไลน์ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการว่าจ้างและอัตราค่าตอบแทน ซึ่งแม่อุ้มบุญจะได้รับค่าจ้างประมาณ 400,000 – 550,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและระยะเวลาของกระบวนการ โดยจะมีกลุ่มนายหน้าเป็นผู้ดูแลกระบวนการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาผู้หญิง ฝังตัวอ่อน จนถึงการคลอดเด็ก รวมถึงจัดเตรียมค่าอาหาร ที่พัก ซิมเน็ต และเงินก้อนแรกเมื่อเดินทางถึง เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับจ้าง และบางกรณีจะต้องสามารถจดทะเบียนสมรสกับผู้ว่าจ้างอีกด้วย ส่วนสถานที่ดำเนินการมีทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น กัมพูชา มาเลเซีย ไต้หวัน และจอร์เจีย ทั้งนี้ แม้หญิงไทยบางส่วนยอมทำด้วยตนเองเพื่อหารายได้ แต่อาจมีบางส่วนที่ถูกหลอกลวงหรืออาจเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

มาเลเซียเตรียมหารือกับบริษัท Meta เผยแพร่เนื้อหาหลอกลวงและจำหน่ายสิ่งผิดกฎหมาย

นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและดิจิทัลของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 4 ก.ย.68 ยืนยันกำหนดการประชุมกับผู้แทนของบริษัท Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก Instagram WhatsApp ภายใน ก.ย.68  หลังได้รับการร้องเรียนว่า แพลตฟอร์มของบริษัท Meta มีการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายเป็นการหลอกลวง รวมถึงการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย เช่น น้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเสพติด ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังนายฟาห์มีเสร็จสิ้นการหารือกับผู้แทนของแพลตฟอร์ม TikTok เมื่อ 2 ก.ย.68 เกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นเท็จ หลอกลวง และการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ โดยตำหนิว่าบริษัท ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม TikTok ไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่มีแนวทางจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จึงมอบหมายให้คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC) พิจารณามาตรการลงโทษทางกฎหมายต่อแพลตฟอร์ม TikTok โดยอ้างถึงกรณีสิงคโปร์ขู่จะปรับบริษัท Meta เป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 25 ล้านบาท) หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณา บัญชี โปรไฟล์ และเพจธุรกิจที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ภายใต้กฎหมาย Online Criminal…