ไทยจับกุมแก๊งหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัลและฟอกเงิน

  สนข.AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณี จนท.ตร.ไทย จับกุมผู้ต้องหาแก๊งหลอกลวงฯ ข้ามชาติรวม 10 คน ซึ่งมีชาวจีนรวมอยู่ด้วย ในความผิดฉ้อโกงออนไลน์และฟอกเงิน และกำลังติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 22 คน ทั้งชาวไทย จีน และเกาหลีใต้ ที่หลอกลวงเหยื่อด้วยงานออนไลน์ปลอม และชักชวนให้ลงทุนที่เสนอผลตอบแทนสูง โดยได้หลอกลวงสกุลเงินดิจิทัลจากเหยื่อมูลค่า 187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,400 ล้านบาท) รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การจับกุมครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงฯ ที่ขยายตัวบริเวณชายแดนเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยชาวจีน และมีเหยื่อเป็นชาวจีน

นักท่องเที่ยวต่างชาติเผชิญปัญหาค่ารักษาพยาบาลสูงในไทย

  นสพ.Daily Mail ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีนาง Pamela Gatehouse นักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร เข้ารักษาอาการติดเชื้อจากภาวะทอนซิลอักเสบที่โรงพยาบาลเอกชนในไทย ซึ่งต้องผ่าตัดหลายครั้ง และค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 33,300 ปอนด์ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) ครอบครัวกังวลว่าโรงพยาบาลอาจปฏิเสธการรักษาหากไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ พร้อมระบุว่า โรงพยาบาลไทยมีอัตราค่ารักษาสําหรับนักท่องเที่ยวแตกต่างจากคนไทย เพราะคิดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติร่ำรวยกว่า ขณะที่การนำตัวผู้ป่วยกลับสหราชอาณาจักรผ่านสายการบินพาณิชย์จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 42,500 ปอนด์ (ประมาณ 1.8 ล้านบาท) หรือหากใช้เครื่องบินพยาบาลส่วนตัวจะสูงกว่า 140,000 ปอนด์ (ประมาณ 6 ล้านบาท) ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้ติดต่อ สอท.สหราชอาณาจักร/ไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ และได้รับคำแนะนำให้เปิดรับการบริจาค

ผู้ให้บริการกาสิโนในสิงคโปร์กำลังประเมินโอกาสลงทุนในไทย

  นสพ.The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานกรณี Genting Singapore ซึ่งเป็นกลุ่มทุนสิงคโปร์ที่เน้นธุรกิจพัฒนาพื้นที่รีสอร์ทและสถานบันเทิง และมีแผนพัฒนารีสอร์ทแบบครบวงจร กำลังประเมินและสำรวจโอกาสในการลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยงในไทย  หลังจาก ครม.ของไทยอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ที่อนุญาตให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย ทั้งนี้ จากรายงานของธนาคาร DBS เมื่อ ก.ย. 67 ระบุว่า กาสิโนถูกกฎหมายในไทยอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจกาสิโนในสิงคโปร์ของ Genting Singapore

มาเลเซียย้ำจุดยืนแก้ไขปัญหาขัดแย้งในเมียนมา

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ  โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 23 ก.พ.68 ว่า มาเลเซียมีจุดยืนแก้ไขปัญหาขัดแย้งในเมียนมา ปัญหาการค้ามนุษย์ การสร้างสันติภาพ และการรับประกันความปลอดภัยแก่ชาวเมียนมา ตลอดจนการจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แม้อาเซียนจะยึดถือในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน แต่วิกฤติเมียนมาได้เป็นปัญหาข้ามแดนที่กระทบต่อสมาชิก รวมถึงมาเลเซีย เฉพาะอย่างยิ่งปัญหาค้ามนุษย์ หลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมออนไลน์ และยาเสพติด  รมว.กต.มาเลเซีย คาดหวังว่าเมียนมาจะกลับคืนสู่ความมีเสถียรภาพ เพื่อนำไปสู่การหารือระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ชาวเมียนมามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการเมืองของประเทศ

จีนพัฒนาระบบเรดาร์รอบทิศทางสำหรับติดตั้งบนเรือผิวน้ำสำเร็จ

นสพ.Global Times เมื่อ 23 ก.พ.68 อ้างรายงานจาก The Science and Technology Daily ว่า นักวิทยาศาสตร์จีนจากมหาวิทยาลัยวิศวกรรรมฮาร์บิน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบเรดาร์รอบทิศทาง โดยใช้วัสดุภายในประเทศ ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับเรือผิวน้ำ เรือไร้คนขับ และทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนแก่เรือต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันในที่แคบ และพื้นที่ที่มีทัศนวิสัยแย่ในการสัญจรทางน้ำ  อุปกรณ์นี้ซึ่งได้ทดลองติดตั้งบนเรือวิจัย Dolphin-1 ของจีน มีรัศมีทำการกว้างขึ้น สามารถลดจุดบอดในระบบเรดาร์เดิมของจีน โดยสามารถปฏิบัติการได้ในทุกสภาพอากาศ ใช้พลังงานน้อยลง และมีประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูล เพื่อการประมวลผลสูงขึ้น

IMF ประเมินเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 2.9 ในปี 2568

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) รายงานเมื่อ 20 ก.พ.68 ประเมินเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่ร้อยละ 2.9 ในปี 2568 แต่ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยภาคเอกชนและการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการอุดหนุนราคาพลังงาน และการควบคุมราคาสินค้า อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก คือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น  ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก จะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงในประเทศ คือ หนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมือง ทั้งนี้ IMF เสนอ ให้ไทยพิจารณาการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับผลิตภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

WHO เรียกร้องประเทศสมาชิกรับมือกับโรคระบาดในอนาคต หลังสหรัฐฯ ถอนตัว

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (World Health Organization–WHO) แถลงเมื่อ 17 ก.พ.68 ในการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Negotiating Body–INB) ครั้งที่ 13 เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเร่งดำเนินการตามข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการรับมือกับโรคระบาดในอนาคต หลังสหรัฐฯ ถอนตัวจาก INB ทั้งนี้ ผอ.WHO ย้ำถึงความสำคัญในการดำเนินตามข้อตกลงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากโลกยังคงเผชิญกับภัยคุกคามจากโรคอุบัติใหม่ การร่วมมือในระดับนานาชาติจึงเป็นแนวทางรับมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ดี แม้ข้อตกลงฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก แต่ยังคงมีประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติโดยเฉพาะการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคที่มีศักยภาพในการแพร่ระบาด

กห.สหรัฐฯ จะเลิกจ้าง จนท.พลเรือนตามนโยบายปรับองค์กรและลดงบประมาณ

กห.สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 21 ก.พ.68 ว่า จะเลิกจ้าง จนท.ฝ่ายพลเรือน ร้อยละ 5-8 จาก จนท.ฝ่ายพลเรือนทั้งหมดที่มีมากกว่า 700,000 คน (ปี 2566) โดยในสัปดาห์หน้าจะมี จนท. ถูกเลิกจ้าง 5,400 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ จนท.ที่จะถูกเลิกจ้างรวมประมาณ 35,000-60,000 คน ส่วนใหญ่มีอายุการทำงานไม่เกิน 1 ปี และยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามระเบียบประกันสังคม  นโยบายดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของ นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ คนใหม่ ที่ให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงลงร้อยละ 8 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ Department of Government efficiency – DOGE  ที่จะปรับลดขนาดของหน่วยงานรัฐบาลกลาง และตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ  

อิสราเอลและสหรัฐฯ หารือการหยุดยิงในกาซา

สนข. Axios รายงานเมื่อ 20 ก.พ.68 โดยอ้างการเปิดเผยของ จนท.อิสราเอลว่า นาย Ron Dermer รมว.กระทรวงกิจการยุทธศาสตร์อิสราเอล พบกับนาย Steve Witkoff ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ของการหยุดยิงในฉนวนกาซาระยะที่ 2 ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับแนวทางยุติสงครามในฉนวนกาซา นอกจากนี้ Axios ยังระบุเพิ่มติมว่า ครม.ความมั่นคงของอิสราเอล ได้หารือเบื้องต้นเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด อนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการหารือกับนาย Dermer แล้ว นาย Witkoff มีกำหนดการหารือเกี่ยวกับการหยุดยิงในฉนวนกาซาระยะที่ 2 กับ เชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะห์มาน อาลษานี นรม.และ รมว.กต.กาตาร์ ในวันเดียวกัน

ประธานาธิบดียูเครนขอบคุณผู้นำประเทศที่สนับสนุนยูเครน

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เผยแพร่ข้อความบนแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อ 22 ก.พ.68 ว่า ได้หารือกับผู้นำหลายประเทศทั้งในยุโรปและภูมิภาคอื่น ที่สำคัญคือ โปแลนด์ที่เห็นร่วมกันว่าโปแลนด์จะมั่นคงปลอดภัย หากอธิปไตยของยูเครนเข้มแข็งขึ้น ส่วนโครเอเชียหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้ เช็กยืนยันจุดยืนสนับสนุนยูเครน สวีเดนหารือประเด็นภัยคุกคามในทะเลบอลติก ลักเซมเบิร์กหารือแนวคิดและข้อเสนอต่างในยุโรป โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสันติภาพและหลักประกันด้านความมั่นคง สโลวีเนียหารือเรื่องการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ไอร์แลนด์หารือเรื่องความมือระหว่างกันในยุโรปและจุดยืนทางการทูต และโกตดิวัวร์ยืนยันสนับสนุนอธิปไตยของยูเครน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้แสดงความขอบคุณผู้นำทุกประเทศที่สนับสนุนยูเครน