รัสเซียจะคงรักษาช่องทางการหารือกับสหรัฐฯ ในระยะยาว

สนข. TASS รายงานเมื่อ 28 เม.ย. 68 ว่า นายเซียเกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ว่า ปัจจุบันรัสเซียกับสหรัฐฯ หารือและแลกเปลี่ยนทัศนะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะคงต่อไป ส่วนกรณีนาย Kirill Dmitriev ผู้แทนประธานาธิบดีรัสเซียด้านการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแสดงความคาดหวังว่า นักลงทุนสหรัฐฯ จะกลับเข้าสู่ตลาดรัสเซียในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 นายลาฟรอฟ ระบุว่า รัสเซียไม่ได้ต่อต้านภาคเอกชนสหรัฐฯ แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจของสหรัฐฯสูญเสียพื้นที่การลงทุนบางส่วนให้นักลงทุนรัสเซียและนักลงทุนชาติอื่นจากการถอนการลงทุนจากรัสเซีย ในห้วงความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน รัสเซียปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติทุกชาติอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ดี รัสเซียพร้อมเปิดรับและพิจารณาโครงการลงทุนใหม่ ๆ ของสหรัฐ ที่จะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

บริษัท Sarvam ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนา AI ของอินเดีย

เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 28 เม.ย.68 ว่า นาย Ashwini Vaishnaw รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย ประกาศผลการคัดเลือกให้บริษัท Sarvam (บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีฐานอยู่ในเมืองเบงคลูรู รัฐกรณาฏกะ) เป็นผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models-LLMs) ตัวแรกของอินเดียภายใน 6 เดือน  โดย Sarvam เป็นสตาร์ทอัปแห่งแรกที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการภายใต้ภารกิจ India AI มูลค่า 121,460.36 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,370 ล้านรูปี) ของอินเดีย ภายใต้โครงการพิเศษนี้ Sarvam จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล อาทิ สิทธิ์การเข้าถึงหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) จำนวน 4,000 หน่วยเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อให้บริษัทสร้างและฝึกอบรมโมเดลของตน และการปรับแต่งให้เหมาะสมกับภาษาอินเดียโดยเฉพาะ

นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

เว็บไซต์ กต.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 27 เม.ย.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่กรุงฮานอย โดย นรม.ญี่ปุ่น ระบุว่า การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเวียดนามจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ และจะร่วมมือกันเสริมสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมและระบบการค้าพหุภาคี รวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และ Green Transformation (GX) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และการดำเนินการตอบโต้ของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าพหุภาคี 

ประธานาธิบดีจีนเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.เพื่อสร้างแนวร่วมรับมือมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ระหว่าง 14-18 เม.ย.68  ประกอบด้วย เวียดนาม 14-15 เม.ย.68 มาเลเซีย 15-17 เม.ย.68 และกัมพูชา 17-18 เม.ย.68 เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคที่จีนให้ความสำคัญลำดับแรกตามนโยบายการทูตประเทศเพื่อนบ้าน (Neighbourhood Diplomacy) และสร้างแนวร่วมรับมือกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวเอเชีย” (Asian Family) ที่มุ่งเสริมสร้างความเป็นเอกภาพ ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนดังกล่าวยังมีนัยสำคัญยิ่งขึ้นในภาวะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังถดถอยจากความตึงเครียดทางการค้าและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับจีน แต่ก็พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ โดยเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชามีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 34 ร้อยละ 16 และร้อยละ 38 เมื่อปี 2567 ตามลำดับ ขณะที่ถูกสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 46 ร้อยละ 24 และร้อยละ 49 ตามลำดับ

คริสต์ศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจำนวนมาก

คริสต์ศาสนิกชนและผู้นำโลกจำนวนมากเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่กรุงโรม อิตาลี ใน 26 เมษายน 2568 หลังจากที่สำนักวาติกันเปิดให้คริสต์ศาสนิกชนและบุคคลที่ศรัทธาเคารพพระศพได้ที่มหาวิหาร St. Peter ที่นครรัฐวาติกันเป็นระยะเวลา 3 วัน มีรายงานว่ามีผู้เดินทางไปเคารพพระศพประมาณ 250,000 คน ในพิธีพระศพต่าง ๆ จะมีพระคาร์ดินัล Camerlengo Kevin Farrell เป็นพระประธานในพิธี  ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสต้องการให้พิธีพระศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ยุ่งยาก

UN ประเมินว่าความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

องค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) ประเมินสถานการณ์สังคมโลกปี 2568 เมื่อ 24 เม.ย.68 ว่า ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมรุนแรงขึ้น โดยประชากรโลกมากว่า 2,800 ล้านคน มีรายได้ต่อวันต่ำกว่า 6.85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยากจนขั้นรุนแรง นอกจากนี้ ประชากรทั้งในประเทศรายได้น้อยและรายได้สูงทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะไม่มั่นคงในการจ้างงานและอุปสรรคในการเข้าถึงงานที่มีคุณภาพ พิจารณาจากแนวโน้มการจ้างงานนอกระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจมากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะที่มีต่อสถาบันต่างๆ ในสังคม รวมถึงความไว้วางใจซึ่งกันลดต่ำลง และเสี่ยงนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคม ทั้งนี้ UN เสนอให้รัฐบาลทั่วโลกดำเนินนโยบายเชิงรุก ขยายการเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย และระบบคุ้มครองทางสังคมที่แข็งแกร่ง

บริษัท Apple มีแผนจะย้ายฐานการผลิตโทรศัพท์ iPhone ทั้งหมดจากจีนไปอินเดียภายในปี 2569

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 25 เม.ย. 68 ว่าบริษัท Apple มีแผนจะย้ายฐานประกอบและผลิตโทรศัพท์ iPhone จากจีนไปอินเดียทั้งหมดภายในปี 2569  เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ เนื่องจากโทรศัพท์ iPhone ที่ขายในสหรัฐฯ มีฐานการผลิตที่จีนถึงร้อยละ 80 ขณะที่อินเดียมีเพียงร้อยละ 20 ทั้งนี้ สหรัฐฯ ออกมาตรการภาษีตอบโต้เพื่อกระจายและขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน แต่ด้วยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคในสหรัฐฯ  ตามที่ปรากฎรายงานว่า บริษัท Apple ขนส่งโทรศัพท์ iPhone ประมาณ 1.5 ล้านเครื่องจากอินเดียไปสหรัฐฯ เมื่อ 10 เม.ย.68

HRW กล่าวโจมตีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

Human Rights Watch (HRW) แถลงเมื่อ 24 เม.ย.68 ในโอกาสที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครบ 100 วัน ตั้งแต่ 20 ม.ค.68 ว่า ในระยะเวลาดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ละเมิด คุกคาม และบั่นทอนสิทธิมนุษยชนของประชาชนในสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมกังวลอย่างยิ่งว่าการกระทำดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ HRW จัดทำและเผยแพร่รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน 100 ประการ ใน 100 วัน (100 Human Rights Harms in 100 Days) ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งครอบคลุมถึงการคุกคามหรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็น สิทธิของผู้แสวงหาที่ลี้ภัยและผู้อพยพ การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสังคม การศึกษา ความช่วยเหลือต่างประเทศ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และหลักนิติธรรม

ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับนักธุรกิจอเมริกันในจีน

หอการค้าอเมริกันในจีน (American Chamber of Commerce in China-AmCham China) เผยแพร่สมุดปกขาวประจำปี 2568 เมื่อ 25 เม.ย.68 ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้นเป็นความท้าทายประการสำคัญที่สุดของภาคธุรกิจอเมริกันในจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยสมาชิก AmCham China ร้อยละ 63 กังวลในประเด็นดังกล่าว และมากกว่าร้อยละ 50 กังวลว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะเสื่อมทรามลงอีก อย่างไรก็ดี  การสำรวจความเห็นfดังกล่าวจัดทำขึ้นก่อนที่จะมีการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้รอบล่าสุดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ   ส่วนความเห็นต่อบรรยากาศการลงทุนในจีน ร้อยละ 33 เห็นว่าดีขึ้นจากเมื่อปี 2567 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) ขณะที่ร้อยละ 28 เห็นว่าแย่ลง (ลดลงร้อยละ 7) ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของจีนในระยะยาว ขณะที่อุปสงค์ด้านการบริโภคเพิ่มขึ้น และภาคการผลิตมีขีดความสามารถก้าวหน้าขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงสนใจจีน

อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้องบุคคลสัญชาติจีนในข้อหาละเมิดข้อมูลลับทางทหาร

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 25 เม.ย.68 ว่า อัยการเกาหลีใต้สั่งฟ้องบุคคลสัญชาติจีน และ จนท.ทหารเกาหลีใต้ในข้อหาละเมิดกฎหมายว่าด้วยการรักษาข้อมูลลับทางทหาร (Military Secret Protection Act) จากกรณีบุคคลสัญชาติจีนแอบอ้างเป็นทหารและติดสินบน จนท.ทหารเกาหลีใต้ใน จ.คังวอน ให้ส่งมอบข้อมูลลับทางทหารของเกาหลีใต้ โดย จนท.ทหารเกาหลีใต้ใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพเอกสารลับของกองทัพ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เพื่อส่งมอบข้อมูลให้บุคคลดังกล่าวผ่านการส่งข้อความส่วนตัว ซึ่งเกาหลีใต้จับกุมบุคคลดังกล่าวได้ที่เกาะเชจู เมื่อ มี.ค.68 ขณะที่กองบัญชาการต่อต้านข่าวกรองของ กห.เกาหลีใต้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นว่า บุคคลดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรในจีนที่เชื่อมโยงกับกองทัพจีน