เกาหลีเหนือลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหราชอาณาจักร

นสพ.โคเรียจุงอังของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.69 ว่า เกาหลีเหนือเรียกตัวนายมุน มย็อง-ชิน  ออท.เกาหลีเหนือ/กรุงลอนดอน กลับประเทศ และเตรียมส่งอุปทูตปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อตอบโต้กรณีสหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรค่ายเด็กนานาชาติซงโดว็อน (Songdowon International Children’s Camp) พร้อมกับบุคคลและกลุ่มที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเมื่อ พ.ค.69 ซึ่งสหราชอาณาจักรเชื่อว่า ค่ายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีรัสเซียบังคับโยกย้ายถิ่นฐานและปลูกฝังแนวคิดแก่เด็กยูเครนที่ถูกนำออกจากพื้นที่สงคราม  ทำให้เกาหลีเหนือมองว่าเป็นการยั่วยุทางการเมืองและปฏิเสธความเชื่อมโยงดังกล่าว ทั้งนี้ ค่ายซงโดว็อนตั้งอยู่ในเมืองว็อนซัน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2503 และเคยจัดโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนกับประเทศที่เป็นมิตรกับเกาหลีเหนือ

ไทยลงทุนโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีบริษัท ปตท.สผ. ลงนามในข้อตกลงสำรวจและจัดหาก๊าซธรรมชาติกับบริษัท MOGE ของเมียนมา เมื่อ ก.ค. 69 ซึ่งจะอนุญาตให้ ปตท.สผ. เข้าไปสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลในเมียนมา และผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับทั้งเมียนมาและไทย รวมถึงมีแนวโน้มที่ไทยจะเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานในเมียนมา อย่างไรก็ดี ความพยายามดังกล่าวเผชิญความท้าทาย เพราะนักลงทุนจากจีนและรัสเซียสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานของเมียนมาเช่นกัน

WMO เตือนเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงรวดเร็วทั่วโลกและอาจถึงจุดสูงสุดปลายปี 69

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) รายงานเมื่อ 9 ก.ย.69 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงมากที่สุดช่วงปลายปี 2569 และจะคงอยู่ถึง ก.พ.70 ขณะที่อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกบางพื้นที่ใต้ผิวน้ำสูงกว่าค่าปกติมากกว่า 8°C  ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงเอลนีโญต่อไป ส่งผลให้ห้วง ก.ย.-พ.ย.69 มีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าปกติทั่วโลก รวมถึงความเสี่ยง คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง และสภาพอากาศแปรปรวน โดยผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค และอาจรุนแรงขึ้นจากภาวะมหาสมุทรที่อุ่นผิดปกติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเกิดปรากฎการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) ขั้วบวก ซึ่งเป็นการสลับขั้วของน้ำอุ่นและน้ำเย็นในมหาสมุทรอินเดีย และในขณะที่มหาสมุทรแอตแลนติกเขตร้อนคาดว่าจะยังคงอบอุ่นผิดปกติ รูปแบบที่ทับซ้อนกันเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อชุมชนและเศรษฐกิจทั่วโลก

ชาวสิงคโปร์ถูกจับกุมในจีนคดีพัวพันเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 4 ก.ย.69 ว่า ชาวสิงคโปร์จำนวน 52 คนถูกจีนจับกุมและควบคุมตัวในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง หลังต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการถูกควบคุมตัวในต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของพลเมืองสิงคโปร์ การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการปราบปรามครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ขณะที่ กต.สิงคโปร์  และสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ได้เข้าคุ้มครองทางกงสุลพร้อมเยี่ยมผู้ต้องหาแล้ว 3 ครั้ง ด้าน รมช.กต. ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมจีน และเตือนชาวสิงคโปร์ให้ระวังการลงทุนที่เน้นหาเครือข่าย จ่ายเงิน หรือสัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ ทั้งนี้ กว่างซีจ้วง เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ รวมทั้ง “โครงการ 1040 ซันไชน์” ที่หลอกลวงเหยื่อให้จ่ายเงินล่วงหน้าเกือบ 70,000 หยวน โดยกักตัวและล้างสมองผู้ร่วมเครือข่าย

นรม.ญี่ปุ่น ประกาศเร่งนำ AI และยุทโธปกรณ์ไร้คนขับ เพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Self-Defense Force-SDF) กล่าวในการประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ กห.ญี่ปุ่น และ SDF เมื่อ  2 ก.ค.69 ว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศแบบไร้คนขับมาใช้งาน ก่อนการทบทวนเอกสารด้านความมั่นคงแห่งชาติ 3 ฉบับ นอกจากนี้ นรม.ญี่ปุ่น ย้ำว่า การดำเนินภารกิจของ SDF และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดัน จำเป็นต้องได้รับความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชน พร้อมให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงสภาพการทำงานของกำลังพล SDF ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในปัจจุบัน

UN เตือนว่าสภาพอากาศสุดขั้วสะท้อนว่าโลกที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 2 ก.ย.69 ว่า รายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Environment Programme – UNEP) ชี้ว่า โลกกำลังมุ่งสู่การทะลุขีดจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียส (°C) ตามเป้าหมายความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในไม่กี่ปีข้างหน้า และทุกระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ ระบบนิเวศ และทำลายวิถีชีวิต ทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อจุดเปลี่ยนที่อาจย้อนกลับไม่ได้ อย่างไรก็ดี UN ระบุว่า ประชาคมโลกยังสามารถจำกัดและลดอุณหภูมิโลกได้ โดยเร่งยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซมีเทน ปกป้องป่าไม้และมหาสมุทร เสริมด้วยการปรับตัวและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเพิ่มเงินทุนด้านการปรับตัว โดยประเทศที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน

เกาหลีใต้ประเมินว่าผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมการแต่งตั้งผู้สืบทอด

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.69 อ้างการประเมินของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service-NIS) ต่อคณะกรรมาธิการการข่าวกรองของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า ด.ญ.คิม จู-แอ บุตรสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่ในขั้นตอนเตรียมแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา (the stage of being designated as successor) โดยสื่อของเกาหลีเหนือรายงานเกี่ยวกับบุตรสาวผู้นำเกาหลีเหนือบ่อยครั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ต่อประชาชนชาวเกาหลีเหนือในฐานะผู้นำ นอกจากนี้ เกาหลีเหนืออยู่ระหว่างวิเคราะห์เอกสารภายในของพรรคคนงานเกาหลี รวมถึงแบบพิมพ์พัฒนาขีปนาวุธ

บริการเพื่อนเช่าได้รับความนิยม

  Kyodo News ของญี่ปุ่น รายงานการเติบโตของธุรกิจบริการเพื่อนเช่าในไทย (งานประเภทที่จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางหรือท่องเที่ยวด้วยกัน) ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เช่น สังคมผู้สูงวัย ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวที่มีเพิ่มขึ้น ซึ่งสถิติจาก Euromonitor พบว่า ครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวในไทยในปี 2568 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 29.5 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ร้อยละ 21.9) ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้ให้บริการควรตั้งขอบเขตและระเบียบความปลอดภัยที่ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศหรืออันตรายอื่น

มาเลเซียปฏิเสธข่าวเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศ 200,000 คน

ดาตุ๊ก อะห์หมัด ฟะห์มี โมฮาเม็ด ฟัดซิล รมว.กระทรวงการสื่อสาร เมื่อ 2 ก.ย.69 ปฏิเสธข่าวว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน โดยยืนยันว่าเป็นเพียงทัศนะของ รมช.กระทรวงการปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาชนบทและสหกรณ์ บังกลาเทศ ซึ่งไม่ได้แสดงถึงจุดยืนของรัฐบาล ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลัง นสพ.ท้องถิ่นบังกลาเทศรายงานว่า มาเลเซียจะเปิดรับแรงงานชาวบังกลาเทศทั้งหมด 200,000 คน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภายใต้เงื่อนไขการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่เข้มงวดขึ้น โดยจะแบ่งการนำเข้าแรงงานออกเป็นระยะ เริ่มระยะที่ 1 ห้วงปลาย ก.ย.69 จำนวน 10,000 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อินเดียพยายามนำพลเมืองที่เข้าร่วมกับกองทัพรัสเซียกลับประเทศ

เว็บไซต์ Newspoint เผยแพร่เมื่อ 2 ก.ย.69 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Vikram Misri ปลัด กต.อินเดีย ว่า  อินเดียและรัสเซียมีการหารือกันในหลายระดับและหลายโอกาสเพื่อเร่งรัดการนำพลเมืองอินเดียที่เข้าร่วมปฏิบัติการกับกองทัพรัสเซียกลับอินเดียอย่างปลอดภัย โดยมีชาวอินเดียที่ทำสัญญารับราชการทหารกับกองทัพรัสเซียรวมจำนวน 227 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่  51 คน และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกองทัพรัสเซียให้ปลดประจำการ 139 คน