ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง

East Asia Forum เผยแพร่บทบบรรณาธิการว่า ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมกัน ทำให้ประเทศอาจติดอยู่ในภาวะชะงักงันยาวนาน โดยเกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การลดลงของประชากร และมีผลิตภาพต่ำ กับทั้งความไม่มั่นคงทางการเมืองที่มีมานาน การแทรกแซงซ้ำ ๆ ของอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและขัดขวางการปฏิรูป  ทำให้การลงทุนซบเซา และงบประมาณถูกนำไปใช้ในด้านอื่นแทนที่ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกับกัมพูชากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ยิ่งซ้ำเติมจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง ทำให้ไทยติดอยู่ในวงจรความไม่แน่นอนทางการเมืองและมีผลงานทางเศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งบั่นทอนสถานะของประเทศในระดับภูมิภาค

เมียนมาแถลงการเข้าร่วมการประชุมหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พล.ต.อ่องจ่อจ่อ รมช.มท.เมียนมา นำคณะผู้แทนเมียนมาเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่จัดโดย กต.ไทย ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)  กรุงเทพฯ ระหว่าง 17-18 ธ.ค.68 โดยมีรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงที่เกี่ยวข้องจากนานาชาติเข้าร่วม จำนวน 58 ประเทศ พล.ต.อ่องจ่อจ่อ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้นำเมียนมา ได้สั่งการให้จัดตั้ง “คณะกรรมการกลางเพื่อกำกับดูแลการต่อต้านการฉ้อโกงและการพนันออนไลน์” ภายใต้รัฐบาลเมียนมา เมื่อ 10 ธ.ค.68 เพื่อปราบปรามเครือข่ายดังกล่าว และย้ำว่าเมียนมาไม่ใช่แหล่งที่มาหรือผู้ได้รับผลประโยชน์จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  พล.ต.อ่องจ่อจ่อ ระบุถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะกำจัดเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การให้ประเทศต้นทางดำเนินมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้พลเมืองเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง

ICJ จะพิจารณาคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาใน ม.ค.69

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) แถลงเมื่อ 19 ธ.ค.68 ว่า จะกลับมาพิจารณาคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ระหว่าง 12–29 ม.ค.69 หลังจากแกมเบียยื่นฟ้องต่อ ICJ ตั้งแต่ 11 พ.ย.62 และ ICJ มีคำสั่งให้เมียนมาออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาเท่าที่จะทำได้ เมื่อ 23 ม.ค.63 โดยการพิจารณาคดีช่วง ม.ค.69 จะเป็นการไต่สวนสาธารณะเพื่อมุ่งหาข้อเท็จจริงของคดี ขณะที่การสอบปากคำพยานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแบบปิดลับ ซึ่งฝ่ายแกมเบียจะนำเสนอหลักฐาน ช่วง 12–15 ม.ค.69 ขณะที่ฝ่ายเมียนมาจะชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหา ช่วง 16–20 ม.ค.69

สหรัฐฯ ยึดเรือขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาในทะเลแคริบเบียน

สนข.เดอร์การ์เดียน รายงานเมื่อ 20 ธ.ค.68 อ้างการแถลงของนางคริสตี โนเอม รมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯว่า สหรัฐฯ นำโดยหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ (U.S. Coast Guard – USCG) พร้อมด้วยการสนับสนุนกำลังจาก กห.สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางออกจากเวเนซุเอลาในทะเลแคริบเบียน  ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจอันนำผลกำไรไปใช้ในการสนับสนุนการก่อการร้ายและค้ายาเสพติดในภูมิภาค ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นในน่านน้ำสากล เป็นเรือบรรทุกน้ำมัน Centuries สัญชาติปานามา แต่มีรายงานว่าเคยถือสัญชาติกรีก และลิเบีย ตลอดจนมีการใช้นามแฝง Crag แต่ไม่ได้ปรากฎในรายชื่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และมีจุดหมายปลายทางไปยังจีน

เลขาธิการอาเซียนหารือ รมว.กต.อาเซียน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.68 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน พบหารือกับ รมว.กต.อาเซียน ได้แก่ นาย Dang Hoang Giang รมช.เวียดนาม นายทองสะหวัน พมวิหาร รมว.กต.ลาว และนายเบ็งดีตู ดุช ซังตุช ไฟรตัช รมว.กต.ติมอร์-เลสเต ก่อนการประชุม รมว.กต.อาเซียน สมัยพิเศษ ก่อนวาระสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยได้เน้นย้ำถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียน ความอดทนอดกลั้น และการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของหลักการและกลไกของอาเซียน เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

Harvard International Review เผยแพร่บทความว่าไทยเป็น 1 ในจุดหมายสำคัญในเอเชีย ตอ.ต. ที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนิยมเดินทางไปรับบริการทางแพทย์และการศัลยกรรม เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่า ส่งผลให้ไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การปรับนโยบายของรัฐที่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาใช้บริการของชาวต่างชาติ และนโยบายสนับสนุนโรงพยาบาลเอกชนที่เปิดให้บริการชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่อระบบสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน เพราะทำให้โรงพยาบาลของรัฐไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหรือทรัพยากรจากรัฐอย่างเต็มที่ อีกทั้งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลของรัฐมากยิ่งขึ้น

จีนส่งผู้แทนพิเศษเยือนกัมพูชาและไทย

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 17 ธ.ค.68 ว่า จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรของไทยและกัมพูชา ติดตามความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด และได้ประสานงานกับทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพ รวมถึงทำงานเชิงรุก เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยนายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของ กต.จีน จะเดินทางเยือนไทยและกัมพูชาเมื่อ  18 ธ.ค.68 เพื่อเป็นสะพานเชื่อมทั้งสองฝ่ายในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว ก่อนหน้านี้ นายเติ้งเคยเยือนกัมพูชาและไทยเมื่อ ก.ย.68 ซึ่งคาดหวังให้ไทยและกัมพูชา แก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจา และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว

เวียดนามรับชาวเวียดนามที่เกี่ยวข้องกับคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชากลับ

เวียดนามรับชาวเวียดนาม จำนวน 63 คน จากกัมพูชาผ่านจุดผ่านแดนถาวร Hoa Lu จ.ด่งนาย (ตรงข้าม จ.มณฑลคีรี กัมพูชา) เมื่อ 17 ธ.ค.68 ในจำนวนดังกล่าว มี 42 คน ที่หลบหนีจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ใน จ.อุดรมีชัย   ทั้งหมดได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ซึ่งพบว่าเป็นชาวเวียดนามที่มีภูมิเนาจาก จ.เลิมด่ง จ.หวิญล็อง และนครไฮฟอง บางส่วนถูกหลอกลวงให้ไปทำงานกับเครือข่ายการพนันและการหลอกลวงทางออนไลน์ ต้องปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวตน มีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ ไม่ได้รับรายได้และไม่สามารถติดต่อกับครอบครัว ทั้งยังถูกขู่ว่าจะทำร้าย ฆ่า และถูกขายให้ไปทำงานที่อื่น  ทั้งนี้ เวียดนามรับชาวเวียดนามที่เกี่ยวพันกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชาแล้ว 2 ครั้ง รวม  212 คน โดยครั้งแรก เมื่อ พ.ย.68

รมว.กต.อินเดียหารือกับ นรม.อิสราเอลย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดียพบหารือกับ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่กรุงเยรูซาเล็ม อิสราเอล เมื่อ 16 ธ.ค.68 โดยย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งระหว่างกัน รวมทั้งได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความมั่นคง  รมว.กต.อินเดียยังให้ความสำคัญกับมุมมองของ นรม.เนทันยาฮู เกี่ยวกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งได้หารือกับนาย Nir Barkat รมว.เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอิสราเอล เกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนและนวัตกรรมระหว่างกัน และคาดหวังว่าจะมีการสรุปข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยเร็ว

กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำ จ.สงขลา แนะนำชาวมาเลเซียเลื่อนการเดินทางมายัง อ.หาดใหญ่

นายอาห์หมัด ฟาห์มี อาห์หมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แถลงเมื่อ 18 ธ.ค.68 แนะนำพลเมืองมาเลเซียเลื่อนการเดินทางไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังเหตุอุทกภัย ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงปิดให้บริการ ทั้งยังมีความเสี่ยงเกิดโรคระบาดในสถานพยาบาล ซึ่งให้บริการใกล้เต็มกำลังและมีพื้นที่จำกัดในการรองรับผู้ป่วยรายใหม่ รวมทั้งประเมินว่า สถานการณ์เช่นนี้จะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องจนถึง 20 ธ.ค.68 ขณะที่ความเสียทางเศรษฐกิจจากเหตุอุทกภัยอาจอยู่ที่ 1,300 ล้านริงกิต (ประมาณ 10,000 ล้านบาท)