ตม.มาเลเซียจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองได้ 119 คน

สนข.เบอร์นามารายงานเมื่อ 26 พ.ย.67 ว่า ตม.มาเลเซีย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้เข้าตรวจค้นอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พบแรงงานต่างชาติประมาณ 400 คน  เป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง จำนวน 119 คน อายุระหว่าง 18-50 ปี  เป็นชาวเมียนมา 89 คน ชาวบังกลาเทศ 14 คน ชาวเนปาล 8 คน ชาวอินโดนีเซีย 4 คน และชาวอินเดีย 4 คน ทั้งหมดจึงถูกส่งตัวดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองปี 1959/63 และส่งตัวไปยังศูนย์กักกันต่อไป ทั้งนี้ ตม.มาเลเซีย ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนและนายจ้างว่าการให้ที่พักพิงหรือจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจะนำถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้า

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่าจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน รวมทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งจะเริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ทันทีหลังจากสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้ประกอบการอเมริกัน และเพิ่มการจ้างงานในประเทศ สำหรับอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ จะทำให้ประเทศคู่ค้าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การประกาศนโยบายนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ต้องตื่นตัวและเร่งเข้าหารัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ

เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมในอินเดียกับ จนท.ตร. ที่รัฐอุตตรประเทศ

กลุ่มชาวมุสลิมในอินเดียชุมนุมประท้วง ร้องตะโกน และขว้างปาก้อนหินใส่ จนท.ตร. ที่เขต Sambhal รัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 24 พ.ย.67 เนื่องจากไม่พอใจต่อกรณีศาลท้องถิ่นรัฐอุตตรประเทศ สั่งสำรวจมัสยิด Shahi Jama Masjid ซึ่งเป็นมัสยิดสมัยจักรวรรดิโมกุล ช่วงศตวรรษที่ 16 ว่า สร้างทับพื้นที่ของวัดฮินดูเดิมหรือไม่   (ครั้งแรก 19 พ.ย.67 และครั้งที่สอง 24 พ.ย.67) การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ ตร.ยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก  ตร.จับกุมผู้ประท้วง 25 คน ขณะที่ รัฐบาลรัฐอุตตรประเทศตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ปิดโรงเรียน และวิทยาลัยในพื้นที่ รวมทั้งห้ามการรวมกลุ่ม รวมทั้งห้ามบุคคลภายนอก องค์กรภาคประชาสังคม และผู้แทนสาธารณะเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึง 30 พ.ย.67

ว่าที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสหรัฐฯ เสนอวิสัยทัศน์สันติภาพยูเครน

นาย Mike Waltz วุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา ผู้ได้รับเสนอชื่อจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 24 พ.ย.67 เสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สร้างสันติภาพในยูเครนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มต้นการเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ 20 ม.ค.68 (วันแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มทำงาน) เน้นจัดให้มีการพูดคุยเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ซึ่งกำลังพิจารณาว่าใครควรจะเป็นผู้แทนของทั้ง 3 ประเทศ และข้อตกลงดังกล่าวควรมีขอบเขตแค่ไหน แต่ประเทศในยุโรปควรมีส่วนร่วมในการผลักดันการเจรจาดังกล่าวด้วย เพื่อร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ และทำให้ทั่วโลกเห็นว่าความร่วมมือระหว่างนานาชาติสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ วิสัยทัศน์ของนาย Waltz ก็คือนโยบายหาเสียงของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ว่าต้องการยุติความขัดแย้งดังกล่าว ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย และไม่เห็นด้วยกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันอนุมัติให้ยูเครนใช้อาวุธของสหรัฐฯ โจมตีดินแดนของรัสเซีย เพราะทำให้สถานการณ์รุนแรง รวมทั้งมีการสูญเสียมากขึ้น นักการเมืองสหรัฐฯ สนใจนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนในการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่หลายฝ่ายประเมินว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีเงื่อนไขการยุติสงครามที่แตกต่างกัน โดยยูเครนจะไม่ยอมสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนให้รัสเซีย และไม่ยอมให้รัสเซียคงกำลังทหารไว้ในยูเครนด้วย ส่วนท่าทีของรัสเซียยืนยันเป้าหมายการปฏิบัติการพิเศษทางการทหารในยูเครนไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเดินหน้าต่อไปเพื่อทำลายแนวคิดคลั่งชาติในยูเครนที่เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ต้องรอได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ดังนั้น ปัจจุบันนาย Waltz หารือกับนาย Jake Sullivan ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์สำคัญ แต่นาย Waltz ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนอาวุธให้ยูเครนใช้โจมตีรัสเซีย…

สหรัฐฯ ยืนยันการอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธทางยุทธวิธีโจมตีรัสเซีย

สนข.Anadolu Ajansi รายงานเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่า โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ยืนยันกรณีสหรัฐฯ อนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธทางยุทธวิธี (ATACMS) เพื่อปกป้องตนเอง และโจมตีเป้าหมายในแคว้นคุสค์ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มเนโตเพื่อปกป้องประเทศในยุโรปอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงกองกำลังและฐานทัพของสหรัฐฯ ในยุโรป หลังรัสเซียระบุว่าจะตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตรด้วยการโจมตีฐานขีปนาวุธของสหรัฐฯ บริเวณ Redzikowo ในโปแลนด์

มาเลเซียเตรียมส่งคืนนาฬิกา Swatch คอลเลคชัน Pride

ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่า กระทรวงความมั่นคงภายในเคารพคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด และจะดำเนินการส่งคืนนาฬิกาของบริษัท Swatch คอลเลกชัน Pride ซึ่งมีลวดลายและสีสันเป็นสีรุ้งที่แสดงถึงการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ จำนวน 172 เรือน มูลค่า 64,795 ริงกิต (ประมาณ 504,000 บาท) ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังศาลสูงสุดมาเลเซียมีคำวินิจฉัยให้บริษัท Swatch เป็นฝ่ายชนะในคดีฟ้องร้องรัฐบาลมาเลเซีย ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบยึดนาฬิกาคอลเลคชัน Pride เมื่อ พ.ค.67 โดยยึดยันว่า นาฬิกาคอลเลคชันดังกล่าวไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือขัดต่อกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียกังวลว่า การส่งเสริม สนับสนุน และพยายามทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องปกติ จะส่งผลเสียต่อหลักศีลธรรมและผลประโยชน์ของประเทศ จึงไม่อาจยอมรับได้ในสังคมและวัฒนธรรมมาเลเซีย

ชาวต่างชาติหลบหนีออกจากแหล่งอาชญากรรมออนไลน์ที่เมืองเมียวดีข้ามมาฝั่งไทย

สนข. Myanmar Now รายงานเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่า ชาวต่างชาติจำนวน 39 คน ประกอบด้วยชาวศรีลังกา 32 คน  เนปาล 5 คน มาเลเซีย 1 คน และรัสเซีย 1 คน หลบหนีออกจากแหล่งอาชญากรรมออนไลน์ที่เมืองเมียวดีข้ามเข้าชายแดนไทยที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 24 พ.ย.67 ขณะที่ทางการไทยดำเนินกระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ  เหยื่อบางคนให้ข้อมูลว่า  มาทำงานที่เมียนมา เนื่องจากเห็นโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะได้รับค่าตอบแทนดี แต่กลับตกอยู่ในสภาพลำบาก ปัจจุบัน แหล่งอาชญากรรมได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามแนวชายแดนเมียนมา โดยพนักงานที่ให้บริการส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ถูกหลอกบังคับให้ทำงาน

นานาชาติคาดหวังข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนแต่โอกาสน้อย

อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนโจมตีตอบโต้กันอย่างหนัก เมื่อ 25 พ.ย.67 ด้วยการโจมตีทางอากาศ ขีปนาวุธ และอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งมีชาวเลบานอนและชาวอิสราเอลที่ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน แต่การปฏิบัติการของอิสราเอลที่ทำลายกองทัพของรัฐบาลเลบานอนด้วย ทำให้อิสราเอลต้องออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษ พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาโจมตีกองทัพเลบานอน แต่อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะสู้รบกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ที่ผ่านมา กองทัพเลบานอนพยายามไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสู้รบ แต่มีรายงานว่าทหารเลบานอนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 40 นาย ตั้งแต่มีการปะทะกันรุนแรงเมื่อ ก.ย.67 นานาชาติคาดหวังให้มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธทั้งในเลบานอนและฉนวนกาซา เพื่อลดระดับความรุนแรงและบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม ตลอดจนช่วยเหลือตัวประกัน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อิสราเอลกับสหรัฐฯ ร่างข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลเห็นชอบในหลักการแล้ว อยู่ระหว่างส่งให้เลบานอนพิจารณา แต่ความเป็นไปได้มีน้อยมาก เนื่องจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา ส่วนการสู้รบในเลบานอนก็ยังคงรุนแรง โดยกรณีที่กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยิงขีปนาวุธเข้าไปโจมตีในอิสราเอลได้ จะยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อิสราเอลไม่พอใจและต้องการตอบโต้ต่อไป ซึ่งการสู้รบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในเขตเวสต์แบงก์ด้วย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มปรากฏกลุ่มติดอาวุธที่ไม่พอใจนโยบายของอิสราเอลเคลื่อนไหวโจมตีอิสราเอลมากขึ้น โดยมีรายงานเมื่อ 25 พ.ย.67 ว่า กลุ่ม Islamic Resistance ในอิรักโจมตพื้นที่ตอนใต้ของอิสราเอลด้วยโดรน 2 ลำ เพื่อแสดงออกว่าสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และชาวเลบานอน การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ อิสราเอลเรียกร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้ควบคุมรัฐบาลอิรัก เนื่องจากอิสราเอลเชื่อว่ารัฐบาลอิรักปล่อยให้กลุ่มติดอาวุธเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านอิสราเอล อย่างไรก็ตาม อิรักปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่า…

ว่าที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสหรัฐฯ เสนอวิสัยทัศน์สันติภาพยูเครน

นาย Mike Waltz วุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา ผู้ได้รับเสนอชื่อจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 24 พ.ย.67 เสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สร้างสันติภาพในยูเครนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มต้นการเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ 20 ม.ค.68 (วันแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มทำงาน) เน้นจัดให้มีการพูดคุยเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ซึ่งกำลังพิจารณาว่าใครควรจะเป็นผู้แทนของทั้ง 3 ประเทศ

แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าไทยมากขึ้น

ปรากฏการรายงานข่าวสารของสื่อมวลชนแจ้งสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ตาก อ.แม่สอด และ อ.พบพระ พบว่ามีขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวพยายามพาคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองในทุกรูปแบบทั้งการเดินเท้าและใช้รถยนต์ ซึ่งภายหลังการตรวจค้นพบต่างด้าวบางคนลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายเพื่อเป็นค่าเดินทางด้วย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอาจลุกลามเป็นปัญหาอาชญากรรมและการแย่งงานคนไทยมากขึ้น