สหรัฐฯ ลงทุนในต่างประเทศและรับ FDI เพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นปี 2566

สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ (Bureau of Economic Analysis-BEA) เปิดเผยเมื่อ 23 ก.ค.67 ว่า สหรัฐฯ ลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 364,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสิ้นปี 2566 ส่งผลให้มูลค่าสะสมรวมเป็น 6.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหราชอาณาจักรรับการลงทุนจากสหรัฐฯ มากที่สุด (1,057,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รองลงมา ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ (980,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลักเซมเบิร์ก (532,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไอร์แลนด์ (491,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และแคนาดา (451,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้น (Holding company) คิดเป็นร้อยละ 48.8 รองลงมาคือบริษัทในเครือการผลิต (ร้อยละ 14.9) รวมทั้งภาคการเงินและการประกันภัย (ร้อยละ 13.6) ส่วนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment-FDI) ของสหรัฐฯ เมื่อสิ้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 227,000…

ผลสำรวจของสื่อระบุรองประธานาธิบดีแฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,241 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,018 คน จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 22-23 ก.ค.67 หลังประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 ( 21 ก.ค.67) และพรรครีพับลิกันเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่ของพรรค (15-18 ก.ค.67) พบว่า

บอลลูนบรรจุสิ่งปฏิกูลจากเกาหลีเหนือตกในพื้นที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 24 ก.ค.67 ว่า เกาหลีเหนือยังคงส่งบอลลูนบรรจุสิ่งปฏิกูลข้ามพรมแดนไปเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโต้กรณีกลุ่มผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ส่งบอลลูนบรรทุกใบปลิวข้ามไปเกาหลีเหนือ และกรณีเกาหลีใต้เปิดเครื่องขยายเสียงเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อบริเวณพรมแดนสองเกาหลี โดยล่าสุดหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้พบบอลลูนตกในพื้นที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และเก็บวัตถุทั้งหมดแล้ว หลังจากไม่พบสารเคมีหรือสิ่งเจือปนที่เป็นอันตราย ทั้งนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประสานกับคณะเสนาธิการทหารร่วม (Joint Chiefs of Staff-JCS) เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว และทางการเกาหลีใต้กำหนดแนวปฏิบัติในการเก็บกู้บอลลูนเมื่อตกสู่พื้นดิน โดยจะไม่ยิงบอลลูนระหว่างลอยอยู่กลางอากาศ เพื่อป้องกันการกระจายของสิ่งปฏิกูลและสารเคมีที่อาจปนเปื้อน

นรม.อิสราเอลย้ำว่าจะยังเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 23 ก.ค.67 ก่อนเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ระหว่าง 23-24 ก.ค.67 ว่า อิสราเอลจะยังคงเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งและขาดไม่ได้ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ว่าประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ จะเป็นบุคคลใดก็ตาม โดยอิสราเอลจะยืนหยัดร่วมกับสหรัฐฯ ตลอดไป เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่อิสราเอลเผชิญกับการทำสงครามใน 7 แนวรบ และสหรัฐฯ เผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง ในการเยือนครั้งนี้ นายเนทันยาฮู มีกำหนดจะพบหารือกับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ใน 23 ก.ค.67 หากผู้นำสหรัฐฯ หายจากอาการป่วยโรค COVID-19 เพื่อขอบคุณประธานาธิบดีไบเดน สำหรับมิตรภาพอันดีและยาวนานกว่า 40 ปี ระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ และการสนับสนุนอิสราเอลในห้วงสงคราม พร้อมกับจะร้องขอให้ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนจุดยืนของอิสราเอลในกรอบเจรจาข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาส และปกป้องอิสราเอลหากอิหร่านและพันธมิตรในตะวันออกกลางก่อเหตุโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิสราเอล นอกจากนี้ นายเนทันยาฮู มีกำหนดจะพบหารือกับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ของพรรคเดโมแครต ใน 23 ก.ค.67 และกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ใน 24…

กัมพูชาผ่อนปรนการแลกธนบัตรดอลลาร์สหรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างชาติ

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 22 ก.ค.67 ว่า ธนาคารชาติกัมพูชา (National Bank of Cambodia-NBC) ประกาศมาตรการผ่อนปรนการแลกธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 21 ก.ค.67 เนื่องจากผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.เสียมราฐ ปฏิเสธธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่มีตำหนิหรือเก่าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนธนบัตรดอลลาร์สหรัฐภายในพื้นที่ โดย 1) ธนาคารพาณิชย์ใน จ.เสียมราฐ รับแลกธนบัตรดอลลาร์สหรัฐทุกชนิดโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 2) สามารถแลกคืนธนบัตรเก่าหรือชำรุดที่ NBC ในพื้นที่ โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ที่ราชธานีพนมเปญ 3) ขอให้ธนาคารและสถาบันการเงินเพิ่มธนบัตรประเภท 20 และ 50 ดอลลาร์สหรัฐในเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) แทนธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และ 4) ประชาสัมพันธ์มาตรการให้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ร้านอาหาร โรงแรม เพื่อสามารถปฏิบัติตามมาตรการของ NBC นอกจากนี้ NBC พัฒนาแอปพลิเคชัน Bakong ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถทำธุรกรรมแบบดิจิทัล…

IRGC ยึดเรือบรรทุกน้ำมันของ UAE

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ก.ค.67 ว่า ทหารเรือสังกัด IRGC สกัดกั้นและยึดเรือบรรทุกน้ำมัน Belt Guse ติดธงโตโก (ประเทศในแอฟริกาตะวันตก) พร้อมลูกเรือสัญชาติอินเดียและศรีลังกาทั้งหมด 12 คน ขณะอยู่ห่างจากท่าเรือ Bushehr ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน 61 ไมล์ทะเล เมื่อ 21 ก.ค.67 โดยการยึดเรือครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งศาล เนื่องจากเรือลำดังกล่าวลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายกว่า 1,500,000 ลิตร ขณะที่บริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเล Ambrey ของสหราชอาณาจักร ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และอยู่ระหว่างเดินเรือโดยมีจุดหมายปลายทางที่ท่าเรือ Sharjah ใน UAE

ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ เรียกร้องให้ ผอ.USSS ลาออกจากกรณีเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

สำนักข่าว Washington Post รายงานเมื่อ 22 ก.ค.67 ว่า นาง Kimberly Cheatle ผอ.หน่วยอารักขาประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ (U.S. Secret Service-USSS) เผชิญแรงกดดันจากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน นำโดยนาย James Comer สส.พรรครีพับลิกัน จากรัฐเคนทักกี และประธานคณะกรรมาธิการตรวจสอบประจำสภาผู้แทนสหรัฐฯ (U.S. House Committee on Oversight and Accountability) และนาย Jamie Raskin สส.พรรคเดโมแครต จากรัฐแมรีแลนด์ และผู้นำเสียงข้างน้อยคณะกรรมาธิการฯ ให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย จนเป็นเหตุให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกลอบยิงและได้รับบาดเจ็บระหว่างปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อ 13 ก.ค.67 รวมทั้งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย อย่างไรก็ดี ผอ.USSS ยืนยันจะไม่ลาออก และปฏิเสธข้อกล่าวหาของพรรครีพับลิกันที่อ้างว่า หน่วย USSS…

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะจัดการประชุมร่วมระหว่าง รมว.กต. กับ รมว.กห.

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ก.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศ กับรัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ใน 28 ก.ค.67 ได้แก่ 1) การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง (Security Consultative Committee-SCC) ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ (การประชุม 2+2) เพื่อหารือประเด็นความท้าทายด้านความมั่นคงที่ทั้งสองประเทศเผชิญ และแนวทางจัดทำความร่วมมือด้านความมั่นคงและกลาโหมในภูมิภาค และ 2) การประชุมรัฐมนตรีญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ว่าด้วยการขยายการป้องปราม (Extended deterrence) เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือด้านการขยายการป้องปรามของสหรัฐฯ ซึ่งมีศักยภาพมากขึ้นจากขีดความสามารถด้านกลาโหมของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นจะพัฒนาความสัมพันธ์กับอิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ก.ค.67 ว่านายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียาน ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 5 ก.ค.67 โดยนายคิชิดะแสดงความประสงค์จะร่วมมือกับอิหร่านเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างกัน พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยญี่ปุ่นคาดหวังให้อิหร่านแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค  และยกระดับความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศมากขึ้น

พรรครีพับลิกันเตรียมปรับกลยุทธ์หาเสียงโจมตีรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส

สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ CNN เมื่อ 22 ก.ค.67 หลังประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ถอนตัวจากการเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า จะสามารถเอาชนะรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ได้ง่ายกว่าการแข่งขันกับประธานาธิบดีไบเดน โดยพรรครีพับลิกันเตรียมปรับกลยุทธ์หาเสียงเป็นการโจมตีรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ในประเด็นผู้อพยพ และปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ตลอดจนท่าทางและบุคลิกภาพของรองประธานาธิบดีแฮร์ริส นอกจากนี้ กลุ่ม Make America Great Again Inc ที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ยังเตรียมเผยแพร่โฆษณาโจมตีรองประธานาธิบดีแฮร์ริสในรัฐที่มีจำนวนผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันในจำนวนใกล้เคียงกัน (swing state) อาทิ รัฐแอริโซนา จอร์เจีย เนวาดา และเพนซิลเวเนีย ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันของ Reuters/Ipsos ระหว่าง 15-16 ก.ค.67 ชี้ว่า คะแนนนิยมของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสและอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เท่ากันที่ร้อยละ 44