ยุโรปไม่ยกเลิกนโยบาย DEI ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

สนข.Politico EU รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในยุโรปวิจารณ์ข้อเรียกร้องของ กต.สหรัฐฯ ที่ให้บริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเบลเยียม ยกเลิกนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion – DEI) พร้อมขู่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยฝรั่งเศสประณามการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน ขณะที่นาง Aurore Bergé รมว.กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศของฝรั่งเศสยืนยันว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะยังคงส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมต่อไป เช่นเดียวกับนายแจน จัมบอน รอง นรม.เบลเยียมที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการไม่เลือกปฏิบัติของยุโรป ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายภาษีที่จะประกาศใน 2 เม.ย.68 ยังอาจทำให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทวีความรุนแรงขึ้น

นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ รมว.กห.สหรัฐฯ

เว็บไซต์ สนง.นรม.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงโตเกียว ในโอกาสเยือนญี่ปุ่น  นรม.ญี่ปุ่นยินดีต่อการเยือนในครั้งนี้ และพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้  ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบโต้ อาทิ การยกระดับการบังคับบัญชาและการควบคุมของกองกำลังญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ การเสริมสร้างกองกำลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ และการเสริมสร้างเครือข่ายของประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน  

จีนสำรวจพบแหล่งน้ำมันสำรองและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลจีนใต้

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างประกาศของบริษัท China National Offshore Oil Corporation-CNOOC ในวันเดียวกันว่า สำรวจพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองขนาดใหญ่ที่แหล่งฮุ่ยโจว (Huizhou 19-6) ทาง ตอ.ของทะเลจีนใต้ ห่างจากมณฑลกวางตุ้งประมาณ 170 กม. ที่ระดับความลึกประมาณ 100 เมตร ซึ่งต้องใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันแบบลึกพิเศษ ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้นคาดว่ามีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่ยืนยันได้ในแหล่งดังกล่าวมากกว่า 100 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 413 บาร์เรล และก๊าซธรรมชาติประมาณ 68,000 ลบ.ม.ต่อวัน

ไต้หวันเสนอความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว

กต.ไต้หวันออกแถลงการณ์เมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า ไต้หวันพร้อมมอบความช่วยเหลือให้แก่ไทยและเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค.68 โดยสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในไทยและเมียนมาได้แจ้งให้รัฐบาลทั้งสองประเทศทราบถึงความพร้อมของไต้หวันที่จะส่งทีมและอุปกรณ์สำหรับการค้นหาและกู้ภัย ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในเมียนมารายงานว่า พบหญิงชาวไต้หวันที่หายสาบสูญในสภาพที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไต้หวันขอให้ไทยและเมียนมาให้ความชัดเจนของสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยก่อนตอบรับความช่วยเหลือจากไต้หวัน เนื่องจากการเดินทางเข้าเมียนมายังคงยากลำบาก ทั้งนี้ กต. ไต้หวัน ได้แก้ไขปรับปรุงคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) เมื่อช่วงค่ำ 28 มี.ค.68 ขอให้ชาวไต้หวันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังกรุงเนปยีดอ และเมืองมัณฑะเลย์ในเมียนมา

รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา ร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน จากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 ว่า อูตานซเว รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา เข้าร่วมการประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินของ รมว.กต.อาเซียน ต่อกรณีแผ่นดินไหวในเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 30 มี.ค.68 และได้แสดงความขอบคุณต่อผู้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือครั้งนี้ รวมทั้งได้ชี้แจงการดำเนินการของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ในการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหว และประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศทันทีในวันที่เกิดภัยพิบัติ เมื่อ 28 มี.ค.68 ปัจจุบัน SAC ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยจัดหาน้ำดื่ม อาหาร และที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกับระบบขนส่งและระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า เมียนมายังต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนในด้านการค้นหาผู้ประสบภัย การจัดที่พักพิงชั่วคราว การรักษา โดยพร้อมอำนวยความสะดวกในการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังผู้ได้รับผลกระทบ

ทั่วโลกจับตามาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ใน 2 เม.ย.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ใน 2 เมษายน 2568 เพื่อรักษาดลุการค้าสหรัฐฯ และส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าพิจารณาปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์เรียกการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าครั้งนี้ว่าเป็น “Liberation Day” ของชาวอเมริกัน เพราะชาวอเมริกาจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป และคาดว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 10 จะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานในสหรัฐฯ มากขึ้นเกือบ 3 ล้านตำแหน่ง

ปัญหาข้อมูลสำคัญของรัฐบาลรั่วไหล กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลสหรัฐฯ 

กรณีข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ รั่วไหลที่เกิดจากการใช้แอฟพลิเคชัน Signal ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในเยเมน โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้พันธมิตรหลายประเทศกังวลกับความปลอดภัยในการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้นำหลายประเทศประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงและควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศต่าง ๆ และไม่ควรมีความผิดพลาดซ้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนเอเชียครั้งแรก เริ่มที่ฟิลิปปินส์

นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มการเยือนภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยเริ่มจากการเยือนฟิลิปปินส์ใน 28 มีนาคม 2568 เชื่อว่าประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการเน้นย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ระวังภัยคุกคามจากการขยายอิทธิพลของจีน คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ

ผู้นำรัฐรอบอ่าวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุแผ่นดินไหวในไทยและเมียนมา

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานของซาอุดีอาระเบีย มกุฏราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นรม.ซาอุดีอาระเบีย เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต และเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ทรงมีพระราชสาส์นเมื่อ 29 มี.ค.68 แสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง ไปยังพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว  รวมทั้งทรงแสดงความเสียพระทัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนทรงอวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ยังทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัยไปยัง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาด้วย ขณะที่ กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ กต.บาห์เรน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนไทยและเมียนมา ตลอดจนผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและเมียนมา พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็วเช่นกัน

จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปยังทะเลจีนใต้ก่อน รมว.กห.สหรัฐฯ เยือนฟิลิปปินส์

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 28 มี.ค.68 อ้างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ว่า จีนส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 จำนวน 2 ลำ เข้าไปบินลาดตระเวนบริเวณสันดอนสกาห์โบโรห์ในทะเลจีนใต้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงกำลังในการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ก่อนที่นาย Pete Hegseth รมว.กห.สหรัฐฯ จะเยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งนาย Peter Layton นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค สถาบัน Griffith Asia Institute ของออสเตรเลียให้ความเห็นว่า จีนทยอยเพิ่มการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 เข้าไปในพื้นที่ทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการแสดงการมีอยู่ของกองทัพจีนในพื้นที่